ก่อนหน้านี้ที่ลบไปก็ความเห็นผมเองอ่ะครับ

แต่ด้วยความผิดพลาดทางความเขลาของผมเอง เลยทำให้ความเห็นดังกล่าวไปไม่หมด ผมขออนุญาตเอามันออกเอง และโพสใหม่ดังนี้ครับ…

อ่านแล้วปลง

สองสามปีหลังมานี้ ชีวิตผมเหมือนได้ก้าวออกมาอยู่ในโลกของความจริง เหมือนที่ผมเขียนไว้ในบล็อกของผม

ผมรักชีวิตสมัยเรียนของผมจริงๆ ไม่ว่าจะระดับใด โดยเฉพาะระดับปริญญาโท

เฉพาะช่วงคอร์สเวิร์คก่อนทำวิทยานิพนธ์ของผม

ช่วงนั้นผมสนุกกับการคิดประเด็นและปัญหาใหม่ๆ รวมทั้ง การทดสอบ ตรวจสอบ ปัญหาเก่าๆ วิธีคิดเก่าๆ ที่ได้เรียนสอนกันมาในระดับปริญญาตรี

สนุกดีจัง อิสระทางความคิด และการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์

เห็นด้วยกับเจ้าของบล็อก คุณภาพนักศึกษาเป็นปัญหาหนึ่ง เพราะสังเกตได้ว่า ในห้องเรียนโทที่ผมเคยเรียน น้อยรายเหลือเกินที่จะได้มีการถกเถียงกับอาจารย์

มิพักต้องกล่าวถึง (วลียอดฮิตของเจ้าของบล็อกมัน) ถกเถียงกันเองของนักศึกษา ซึ่งในความคิดผม ผมว่ามันสำคัญพอๆกับ หรือมากกว่า การถกเถียงกับอาจารย์

ผมเริ่มต้นวิทยานิพนธ์ของผมด้วยความไม่รู้ เนื่องจากระบบการเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ในบ้านเราก็น่าจะเป็นปัญหา นักศึกษาไม่แกร่งพอ และไม่ชัดพอที่จะสรรหาหัวข้อที่ตัวสนใจจริงๆ

แต่แม้จะได้หัวข้อที่ตัวสนใจจริงๆ ก็ไม่มั่นใจว่า อาจารย์คนไหนจะเอาด้วย

ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ หาอาจารย์ที่ปรึกษาให้ได้ก่อน แล้วค่อยไปขอหัวข้อกับท่าน ซึ่งแน่นอน เราจะได้หัวข้อที่สามารถทำวิทยานิพนธ์ได้แน่ๆ และย่อมเป็นหัวข้อที่ท่านสนใจและอยากทำเองแต่อาจจะไม่มีเวลา

แต่สำหรับเรา …

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้อาจารย์ที่ปรึกษาก่อนหัวข้อ ก่อนหน้านั้นเคยคิดหัวข้อหนึ่งไว้แล้ว แต่ก็ต้องพับไป ด้วยเหตุผลที่ไม่ค่อยมีปัญหาในทางปฏิบัติเท่าไหร่ มีแต่ปัญหาในทางทฤษฎี

แล้วหัวข้อปัจจุบันของผมก็ห่างไกลเหลือเกินกับความรู้ของผมที่มีอยู่ ผมใช้เวลากว่าครึ่งปีในการทำความเข้าใจแฟ้มข้อมูลที่อาจารย์โอนมาให้ ก่อนที่จะสอบผ่านเค้าโครงไปได้

ผมใช้เวลาอีกเกือบสองปีในการสอบเล่มเต็ม

ผมใช้เวลานานเกินไป เหตุหนึ่งนอกจากความขี้เกียจและความไม่รับผิดชอบส่วนตัวแล้ว คือ การที่ผมต้องตัดสินใจ ก้าวเท้าออกมาจากการเป็นผู้ช่วยวิจัยของอาจารย์ที่เป็นอยู่เกือบสองปี ออกมาหาต้นสังกัดทำงานประจำของตัวเอง

