สรุปโดยนายสมบูรณ แพรงาม

Panel Discussion การบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ

โดย ดร.สุรพงษ์ มาลี สำนักงาน ก.พ.

คุณสมชาย ไตรรัตนภิรมย์  รองกรรมผู้จัดการ บริษัท ทรีสคอร์ปอเรชั่น จำกัด

ดำเนินการอภิปรายโดย  อาจารย์ทำนอง ดาศรี

วันที่ 7 มีนาคม 2561

 

คุณสมชาย ไตรรัตนภิรมย์

การบริหารความเสี่ยงและวัฒนธรรมความเสี่ยง

หลายองค์กรกล่าวถึงการบริหารความเสี่ยง แต่ไม่กล่าวถึงวัฒนธรรมความเสี่ยง แต่วัฒนธรรมความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ  โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมามีผลกระทบในภาพใหญ่ของโลก ทำให้อุณหภูมิความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้ต้องมีการตรวจอย่างเข้มงวดเวลาไปต่างประเทศ เช่น

-          ผลกระทบเหตุการณ์ 11 กันยายน มีผลกระทบต่อทั่วโลก

-          ในเรื่องเศรษฐกิจ มีวิกฤติต้มยำกุ้ง มาจาก BIBF กระตุ้นเศรษฐกิจทำให้เศรษฐกิจเป็นฟองสบู่

-          ปีค.ศ. 2008 เกิดวิกฤติจากการออกหุ้นกู้ที่มีหลักประกันหลายชั้น เกิดเป็นฟองสบู่แตก นำไปสู่วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ทำให้หลายประเทศต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้บริษัทที่ปรึกษาการลงทุน

และบริษัทหลักทรัพย์ระดับโลกต้องล้มไป ทำให้เกิดมาตรการ QE แล้วดอกเบี้ยลดลง เมื่อเปลี่ยนระบบนิเวศการเงิน ดอกเบี้ยขึ้นก็กระทบไปทั่วโลก

ความเสี่ยง หมายถึง เหตุการณ์ที่มีความไม่แน่นอน ซึ่งหากเกิดขึ้นจะมีผลกระทบในเชิงลบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายขององค์กร ดังนั้น องค์กรจึงควรดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย แต่สามารถบ่งชี้เหตุการณ์ที่เป็นโอกาสในการเพิ่มคุณค่าให้กับองค์กร

การบริหารความเสี่ยง หมายถึง การกำหนดนโยบาย โครงสร้าง และกระบวนการ เพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และบุคลากรของบริษัทฯ นำไปปฏิบัติในการกำหนดกลยุทธ์และปฏิบัติงานทั่วทั้งองค์กร โดยกระบวนการบริหารความเสี่ยงจะสัมฤทธิ์ผลได้ องค์กรจะต้องสามารถบ่งชี้เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ประเมินผลกระทบต่อองค์กร และกำหนดวิธีการจัดการที่เหมาะสมให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งว่าผลการดำเนินงานตามภารกิจต่างๆ จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้

การบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร หรือการบริหารความเสี่ยงองค์กร ERM (Enterprise-wide Risk Management) หมายถึง การบริหารความเสี่ยงโดยประสานโครงสร้างองค์กร กระบวนการ/กิจกรรมตามภารกิจ และวัฒนธรรมองค์กร เข้าด้วยกัน โดยมีลักษณะที่สำคัญ ได้แก่ การผสมผสานและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร การพิจารณาความเสี่ยงทั้งหมด ครอบคลุมความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร การมีความคิดแบบมองไปข้างหน้า และการได้รับการสนับสนุนและมีส่วนร่วม

COSO ออกเอกสาร Internal Control-Integrated Framework เพื่อให้องค์กรธุรกิจและหน่วยงานอื่นใช้ในการประเมินและปรับปรุงระบบการควบคุมภายใน และมีการผสมผสานแนวคิดการจัดการความเสี่ยงเข้าไป จนพัฒนาขึ้นเป็นแนวคิด Enterprise Risk Management ซึ่งมี 8 ขั้นตอน

1.สภาพแวดล้อมภายในองค์กร

2.การกำหนดเป้าหมาย

3.การระบุเหตุการณ์

4.การประเมินความเสี่ยง

5.การตอบสนองความเสี่ยง

6.กิจกรรมควบคุม

7.ระบบสารสนเทศและการติดต่อสื่อสาร

8.การติดตามและประเมินผล

 

ในเชิงประเมินผล ความเสี่ยงสำคัญอย่างยิ่ง ต้องมีระบบดูแลให้ได้มาตรฐาน เวลาทำยุทธศาสตร์ มีเป้าประสงค์ ก็ต้องขจัดความเสี่ยงต่างๆ ถ้ามีระบบ ก็บรรลุยุทธศาสตร์ เป้าหมายดี เกิดกระบวนการสื่อสาร ทำให้ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า ปรับปรุงการทำงานต่อเนื่อง ช่วยการตรวจสอบภายในเน้นแค่เรื่องสำคัญไม่ต้องตรวจทุกเรื่องเพราะมีวัฒนธรรมความเสี่ยงแล้ว ลดผลกระทบ ความตื่นตระหนกเพราะมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น สคร. สำนักงบประมาณ กระทรวง รัฐบาล ผู้เกี่ยวข้อง ลูกค้า ทำให้พบโอกาสใหม่ๆด้วย

 

หลัก COSO ERM มีการบริหารความเสี่ยงตามขั้นตอน มีความครอบคลุม กลยุทธ์ การปฏิบัติงาน การรายงาน(การเงิน) กฎหมาย และต้องทำทุกระดับ COSO ไม่เน้น strategic risk แต่ ERM COSO เน้น strategic risk มีหลายองค์กรพยายามปรับตัว เช่น เดิมนำยุทธศาสตร์เข้าบอร์ดแล้วมาทำเรื่องความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน Risk owner มีหน้าที่บริหารความเสี่ยง

ต้องทำแผนความเสี่ยงพร้อมแผนธุรกิจ มีการติดตามต่อเนื่องตลอดเวลา แผนบริหารความเสี่ยงสามารถปรับได้ การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่ขจัดแต่ควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม การบริหารความเสี่ยงทำให้มูลค่าองค์กรสูงขึ้น จึงดีกับทุกคน

 

ดร.สุรพงษ์ มาลี

คนเข้าใจผิด 3 เรื่อง

1.เข้าใจว่าความเสี่ยงไม่ดีเสมอไป ในมุมบริหารความเสี่ยงปัจจุบัน ไม่มองว่าบวกหรือลบ high risk high return บางโครงการเสี่ยงสูง ก็มีผลตอบแทนสูงเหมือนกันถ้าประสบความสำเร็จ

2.ในโลกนี้ไม่มี risk free world เป้าหมายบริหารความเสี่ยงไม่ใช่ทำให้มันหมดไปจากโลก แต่ควบคุมให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

3.ทุกคนจะพูดว่า play safe ขัดกับหลักบริหารจัดการยุคใหม่ จิตวิญญาณผู้ประกอบการ ระดับความเสี่ยงสำคัญ วัฒนธรรมความเสี่ยงในองค์กรสำคัญ บางองค์กรไม่ชอบเสี่ยง บางองค์กรชอบแสวงหาโอกาสใหม่ จะสะท้อนในโครงสร้างองค์กรและรางวัล องค์กรที่มีโครงสร้างชัดจะไม่มี risk culture ส่วน reward ไม่แตกต่างกันทำให้คนคิดอะไรเหมือนๆกัน องค์กรบางรูปแบบสนับสนุนให้คนลองผิดลองถูก คิดสิ่งแตกต่างเพราะถือเป็นชีวิตใหม่ขององค์กร เป็น The most innovative organization

Risk must be identified with strategic objectives.

