ท่านว่า
- เมื่ออันตัวเรากับคนอื่นๆ นั้นเหมือนกัน คือเป็นคนเหมือนกัน
- เมื่อเราตามรู้ตามดู รูปและนามของตัวเองเรื่อยๆ จนชำนาญ จนคล่อง
- การจะเห็นสิ่งเหล่านี้กับคนอื่นนั้นก็ไม่ยาก
- ดังครูบาอาจารย์ทั้งหลายท่านสามารถเห็นวาระจิตของคนอื่นได้โดยเห็นแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น
- เคยอ่านว่าหลวงปู่มั่น ท่านสามารถเห็นจิตของผู้อื่นได้ ท่านสามารถมองที่จิตคนอื่นเห็นเป็นภาพดอกบัวแล้วมีสีต่างๆ เป็นรัศมีออกจากผู้นั้น ท่านเลยรู้ได้ว่าใครเป็นยังไง อย่าเผลอไปโกหกท่านเชียว
- ผมคิดว่าจากการที่อาจารย์ได้มองดู(ระลึกรู้)จิตของตัวเองบ่อยๆ เห็นว่าอะไรเป็น โลภะ โทสะ โมหะ โดยที่ไม่ลงไปเล่นกับมันจนคล่อง
- ทีนี้เวลาได้เห็นของคนอื่นบ้างเลยเกิดอาการเบื่อหน่าย ทำให้เห็นธาตุแท้ของใครหลายๆคน
- คนเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเรียนมาสูงอย่างไรก็ไม่สามารถเอาชนะกิเลสตัวเองได้ ยิ่งเรียนเก่งก็ยิ่งสามารถเล่นลิ้น เล่นคำ มีเทคนิคที่แยบยล ที่จะทำทุกอย่างเพื่อสนองอีโก้ สนองกิเลสตนเอง
- ทำเสียจนชิน เป็นนิสัย จนแยกไม่ออกเสียแล้วว่าอะไรผิดอะไรถูก กูจะเอาของกูอย่างเดียว!
- เป็นห่วงก็แต่เยาวชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แล้วทำตามพวกเขาเหล่านี้ซึ่งหลายคนคงเป็นผู้ปกครอง ผู้นำของเขา
- แต่ก็คงดีสำหรับอาจารย์มั้งครับ อย่างน้อยก็ทำให้เราเอาจริงเอาจังกับการปฏิบัติธรรม เห็นข้อดีของธรรมะ ได้ชัด และเจริญขึ้น
- อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวผมเองครับ
ธรรมะสวัสดีครับ