I have a (bad observation) for all of us to think about:

ตอใหญ่หมอกควัน! นักวิชาการจี้รัฐเร่งเจรจาทุนไทยข้ามชาติ หยุดธุรกิจรมควันพิษ ( https://www.thaipost.net/main/detail/32709 ) : สองฝั่งน้ำโขงเต็มไปด้วยดงกล้วยหอมที่จีนมาลงทุน ขณะที่บริเวณที่เป็นป่าได้มีการเผาป่าอย่างหนัก ซึ่งคาดว่าเป็นการขยายพื้นที่ปลูกกล้วยหอมส่งกลับไปขายในจีน…ริมฝั่งแม่น้ำโขงทางฝั่งลาวตั้งแต่ฝั่งตรงข้าม อ.เชียงคาน จ.เลย ไปจนถึง อ.สังคม จ.หนองคาย ซึ่งที่นั่นมีการเผาป่าตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์มาจนถึงปัจจุบัน…ในพม่า ทุนข้ามชาติจากไทยก็ได้เข้าที่ทุนสนับสนุนให้ปลูกข้าวโพดในระบบเกษตรพันธสัญญาเพื่อส่งออกไปผลิตอาหารสัตว์ในจีน โดยเฉพาะในรัฐฉาน …ฝุ่นละอองหมอกควันมีสาเหตุมาจากปล่องควันทั้งจากโรงงานท่อไอเสียรถจากการเผาเศษวัสดุ สำหรับประเทศไทย ปัญหาหลักของฝุ่นละอองเกิดจากไฟป่า และไฟป่าเกิดจาก มนุษย์ 99% โดยเกิดจากพวกเดินป่า ล่าสัตว์ พวกตัดแล้วเผาเพื่อลดต้นทุนการผลิต เผาเพื่อเป็นแนวป้องกันไฟลูกใหญ่ที่จะมาช่วงฤดูแล้ง และเผาเพื่อหวังการเก็บเห็ดในช่วงฝน ซึ่งเป็นทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง และ วิถีชีวิต…

Very much the same reason (and can be traced back to demand for soy beans by CN) that trees in South American Amazon forests are being destroyed to make way for human enterprises (read it as for money).

This is why I say ‘Keeping trees is hard – quite hard’.