Risk assessment ค้นหา critical risk and risk appetite ดูโอกาส ผลกระทบ ระบบควบคุมปัจจุบันมีประสิทธิภาพหรือไม่ แก้ได้ทันทีหรือไม่ ผลคูณ 3 กลุ่มนี้ออกมาเป็น risk priority ทำ risk map จะมีระดับที่ยอมรับได้ คือ risk appetite ระดับที่ยอมรับไม่ได้คือ critical risk

Risk response (5T)

1.Tolerate อยู่ร่วมกับบางความเสี่ยงได้ ในกรณีต้นทุนในการจัดการความเสี่ยงไม่คุ้ม

2.Treat บริหารจัดการเพื่อควบคุมให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ คือ ลดโอกาสการเกิดและลดผลกระทบ

3.Transfer มีพันธมิตร ประกัน

4.Terminate อาจจะต้องเลิกบางงาน หรือบางหน่วย ภาครัฐอาจจะทำได้ยาก

5.Take opportunity ความเสี่ยงอาจนำมาซึ่งโอกาส เช่น ครัวเรือนไทยมีสมาชิก 2.3 คน สังคมเป็นสังคมเมืองมากขึ้น จะทำให้เป็น smart city มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะตอบสนองยุทธศาสตร์ 20 ปีอย่างไร

Internal Control เหมือน 5Ts

1. Pre-event control

2. Post-event control

3. Emerging Opportunity

Risk evaluation and review ติดตามตรวจสอบว่าได้ทำกิจกรรมอะไรบ้าง แผนที่ดีต้องลดโอกาสความเสี่ยงหรือลดผลกระทบ สิ่งสำคัญคือการสื่อสาร อะไรเป็น critical risk ใครเป็น risk owner สำคัญกว่า risk committee

 

 

 

Risk ยุคนี้

Disruptive technology /Volatility/Uncertain/Complex

Ambiguity ความคลุมเครือ แก้ยากที่สุด จะสร้างสมดุลระยะยาวกับระยะสั้นอย่างไร

การจัดการความเสี่ยงช่วยแก้ uncertainty เท่านั้นเพราะการจัดการความเสี่ยงทำสิ่งไม่แน่นอนให้แน่นอนได้

Technological risks การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมส่งผลต่อการทำงานของการเคหะ บริษัทพฤกษาจะนำเทคโนโลยีมาใช้เกี่ยวกับบ้าน เช่น smart home บางอาชีพจะถูกทดแทนด้วย automation

Information risks เช่น Big data ถ้าฐานข้อมูลไม่ทันสมัย อยู่ก็ยาก

การตัดสินใจ ถ้าเป็น critical risk จริง มีโอกาสเกิดและผลกระทบสูง ก็ตัดสินใจง่าย แต่โอกาสเกิดเป็น 0 แต่ถ้าเกิด จะมีผลกระทบรุนแรง ก็ตัดสินใจยาก

 

Learning Forum –การบริหารทุนมนุษย์เชิงกลยุทธ์ (2)

นำเสนอบทเรียนจากหนังสือดีๆ เกี่ยวกับการบริหารเชิงกลยุทธ์และการปรับใช้กับการเคหะแห่งชาติ

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

(นำเสนอหนังสือ The Alibaba Way)

วันที่ 7 มีนาคม 2561

Chapter Five: Integrity Capital - Based Microfinance

-          จากการที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญต่อการขยายตัวของธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจรายย่อย และธนาคารต่างๆ มองเห็นอนาคตทางการเงิน  จะย้ายไปอยู่ที่ธุรกิจขนาดย่อมและในยุคที่ Internet มีบทบาทอย่างมากต่อธุรกิจ โลกการบริหารการเปลี่ยนแปลงจึงต้องเข้าถึงข้อมูลต่างๆ และทำให้เกิดแนวคิดและมุมมองใหม่ๆ (Mindset)

-          ในปี 2542  Alibaba ได้เริ่มเปิดดำเนินการขึ้นเพื่อช่วยผู้ส่งออกรายเล็กที่มีส่วนร่าวมในการผลิตและการค้า  ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศจีนให้เข้าถึงผู้ซื้อทั่วโลก ก่อตั้งโดย แจ็ค หม่า โดย E-commerce รายใหญ่ สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อความเป็นอยู่ของคน สร้างความเข้าใจทางด้านการเงินและเงินทุน การบริหารเงินทุน

-          ในปี  2546 Alibaba ได้สร้างเว็บไซต์ขายปลีกที่ใหม่ที่สุด   ในประเทศจีน ชื่อ Taobao.com เป็นเว็บไซต์ในการซื้อขายสินค้าที่สามารถ   ตอบโจทย์ผู้บริโภคในประเทศจีนได้อย่างเต็มรูปแบบ  แต่ก็ยังมีในด้านความไม่มั่นใจในการซื้อ-ขายสินค้าของผู้ซื้อและผู้ขาย Customer to Customer

-          Alibaba ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย เสมือนเป็นผู้ค้ำประกันให้กับทั้ง 2 ฝ่าย โดยสร้างระบบ Alipay มาใช้กับ Taobao เมื่อ 15 ต.ค. 2546 ซึ่งเมื่อผู้ซื้อจ่ายเงินผ่าน Alipay ระบบจะเตือนให้ผู้ขายส่งของ และเมื่อได้รับการยืนยันว่าส่งของแล้ว และระบบมีเงินเข้าแล้ว ระบบก็จะจ่ายเงินให้กับผู้ขาย สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้ง 2 ฝ่ายและยังทำให้จ่ายเร็ว สะดวก และง่ายขึ้น Alibaba มีการพัฒนาต่อยอด Alipay   ในการร่วมมือกับธนาคารทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงบัตรเครดิตต่างๆ ในการชำระสินค้า