การเรียนปริญญาโทในบ้านเรา อย่างน้อยก็ในคณะที่ผมรัก มีแต่หลักสูตรพาร์ทไทม์ นั่นเพื่อรองรับคนทำงานตอนกลางวันแล้วมาเรียนกลางคืน ไม่มีหลักสูตรฟูลไทม์ การลงทะเบียนเรียน ทำได้เทอมละ สามวิชา

ซึ่งเป็นอุปสรรคในการเขียนวิทยานิพนธ์ของผมมาก

กว่าผมจะจบคอร์สเวิร์ค ใช้เวลา 2 ปี (ของผมหลักสูตรใหม่ เมื่อก่อนก็เป็นอย่างที่เพื่อนผมมันว่าไว้ คือ 4 ปี) และจากนั้นก็ต้องปั่นงานวิทยานิพนธ์ส่ง ซึ่งอย่างเร็ว ก็สามารถที่จะจบได้ใน 2 ปีครึ่ง แต่เท่าที่ผมสอดสายตามองดู หาคนจบสองปีครึ่งมิได้ พวกที่เรียนพร้อมกับผม หากตัดสินใจทำวิทยานิพนธ์ต่อไป ไม่มีใครที่จบก่อนผมเลย (จะภูมิใจดีมั๊ย)

คนที่จบไปแล้วในเวลาสองปีครึ่งคือ คนที่ตัดสินใจ ไม่ทำวิทยานิพนธ์ โดยหันไปเลือกสารนิพนธ์ หรือการค้นคว้าวิจัยด้วยตนเองอิสระ โดยต้องอยู่ในเงื่อนไข ลงวิชาคอร์สเวิร์คมากกว่าพวกผม 6 หน่วยกิต หรือ สองวิชา และมีการสอบปากเปล่าประมวลวิชา ที่ได้ร่ำเรียนมาแล้ว ในวิชาบังคับของสาขา

ผมได้แต่นั่งมองตาละห้อย

ผมเป็นคนทำอะไรได้ทีละอย่าง ไม่ถนัดอย่างยิ่งกับการทำงานไปและเรียนไป ตลอดเวลาของการทำงานประจำปีครึ่ง ควบคู่ไปกับการเรียนโท ผมทำได้ไม่ดีเลยทั้งสองอย่าง ผิดกับช่วงเวลาที่งดงามในความทรงจำตอนช่วงที่ผมเรียนคอร์สเวิร์คอย่างเดียวโดยไม่ต้องทำงาน (แม้ว่าปีแรกของการเรียนโท ผมจะต้องเรียนและสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิตไปด้วยก็ตาม .. แต่มันก็ยังเป็นการเรียนวะ)

ถึงตอนนี้ผมทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากตามแก้งานที่กรรมการแต่ละท่านสั่งให้แก้ไข เพื่อการันตีว่าผมจะได้เข้าพิธีรับปริญญาบัตร ชั้นนิติศาสตรมหาบัณฑิตของผม จริงๆไม่ใช่แค่ของผมคนเดียว แต่เป็นของพ่อ แม่ของผมด้วย

ผมตั้งใจจะนำปริญญาใบนี้เป็นของขวัญวันเกิดให้พ่อของผมเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าผมจะมีแรงกายและแรงใจคว้ามันมาเป็นของขวัญให้พ่อของผมได้หรือไม่ หากได้มาคงเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจและดีใจมาก เช่นเดียวกับครอบครัวและญาติมิตรผู้ให้กำลังใจกับผมมาตลอด แม้ว่าของขวัญชิ้นนี้จะบูดเบี้ยวไปสักเพียงใดก็ตาม

ETAT DE DROITNANTES, PAYS DE LA LOIRE, FRANCE