ผมในฐานะได้เป็นครูพิเศษสอนอาชีวะ และได้รับมอบหมายงาน นอกเหนือจากการสอนคือ เจ้าหน้าที่งานทวิภาคีของแผนก ผมได้ลงมาดูแลนักเรียน นักศึกษาแบบใกล้ชิดยิ่งทำให้เห็นการพัฒนาของเด็กจากแรกเข้าจนถึงจบ การเปลี่ยนแปลกของเด็กขณะเรียนในห้องเรียนและขณะออกฝึกงาน มีความแตกต่างกันมากอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องความรับผิดชอบ การทำงาน การตรงต่อเวลา ความมีระเบียบรอบครอบ การเป็นผู้ใหญ่ที่มากขึ้น และที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือเรื่องเงิน การใช้เงินที่ไม่รบกวนผู้ปกครองในการลงทะเบียนเรียน การกินอยู่ การใช้จ่ายในระยะเวลาฝึกงานและมีสิ่งหนึ่งที่น้อยคนจะรู้ว่าขณะเด็กนักเรียนนักศึกษาออกฝึกงานนั้น มีบางคนได้ส่งเงินให้กับทางบ้าง ถึงบางครั้งอาจไม่เยอะมาก แต่เขาก็ส่ง และเคยมีผู้ปกครองมาเล่าให้ฟังว่า "ขณะหลานไปฝึกงาน หลานจะส่งเงินให้ป้าเดือนละ 3,000 บาท และ ส่งให้แม่อีก 1,000 บาท และป้าเขาก็เล่าว่า ตอนเรียนเขาอยู่กับป้า ป้าเป็นคนส่งเสียเงินให้เรียน และเหตุการณ์ที่ป้าไม่คิดก่อนเดือนเมษา หลานไม่ส่งเงินมาให้เหมือนเคย ป้าก็แค่ งง แต่ก็ไม่ได้ทักถามแต่อย่างไร จนกระทั้ง วันหยุดสงกรานต์มาถึง เขาโทรบอกว่าจะกลับบ้าน และพอมาถึงบ้าน เขายื่นสร้อยคอทองคำให้ป้า 1 สลึง และให้แม่เขาอีก ครึ่ง สลึง ป้าพูดไม่ออกเลย ว่าหลานจะทำเรื่องแบบนี้ และหลังจากนั้นผู้ปกครองก็ บอกว่าการเรียนสายอาชีวะ ถึงจะยังไม่ค่อยมีคนยอมรับและมาเรียนเยอะ แต่ป้ารู้แล้วว่า การเรียนสายอาชีวะมันมีข้อดีอะไรบ้าง " และนี้เป็นเพียงหนึ่งเหตุการณ์ที่ผมได้เจอมากับตัวเอง ผมอยากเป็นกระบอกเสียงจากครูอาชีวะให้คนส่วนใหญ่รองหันมาเรียนรู้สายอาชีวะกันบ้างนะครับ