-           ในการทำธุรกิจ E-commerce ผู้ประกอบการขนาดเล็กไม่มีความยั่งยืนในเรื่องแหล่งเงินทุนเกิดความเสี่ยงในการพัฒนาประเทศ Alibaba จึงมีแนวคิดสร้าง Ali Small Loans (เงินกู้ขนาดเล็กของ Ali)    และออกแบบระบบการเงินให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กหรือส่วนบุคคล ภายใต้ชื่อ Yuebao   ต่อมาพัฒนาเป็นกองทุนรวมตลาดเงินใหญ่อันดับ 4 ของโลก และสอนให้ประชาชนรู้จักใช้เทคโนโลยีเพื่อวางแผนการลงทุนและดูแลทรัพย์สิน Alibaba “เปลี่ยนความเชื่อมั่น เป็นความร่ำรวย และทำให้การยืมเงินเป็นเรื่องง่าย”

 

 

Chapter 7 The Routinization of ALiBABA’s Corporate Culture Innovation

องค์กร ALiBABA เป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ มีวัฒนธรรมองค์กรวัฒนธรรมอาลีบาบาต้องการให้พนักงานทุกคน “ทำงานให้มีความสุข และใช้ชีวิตอย่างจริงจัง” แจ็ค หม่า “ลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง พนักงานอันดับสอง และผู้ถือหุ้นอันดับสาม”   ถือเป็นวัฒนธรรมองค์กรของอาลีบาบา และเป็นหัวใจสำคัญของหลักการทำธุรกิจแบบแจ็ค หม่า โดยให้ความสำคัญกับผู้บริโภคเป็นอับดับแรกทุกสินค้าและบริการต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด พนักงานทั่วไปของบริษัทซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนงานของบริษัททั้งหมดจะต้องได้รับการดูแลอย่างดี เห็นได้จากการจ่ายโบนัสประจำปี จะคำนึงถึงพนักงานทั่วไปก่อนผู้บริหารระดับสูงซึ่งมักจะไม่ได้รับโบนัส

ตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงนี้คือการปฏิบัติของอาลีบาบาในการทำให้ผู้คนยืนหยัดอยู่ด้วยอยู่ในศีรษะของตน อาลีบาบาอยากให้พนักงานมองโลกในแง่มุมใหม่ ๆ เพื่อเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงให้พนักงานใหม่ทุกคนอายุน้อยหรือหนุ่มสาวอ้วนหรือผอมเรียนรู้ที่จะยืนอยู่บนศีรษะของเขากับผนัง ผู้ชายต้องมีกลับหัวอย่างน้อย 30 วินาที ผู้หญิงต้องให้ไว้ 10 วินาที  ถ้าทำไม่ได้ผู้สมัครใหม่ก็ต้องกลับบ้านไป  สิ่งที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือการบังคับให้คนคิดจากมุมมองที่แตกต่างออกไป แจ็คบอกว่า “ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะยืนอยู่บนศีรษะเพราะเมื่อคุณคว่ำหัวลงเลือดไหลเข้า สมองของคุณและคุณเห็นสิ่งต่างไปจากที่คุณต้องการ นอกจากนี้คุณยังสามารถนึกถึงประเด็นต่างๆ ในแบบที่คุณจะได้พบก่อนหน้านี้”

อีกวิธีหนึ่งที่ระบบของอาลีบาบาทำคือ การหมุนตำแหน่ง  คือจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง อาลีบาบามีโปรแกรมที่หมุนเวียนอยู่เสมอ ทุกปีมีการกำหนดตำแหน่งระดับผู้บริหารอีกครั้ง หากผู้จัดการมีความปรารถนาที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งใด ๆ พวกเขาต้องปฏิบัติตามข้อควรพิจารณา 2 ข้อ ประการแรกพวกเขาต้องมีแผนการที่ดีในใจสำหรับผู้ที่จะประสบความสำเร็จพวกเขาในตำแหน่งปัจจุบันของพวกเขา ประการที่สองพวกเขาต้องมีประสบการณ์ในการหมุนเวียนตำแหน่งพนักงานที่โดดเด่นกว่ามากของอาลีบาบาได้ทำทุกงานเดียวใน บริษัท รองผู้อำนวยการอาวุโสของอาลีบาบากล่าวว่า "ในขณะที่คุณเปลี่ยนตำแหน่งคุณจะขจัดอุปสรรคระหว่างตำแหน่งหนึ่งและตำแหน่งถัดไปเท่านั้นหากคุณทำอย่างนั้นจริงๆแล้วผู้คนสามารถทำสิ่งต่างๆได้จากมุมมองที่ต่างออกไป ได้สร้าง เครือข่ายการสื่อสารภายในของ Ali เรียกว่า "อาลี Flavor" ชื่อของ forum คือ Say What You Want “ ในเครือข่ายนี้เป็นกระดานข่าว เช่นการแชททางธุรกิจข่าวเกี่ยวกับลูกค้าและเรื่องอื่น ๆ และยังมีกระดานข่าวเกี่ยวกับงานอดิเรกผลประโยชน์ ความเพลิดเพลินอื่น ๆ อีกด้วย

การสื่อสารภายในอาลีบาบา เรียกว่า WCBBS (ย่อมาจาก Water Closet Bulletin Board Service) ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะวางกระดาษไว้ด้านหลังประตูห้องน้ำ เขียนความคิดเห็นและแนวคิด แผ่นมีหัวข้อที่สามารถระบุได้และมีการเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว เมื่อใดก็ตามที่พนักงานรู้สึกกระตุ้นเพื่อที่จะพูดพวกเขาสามารถจดความคิดของพวกเขา วิชาที่แตกต่างกันไปในแต่ละหัวข้อจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในนั้นกล่าวว่าถ้าเอดิสันยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันเขาจะทำอย่างไร? "ชนิดของสิ่งนี้มักกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองอย่างกระตือรือร้น ผลิตภัณฑ์ใหม่และการตอบสนองให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการปรับปรุงพวกเขาทุกเดือนฝ่ายทรัพยากรบุคคลเก็บรวบรวม WCBBSs และดำเนินการวิเคราะห์ความคิดเห็น ทางสถิติ จากวิธีเหล่านี้ อาลีบาบา  สามารถส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาจากแนวคิดของพนักงานทุกระดับ

 

การปรับใช้สำหรับการเคหะ

-          การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า เช่น วิจัยสำรวจความต้องการลูกค้า สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ลูกค้าต้องการ การบริการการเคหะต้องให้ความสะดวกแก่ลูกค้ามากที่สุด เป็น platform เปิดรหัสจอง ใช้เทคโนโลยี ถือบัตรประชาชนมายื่นจองบ้านการเคหะได้

-          แนวคิด“อาลี Flavor”สร้างกระดานข่าวสื่อสารระหว่างหน่วยงาน การแชร์แบ่งปันข้อมูลภายในองค์กร เพื่อแลกเปลี่ยนปัญหา แนวทางแก้ไข ที่ประสบความสำเร็จ 

-          จากแนวคิดโครงการ “A-Star” Alibaba Star ให้ทุนนักศึกษามาพัฒนา หรือการคัดเลือกบุคคลTalentเด่นในแต่ละสาขามาพัฒนาศักยภาพเพิ่มเติม เหมือนการสร้างทุนมนุษย์ให้องค์กร อาจใช้ 8K’s 5K’s สร้างแรงบันดาลใจพัฒนาให้เป็นทุนมนุษย์ช่วยงานการเคหะ

 

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

หัวข้อ การพัฒนาที่อยู่อาศัย...กับการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ Thailand 4.0 กรณีศึกษา

โดย     ดร.โสภณ พรโชคชัย

          นายสิทธิชัย เนี๋ยมเจริญ

ดำเนินการอภิปรายโดย  ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย

วันที่ 14 มีนาคม 2561

 การเจริญเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ ในระดับล่างส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนทำ  แต่ข้อดีคือสลัมลดลง  ตรงไหนมีโครงการเยอะ ตรงนั้นจะมีจุดตั้งโครงการ และมีการขายโครงการเยอะ  ปี 2017 มีโครงการประมาณ 410 โครงการ  ปีนี้โครงการลดลง เช่น ที่สนามหลวง ราชดำเนิน ถนนข้าวสาร วัดอรุณฯ แต่มีการเสนอขายยังเยอะอยู่

             ในรอบ 20 ปี จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นมาตลอด แต่แนวโน้มการลดลงจะมีมากขึ้นเช่นกัน แต่กลุ่มที่มีอำนาจซื้อก็ยังอยู่ เช่น บ้านราคา 15 ล้านบาท ในปีหนึ่งคอนโดเกิดขึ้นมาส่วนใหญ่มีน้อยลง

แนวโน้มที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ

ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา Trend บ้านแฝดกำลังมากำลังมาแรง (เงื่อนไขต้อง 35 ตารางวาขึ้นไป) ที่ดินมีความสำคัญมาก ถ้าลดราคาที่ดินลงมาหน่อยก็จะขายได้มากขึ้น

             อย่างการเคหะฯ ถ้าทำขึ้นมาแบบญี่ปุ่นก็จะสามารถขายได้ในช่วงวิกฤติปี 40 การไป Survey ปี 41-43 ไม่ได้ย่ำแย่มากเท่าไหร่ ซึ่งถ้าศึกษาให้ดีปัญหาต่าง ๆอาจไม่เกิดขึ้น

ข้อดีของการเคหะฯ คือ สร้างเสร็จหรือเกือบเสร็จก่อนขาย

สัดส่วนการเคหะฯ ที่เหลือขายประมาณ 190,000 หน่วย เทียบสัดส่วนกับสมัยก่อนถือว่าไม่มากเท่าไหร่การแบ่งกลุ่มที่ทำเลขายได้ดี ถ้าตั้งอยู่ที่ที่ตั้งแถวนี้น่าจะขายได้แน่ ยกเว้นว่า มีเหตุที่ทำให้บ้านไม่น่าซื้อ ได้แก่ รัชโยธิน บางบัวทอง ปทุมวัน นวมินทร์ บางนาตราด พหลโยธิน ศรีนครินทร์ ลาดกระบัง ยานนาวา-สีลม คลองสาน  ป้อมพระจุล พหลโยธิน  วงแหวนรอบนอกเพชรเกษม พิบูลสงคราม  ฯ

 

ลำดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บริษัทมหาชน  10 อันดับแรก   ได้แก่ พฤกษา เรียลเอสเตท  ,เอพี (ไทยแลนด์),  แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์  , อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ , ออริจิ้น พร้อมเพอร์, ศุภาลัย ,เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ,พร้อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค  แผ่นดินทอง พร๊อบเพอร์ตี้ ดีเวลล้อปเม้นท์ , เอเวอร์แลนด์ บริษัทที่ไปต่างจังหวัดมากที่สุดได้แก่    บริษัทแสนสิริ  แต่ขายไม่ค่อยดี เลยเลิก

 

 

 

 

 

Innovation แบบอย่างต่างประเทศ

ยกตัวอย่าง

1. ที่ตั้ง World Expo เซี่ยงไฮ้ ก็เป็นโรงงานเก่าอายุร่วมร้อยปี เทียบคลองเตย

2. สนามบินไคตัก (ในอดีต) ที่ฮ่องกง ขณะนี้แปลงเป็นเขตที่อยู่อาศัยราคาแพง สำนักงาน หน่วยราชการ โดยเว้นพื้นที่บางส่วนเป็นสวนสาธารณะ

3. KL Sentral ของกัวลาลัมเปอร์ก็พัฒนาเป็นศูนย์คมนาคมรวมทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า

4. พื้นที่รถไฟใจกลางมหานครของญี่ปุ่นที่เดี๋ยวนี้ลงใต้ดินไปแล้วกำลังจะพัฒนาในเชิงพาณิชย์ ไม่มีใครเอาไปทำสวน

5. ท่าเรือเก่าใจกลางกรุงลอนดอน บริเวณ Canary Whraf เอามาทำศูนย์ธุรกิจ

6. กรุงลอนดอนในวันนี้ แสดงศูนย์การเงิน Lendenhall

 

นายสิทธิชัย เนี๋ยมเจริญ

          ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ Thailand 4.0 ประเทศไทยกำลังปรับตัวเองไปด้านนวัตกรรม  สิ่งที่ดูคือ Envision for solution จะตรงมาที่หน่วยงานก่อนว่าทำอะไรกัน

Envision คือการ Imagine Something Possible

          SCG จึงเน้น Platform 4 อย่างคือ

          - Construction Platform

          - Elder Care Solution Platform

          - ECO Solution Platform

          - Smart Solution Platform

          ในปี พ.ศ. 2561 SCG เกิดมา 105 ปี เต็ม ผ่านวิกฤติมากมายอย่างในปี 1997 วิกฤติต้มยำกุ้ง ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก จนต้อง Restructure  มีบริษัท 205 บริษัท หลังจากที่เรามีบริษัทมาก หลังจากนั้นเข้ามายุคที่เริ่มตั้งหลักได้ ปี 2004 คือยุคที่เริ่มเปลี่ยนแปลง เป็นยุคการทำ Innovation เพราะไม่เช่นนั้นธุรกิจไม่รอด และในวันนี้ปี ค.ศ. 2017 เรากำลังเจอวิกฤติตัวใหม่คือ การ Disrupt ทาง Business สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การ Disrupt ในยุค Digital Transformation ยกตัวอย่างที่เมืองจีนไม่ใช้ Currency ปกติแล้ว เขาใช้มือถือยิง QR code อย่างเดียว

 

 

 

 

 

 

นวัตกรรม คืออะไร

Innovation ต่างกับ Invention

Invention คือการประดิษฐ์ สิ่งไหนที่เกิด Invention หมายถึงเกิดขึ้นครั้งแรกของโลก แต่ Invention ทั้ง 100 % ไม่เป็นนวัตกรรม หมายถึง Innovation จะไม่เกิดประโยชน์ถ้าไม่สร้าง Value สู่ Customer

          1. New to us สิ่งนั้นใหม่สำหรับเรา

          2. New to market ในตลาดยังไม่มีใครทำแต่เราไป Import มาขายได้

          3. New to the world ในโลกยังไม่มีใครทำ แล้วเราทำแล้วขายได้ สิ่งนี้ถือเป็นสุดยอดมาก

          โลกเสมือนจะเกิดขึ้นจริงในเร็วนี้

ความสัมพันธ์ระหว่าง Creativity , Invention and Innovation

          Invention ตัวไหนที่มีการกระแทกใจอย่างดีแล้วลูกค้าได้รับประสบการณ์แล้วชอบ สิ่งนั้นคือ Innovation

What SCG believe in Innovation

          แนวคิดของ SCG  คือ ถ้าไม่มี Innovation จะไม่สามารถสร้าง Sustain Growth

How to Build an Innovation Organization?

          - Vision

          - Innovation Culture

          - Innovation Process

          - Customer Centric

ใครเป็นคนมี Vision

          คือ Leader  มองปลายทางคือลูกค้า หมายถึงสิ่งที่ทำต้องขายได้ ต้อง Build Process  

โครงสร้าง SCG มียึดมั่นในอุดมการณ์ 4  SCG Innovation Organization สร้าง Innovation for life

1. Customer Centric

2. Visionary Leadership & People Competency

3. Inno- Culture Practice

4. New Idea System

Where a potential idea come from?

          1. Technology Scanning

          2. Competitor Landscape

          3. Mega Trend

          4. Customer Insight

 

 

มอง Mega Trend ว่าอะไรคือ Key Driver

          จะลงทุนตัวไหน รู้ก่อนได้เปรียบ 

1.STEEP  to Driver

2. S-Curve to Landscape

3. Technology Roadmap

Global Mega Trend

          ยกตัวอย่างเช่น ความสนใจในเรื่องเกี่ยวกับบ้านมีเรื่องอะไรบ้าง สิ่งที่พบคือคนส่วนใหญ่เริ่มสนใจสิ่งที่เป็น Life Style ความเป็น Smart Goal มากขึ้น แต่ตัวเปลือกเริ่มสนใจลดลง

การคาดเดา   เราต้องรู้ว่าจะดูว่าอันไหนอยู่ตรงไหน

Create our Own strategic opportunity Areas (SOA)

1. Construction Platform งาน Construction ต้องลด Skill Labor งานก่อสร้างกำลังจะเจ๊ง เพราะทุกอย่างว่าด้วย Standard อยู่ที่โรงงาน Platform จึงเป็นสิ่งสำคัญ

2. ECO Solution Platform มีเรื่อง Energy generation, Energy saving , Thermal Comfort, Air Quality

ยกตัวอย่าง- Renewable Energy

3. Elder Care Solution Platform  ประเทศไทย เริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว สิ่งที่คนสูงวัยต้องมีคือเรื่อง Safety ,Wellness, Convenience, และ Multi-Generation คือการ Mix กันระหว่าง Generation  ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ

4. Smart Solution Platform   ประกอบด้วย Better living solution, One connectivity Platform, Reliability สิ่งที่พบโดยมากจะพบว่า Smart City นำร่องโดยภาคเอกชน

 

หัวข้อ การบริหารกลยุทธ์องค์กร (2)

โดย     ดร.ณัฐวุฒิ  พงศ์สิริ

          อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูลย์  

ดำเนินการอภิปรายโดย  ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย

วันที่ 14 มีนาคม 2561

 

กรณีศึกษาของธนาคารแห่งประเทศไทย

ดร.ณัฐวุฒิ  พงศ์สิริ

          ปัจจุบันแผนกลยุทธ์จะเป็น 3 ปี เน้นเชิงคุณภาพมากขึ้น มีการประเมินผล ในช่วงหลังการทำแผนกลยุทธ์ มีบอร์ดในหลายภารกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี

          การเริ่มทำแผนกลยุทธ์ต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

The World is changing

             - Fewer boundaries โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เรามีความสามารถแข่งขันอย่างไรก็ได้

- Free flow information การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภค เช่น Wall mart สามารถทราบได้ว่าใช้สบู่ขนาดไหนแล้ว จะซื้ออีกเมื่อไหร่ สังเกตได้จากการ Flow ข้อมูล

          - Rapid tech advancements, enablers and distractors เทคโนโลยีมีทั้งด้านบวกและด้านลบ เป็นหนึ่งในสมการการคิดแผนกลยุทธ์องค์กร

          - Smarter mobiles

          - Virtual Reality is reality จะเป็นลักษณะ Work from home มากขึ้น

          - More Connected

Navigating the next industrial revolution

          เปลี่ยนแปลงเร็วมาก สังเกตได้ว่าจะเห็นเครื่องมือใหม่ ๆ มี AI และมีระบบ Face recognition คือระบบจดจำภายหน้าเป็นระบบ Machine Learning และถึงขั้น Deep Learning สามารถสั่งการขับรถโดยพิมพ์ได้โดยไม่ต้องใช้มือพิมพ์

Technology is everywhere

          ทุกอย่าง Customization เรื่องที่เกิดขึ้นเป็น มีเดียต่าง ๆ เป็นลักษณะ Streaming มีการupload ข้อมูลได้เร็วขึ้นจาก Big Data

          - Social ,Mobile ,Analytics & Cloud

          - Artificial Intelligence, Cognitive &Robotics

          - Big Data and Automation

 

 

The Quest for Customer Focus

ใครมีข้อมูลทางการตลาดจะวิเคราะห์ได้เร็วขึ้น โลกในปัจจุบันเป็นโลกของผู้ซื้อไม่ใช่ผู้ขาย ผู้ซื้อได้ประโยชน์เนื่องจากสามารถเทียบราคาได้ แต่ในวันนี้พลิกกับเป็นโลกของผู้ผลิต คือคนที่ขายของได้ต้องสร้างความรู้สึกในการที่คนต้องใช้สิ่งของนั้นเสมือนเป็นการบังคับให้ผู้ซื้อใช้ของที่เป็น Experience

ในองค์กรเอง ถ้าผลิตจนถึงการสร้างให้เกิดความเป็นส่วนหนึ่ง เหมือน Challenge มีความสุข ทำแล้วรู้สึกภาคภูมิใจ คนได้เรียนรู้ทุกวัน สรุปคือ Experience จะทำให้คนซื้อของ และอยู่ในองค์กร

VUCA

          โลกยุค VUCA คือ ผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน ไม่ชัดเจน

องค์กรและการเปลี่ยนแปลง

          1. องค์กรที่ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น – ยังมีการจ้างคนเหมือนเดิม และมีการรั่วไหล ยังไม่อยากเปลี่ยนแปลง ไม่ลงทุน

          2. องค์กรที่เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงและรอจนกว่าจะกระทบตัวเอง

          3. องค์กรที่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรู้ว่าทำอย่างไรแต่ไม่ลงมือทำ

          4. องค์กรที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง เป็นองค์กรที่จะอยู่รอดได้ในอนาคต ทุกสายงานบอกได้ว่าต้องการคนกี่คน ลักษณะแบบไหน

          ธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทันอาจเกิดปัญหาได้  เราต้องสร้างค่านิยมร่วม ไม่มีองค์กรไหนที่ไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่ปรับเทคโนโลยี เพราะโลกเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ในอดีตจะเห็นว่าเราไม่สามารถป้องกันอะไรได้  ปัญหาคือ HR ไม่ได้มองการ Retain คนเป็นเรื่องใหญ่ เรามองดูว่าเราจะใช้ศักยภาพให้เต็มที่ได้อย่างไร แล้วต้อง Deliver ไห้ได้อนาคตเป็นสิ่งที่ต้องดูในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน มีการกำหนดเรื่องโครงสร้างทางสังคมในการเลือกปฏิบัติ มีการปรับกฎระเบียบต่าง ๆ

Some Fundamental Questions ?

Key Questions in Strategic Management

             1. Where are we now?  

             2. Where do we want to go?

             3. How will we go there?

Factors Shaping the Choice of Strategy

          มีปัจจัย Internal Factors และ External Factors และมีการ Mix of considerations that determines a company’s strategic situation

 

 

 

 

อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูลย์  

การพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรสร้างสรรค์

1. COD – Creative Organization Development

2. Strength Based Organization

 

COD – Creative Organization Development

การแสดงความเห็น

             1. การตอบโจทย์ลูกค้าได้ถูกต้อง และเพิ่มมูลค่าสินค้าบริการ

             2. คนขับรถมีคุณภาพสามารถวางในจุดที่ดีกว่า

             3. ความคิดสร้างสรรค์เกิดได้กับทุกคนในองค์กรไม่จำเป็นต้องเป็นแผนกบริหารหรือแผนกใด ๆ

             4. ไอเดียต่าง ๆ จะอยู่ที่ผู้ปฏิบัติจริง

             สรุปโดยอาจารย์ศรัณย์ แนวคิดด้านบนคือความรู้องค์รวม ส่วนข้างล่างเป็น Specific Knowledge แนวคิดสร้างสรรค์อยู่ตรงไหน

 

คำถามคือ COD ดีอย่างไร

ให้ผู้บริหารเลือกได้ 2 อย่างจากทั้งหมด 8 อย่าง จะเลือกอะไร

ตอบ        1. ทำงานง่ายขึ้น

             2. ประหยัดค่าใช้จ่าย

             3. ประหยัดเวลา

             4. ปรับปรุงบริการลูกค้า

             5. พนักงานมีส่วนร่วม

             6. ปรับปรุงพัฒนาองค์กร

             7. ปรับปรุงผลพัฒนาองค์กร

             8. เพิ่มประสิทธิภาพพนักงาน

             ผลจากการสำรวจพบว่าในห้องประชุมการเคหะฯเลือก พนักงานมีส่วนร่วมมากขึ้น

 

 

 

 

 

 

หากไม่ COD คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ตอบ        1. เสียค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง

             2. ลูกค้าไม่พอใจ

             3. เสียลูกค้า

             4. พลาดโอกาสดี

             5. ผลการดำเนินงานองค์กรตกต่ำ

             6. พนักงานขาดความเคารพและเชื่อมั่นในตัวผู้บริหาร

             7. พนักงานไม่ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพราะไม่มีส่วนร่วม

             ผลจากการสำรวจพบว่าในห้องประชุมการเคหะฯเลือก พนักงานไม่ทุ่มเทเพราะไม่มีส่วนร่วม

ผลดีของการทำ COD (เลือก 2 ข้อ จาก 9ข้อ )

ตอบ        1. หัวหน้ามีความเคารพพนักงานอย่างจริงใจ

             2. พนักงานช่วยให้ผลงานดีขึ้น

             3. พนักงานได้รับข้อมูลข่าวสารมากขึ้น

             4. เกิดไอเดียต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง

             5. สร้างวัฒนธรรมสู่ความเป็นเลิศ

             6. พนักงานมีส่วนร่วมมากขึ้น

             7. พนักงานใส่ใจมากขึ้น

             8. พนักงานรู้สึกมีคุณค่าต่อองค์กร

 

หลักความคิดสร้างสรรค์ 4 M

             1. Mindset – ความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติ

             2. Mood – อารมณ์ ความรู้สึกที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์

             3. Mechanic – ขั้นตอนการคิด

             4. Momentum – ทำอย่างไรให้ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยั่งยืนไม่เป็นไฟไหม้ฟาง

 

Strength Based Organization

             องค์กรทั่วไปจัดวางพนักงานองค์กรอย่างไร สิ่งที่ทำอย่างนี้ทำให้พนักงานไม่ใช้ความสามารถเต็มร้อย อาจทำให้ไม่สำเร็จหรือใช้ทรัพยากรไม่เต็มที่  เพราะสิ่งที่ขาดหายไปคือพรสวรรค์และ Talent ถ้าเอา Talent มาพิจารณาด้วยจะเกิดจุดแข็งที่แท้จริง

             Talent = Skill + Knowledge

ดังนั้นการ Recruit คนต้องดู Talent + Skill + Knowledge

             จากการสำรวจพบว่า Talent ทุกคนมีพรสวรรค์ของตัวเอง ที่พบคือ 34 Talent ที่ทำให้เกิดรูปแบบความคิดพฤติกรรม ที่ทำซ้ำ ๆ ให้เกิดการทำงานได้ การมี Talent จะทำให้เกิด High Performance มีทั้งหมด 34 Theme แบ่งเป็น 4 กลุ่ม มีการประเมินแบบ Strength Finder

             เราสามารถรู้ได้ว่าเรามีพรสวรรค์แบบใด พนักงานมีพรสวรรค์แบบใด

             ท้ายที่สุด ไม่ว่าเราอยากให้องค์กรเป็นแบบใดก็แล้วแต่ต้องมีการออกแบบด้วย

 

สรุปคือ องค์กร COD และ Strength Based Organization น่าจะมีการประยุกต์เอา Design Organization ในการออกแบบองค์กร

 

โครงการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาผู้บริหารระดับสูง” ประจำปี 2561 หลักสูตร Classroom

หัวข้อ วิเคราะห์ประเด็นท้าทายของการเคหะฯ

โดย     ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์  บุณยเกียรติ

          ดร.ทรงวุฒิ ชนะภัย

ดำเนินการอภิปรายโดย  ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

วันที่ 15 มีนาคม 2561

 

ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

             เราจะจัดการการท้าทายอย่างไร เราจะเปลี่ยนเป็น Opportunity ได้อย่างไร สิ่งสำคัญในวันนี้คือเราต้องเปลี่ยนแปลงการทำงานของเรา เราต้อง Turn Challenge into Action และ Turn Action into Success

ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์  บุณยเกียรติ

วันนี้อยากให้คิดแบบคนนอกมองมาที่การเคหะฯ ซึ่งอาจจะเปลี่ยนโลกทัศน์หรือจุดยืนของว่าที่ผู้นำแบบนักการตลาดที่เรียกว่า Demand Focus

             เดิมสิ่งแรกที่จะเกิดคือ ผู้นำหรือผู้ตามในอดีต เวลาเราจะทำธุรกิจอะไรเราจะเริ่มจากฉันทำอะไรเก่ง แต่เราไม่ได้ถามว่าทำไมคนมาร้านเรา

             ประเทศไทย การเคหะฯ ต้องดูนโยบายระดับชาติแบบราชการ  ต่างกันมากก็ไม่เยอะ  เรามี Mindset ว่าเราสามารถทำได้ก่อนโดยไม่มีคู่แข่ง การเคหะฯ จะอยู่ในสถานะลูกคนกลางในหมู่รัฐวิสาหกิจ จะมีความรู้สึกคือสมดุลแต่ไม่เสริมแรง

ก. การทำ SWOT (เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์)

- SW = พลังภายใน เป็นพลังความแข็ง (Strength) และอ่อนข้างใน (Weakness)

- OT = พลังภายนอก  คือโอกาส (Opportunities) และการคุกคาม (Threats)

-  PEST คือพลังจากสิ่งแวดล้อมสากลภายนอก (สิ่งแวดล้อมภายนอกที่ใหญ่กว่ารัฐบาล)

P = Politic   E = Economic   S = Social T=Technology

ข. Mega Trends

        แนวโน้มระดับโลกมีหลายอย่างที่เกี่ยวกับ กคช.

        1. Aging Society สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น

        2. Urbanization การเป็นสังคมเมือง

        3.  Disruptive Technology เทคโนโลยีที่ไม่อาศัยความคิดเก่า เช่น Prefab ตัวบ้านสำเร็จรูป ระยะแรกแพงกว่าบ้านปกติ 20%  แต่ถ้าปริมาณสินค้ามากพออาจได้บ้านทั้งราคาถูกและคุณภาพดี

        

 

 

ความท้าทายเชิงธุรกิจและกลยุทธ์การแข่งขัน

1. ความท้าทายเชิงธุรกิจ

1. ภาพประเทศต่าง ๆ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย มาเลเซีย  สิ่งที่เห็นในภาพคือ ถ้าเมืองเจริญ  ตรงไหนคือเมืองจริงที่เป็น Center เมืองเจริญ มี Mass Transportation ดี แล้วคนจะซื้อรถอะไร

ความท้าทายที่เกิดในภาคอุตสาหกรรม อยากเห็นการมีนวัตกรรมเป็นของตัวเอง

2. โลกเปลี่ยน เราต้องการทำให้เป็น Smart Mobility

3. ค่านิยมผู้บริโภคมีความหลากหลายมากขึ้น

4. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านอุตสาหกรรมจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี

5. ปัญหาทางสังคมที่มีความรุนแรงมากขึ้น

2. กลยุทธ์การแข่งขัน

มีการแข่งขันในธุรกิจได้ต้องมีการเก็บข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์ และมาปรับใช้ในงานที่ทำอยู่ ต้องมีการวิเคราะห์คนก็เป็นส่วนสำคัญในการปรับระบบ

- Action Learning

- Learning by doing

3. มาตรการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ในปี พ.ศ. 2565 มีแนวทางว่า การเคหะฯ จะต้อง นอกจากคุณภาพราคาต้องทำเพื่อสังคมด้วย  การเคหะฯ ต้องบอก Brand Image จากการเคหะฯ ให้ได้ คือการสร้างความตระหนักให้เกิดกับบุคลากรในองค์กรของท่าน          สิ่งที่อยากฝากคือ เราไม่สามารถหยุดนิ่งได้  เพราะเราจะไม่สามารถเดินได้  ในฐานะที่เป็นผู้บริหารจะมีแนวทางการปรับตัวอย่างไรให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง และจะต่อยอดความสำเร็จขององค์กรในอนาคตได้อย่างไร

 

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ในมหาวิทยาลัย เราต้อง Transform จาก Quantity เป็น Quality เวลาเราทำอะไรเราต้องมี High Standard หรือ World Standardเมื่อเจออุปสรรคแล้วเราจะข้ามได้หรือไม่  การตั้งสถาบันทำให้เราไปลุยข้างนอกได้ สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเจออุปสรรคต่าง ๆ ต้องเข้าใจว่า Success ความสำเร็จที่จะเดินต่อไปเป็นความสำเร็จที่ต่อเนื่อง ๆ และเราต้องชนะเล็ก ๆ ก่อน

 

 

 

 

ดร.ไกรฤทธิ์  บุณยเกียรติ

ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์สรุป 3 ข้อเป็นข้อแนะนำผู้นำรุ่นใหม่ของการเคหะฯ

1. คิดแบบ Demand side ทิ้งความคุ้นชินที่เริ่มจากการมองจากข้างในคือ Supply side ต้องเปลี่ยนเป็นการมองจากข้างนอก Demand side การเคหะฯ มีคู่แข่งมาก ขอเสนอว่า อะไรที่เราทำได้เก่งที่สุดเก็บไว้เป็น Routine 50% ส่วนอีก 50% ขอให้ดู Demand ด้วย ต้องตอบสนองในฐานะที่คนนอกมองเข้ามาด้วยเป็นแหล่งเงินและลูกค้า ต้องมองปัจจัยภายนอกแล้วตอบสนองได้อย่างดีและยั่งยืน

2. อย่าไปกังวลกับกรรมเก่าอย่างเดียว เพราะลูกค้าเก่าก็สามารถเป็นลูกค้าในอนาคตได้  จากลูกหลานเขา เน้นการเตรียมตัวและพร้อมทำงานใหม่ ๆ ในลักษณะโครงการและนวัตกรรม

ก็ต้องมีหน่วยงานที่ต้องดู กรรมเก่าจะจัดการอย่างไรเช่นทวงหนี้ ต้องสร้างกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์ในเชิงยุทธศาสตร์ เช่น ใช้ Assets ให้ได้ประโยชน์เพิ่มคุณค่า พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะ

- ต้องเตรียมพร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเอง

- ต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่นการมีสุนทรียสนทนา (Dialogue)  ต้องคิดใหม่ทำใหม่ ทำงานคิดและร่วมมือข้ามสายงานได้ เช่นเป็น Engineer อยู่หน้างานอาจต้องมาคุยกับฝ่ายการเงินและฝ่าย Back up บ่อยที่สุดแบบมีความสุข

- มองแบบระยะยาวบ้าง ทำความเข้าใจ  ปัญหาใหม่ ๆ ร่วมกัน จะเก็บผลไปอวดคนที่วัดเราอย่างสง่างาม (KPIs)

3. พัฒนาวัฒนธรรมองค์กร เช่นอาจต้องดู  5 อย่าง ดังนี้

        1) Hero ในองค์กรเปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร ลองสังเกตว่า กคช. Idol คือใคร ถามตนเองว่าทำไมถึงนับถือคนนี้  นิยมคนนี้ สิ่งนี้คือวัฒนธรรมใหม่ คนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ให้ความนับถือคนแบบไหน เหมือนกันหรือไม่ จะได้สร้างต้นแบบใหม่ได้ทันโลก

        2) พิธีกรรมที่ยังสำคัญสำหรับ กคช. หมั่นสังเกตเคหะฯ ว่ากิจกรรมการเคหะฯ ไม่ใช่ Routine มีการเปลี่ยนมากหรือไม่ คนสนใจอะไรในงานพิธีสำคัญภายใน

        3) ก๊วนคนเป็นอย่างไร เช่น ดูคนในการเคหะฯ ต่าง ๆ  ปัจจุบันคุยกันเรื่องอะไร จะเห็นคำพูดไม่เหมือนเก่าระหว่าง Gen X กับ Gen Y

        4) ข่าวสำคัญกระจายอย่างไร ข่าวลือกระจายเร็วที่สุดได้เพราะใคร  ปชส. เช็คให้ได้เพื่อการสื่อสารภายในที่ดีกว่า

        5) สิ่งริเริ่มต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้นน้ำของ Actions ใหม่ ๆ เป็น Soul Leadership มีผู้นำทางจิตวิญญาณ หรือนำกันเองโดยไม่มีผู้นำ (Emergence)

        สุดท้ายได้ฝากคือ KM ไปใช้ในการบันทึกข้อมูล และเป็นการแชร์ประสบการณ์ สร้างบรรยากาศในการสนทนาแบบสุนทรีย์ ในการพัฒนาองค์กรและการแก้ปัญหา

ถามแบบเมตตา กรุณาสงสัยใคร่รู้ และมีการใคร่ครวญ Reflection  การทำ KM บ่อยพออย่างรู้จริงจะทำให้เกิดการคุยที่เกิดแรงในการพัฒนาคล้ายทำ Coaching 

        จริงอยู่การวางแผนยุทธศาสตร์ดีกว่าการไม่ได้วางแผนเชิงยุทธศาสตร์ แต่ที่สำคัญคือการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ (Execution) ในวันนี้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามศาสตร์เกิดเป็นการยกระดับวัฒนธรรมองค์กร กคช.ให้แข่งขันได้ (Positive Spiral)

วัฒนธรรมองค์กรเปลี่ยนได้ จะต้องปรับตามแผนยุทธศาสตร์ปกติ 20 ปี ของสภาพัฒน์ฯ ด้วย จึงจะช่วยชาติได้แบบไม่หลงยุค

หัวข้อ วิเคราะห์ประเด็นท้าทายของการเคหะฯ

(Group Assignment Presentation)

โดย     ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์  บุณยเกียรติ

          ดร.ทรงวุฒิ ชนะภัย

ดำเนินการอภิปรายโดย  อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

วันที่ 15 มีนาคม 2561

 

Workshop

วิเคราะห์ประเด็นท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ และเสนอแนะวิธีการจัดการ ดังนี้

( 1 ) ด้านภารกิจของการเคหะแห่งชาติและด้านทรัพยากรบุคคล (กลุ่ม 2)

( 2 ) ด้านลูกค้าและด้านทรัพยากรบุคคล (กลุ่ม 4)

( 3 ) ด้านการเงินและด้านทรัพยากรบุคคล (กลุ่ม 1)

( 4 ) ด้านการปฏิบัติงานและด้านทรัพยากรบุคคล (กลุ่ม 3)

 

 

วิเคราะห์กรณีศึกษาด้านการบริหารธุรกิจ(บทเรียนเพื่อพัฒนาการเคหะแห่งชาติ)  

 โดย ดร.พยัต  วุฒิรงค์  ว่าที่ร้อยตรี จีรวัฒน์  เยาวนิช  

            สรุปความรู้จากบทเรียนในวันนี้ในเรื่อง Trend ของโลก วิเคราะห์ลูกค้าว่าลูกค้าต้องการอะไร อาจจะทดลองลงไปทำเป็นลูกค้าเองแล้วลองทำตามขั้นตอนต่างๆที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วจะรู้ว่ามีความรู้สึกอย่างไร จะได้รู้ว่าลูกค้าคิดอย่างไร  แล้วนำมาปรับปรุงหรือปรับใช้อย่างไรให้ตรงใจลูกค้า

                                       TREND

               WEST                                             EAST

                - BIG                                             - SMALL

                - BUSINESS                                    - CONSUMER

                - MASS                                           - NICHE

                - VOLUME                                      - VALUE

 

นวัตกรรม( INNOVATION) – เป็นสิ่งที่ใหม่ หรือเก่าก็ได้  สามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง  สิ่งที่ทำได้จริงต้องมีประโยชน์  เช่น บริษัทพฤกษา สามารถนำนวัตกรรมใหม่มาใช้ในการก่อสร้างได้จริง ลดเวลาเหลือในการก่อสร้างบ้านหนึ่งหลังไม่เกิน 15 วัน เป็นต้น

การเข้าใจลูกค้า – เครื่องมือ design think process + นวัตกรรม 10 แบบ

design think process ต้องเข้าใจลูกค้า  define ideation prototyping test

นวัตกรรม 10 รูปแบบ

CONFIGURATION

1.  รูปแบบธุรกิจ

2.  เครือข่าย

3.  โครงสร้าง

4.  กระบวนการ

OFFERING

5.  ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์

6.  ระบบผลิตภัณฑ์

EXPERIENCE

7.  การให้บริการ

8.  ช่องทาง

9.  แบรนด์

10. การสร้างความผูกพันลูกค้า

 

การคิดเชิงออกแบบ เข้าใจลูกค้า ตีโจทย์แตก สนองความคิด สร้างต้นแบบ สร้างพันธมิตร

สร้างภาพลักษณ์ Brand /สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า Customer  Engagement

ภาคบ่าย

เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยกับการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ Thailand 4.0 ยุทธศาสตร์ของการเคหะแห่งชาติการออกแบบโครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อการพัฒนางานของการเคหะแห่งชาติ 4 กลุ่ม ได้แก่

1.       การนำเสนอการแปลงหนังสือและโครงพัฒนาที่อยู่อาศัยข้ามพรมแดนมิตรภาพ ไทย – ลาว

2.       NHA DNA e-Learning Platform

3.       โครงการทุ่งสองห้อง

4.       NHA e- Platform Start UP