คุณชายขอบคะ
แวะมาทักทายหลังจากงานPP ก็ไม่พบอาจารย์อีก มาเจอข้อความอาจารย์ก็ขอ share หน่อยค่ะ ในฐานะที่ดิฉันทำงานอยู่กับเด็กพิการทางการได้ยินมานานและก็เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนรู้เห็นการออกพรบ.คนพิการนี้ ในพรบ.นั้นเจตนารมย์คือการให้โอกาสแก่ผู้พิการทั้งหลายได้มีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนคนปกติทั่วไป การที่จะมีอย่างนี้ได้ก็ต้องได้รับโอกาสการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง ได้รับโอกาสในการศึกษา ประกอบอาชีพ แต่เรื่องเบี้ยยังชีพนี้เข้าใจว่าคงเพื่อให้ผู้พิการได้ใช้จ่ายในบางเรื่องที่ไม่สามารถเบิกตามสิทธิของการฟื้นฟูหรืออื่นๆเช่นค่าเดินทางไปรับการฟื้นฟูได้ก็จะเป็นประโยชน์ เพิ่มคุณภาพชีวิต จะเรียกว่าสงเคราะห์ก็ได้ ดังนั้นเราก็ต้องมีคำจำกัดความของ"คนพิการ"ให้ชัดเจนไม่เช่นนั้น ทรัพยากรที่มีจำกัดก็ไม่ได้ใช้ไปเพื่อผู้พิการอย่างแท้จริง ยกตย.เช่นเครื่องช่วยฟังสำหรับเด็กประสาทหูพิการ จะต้องใช้คนละ 2 ข้างเพื่อให้เด็กได้ฟื้นฟูการได้ยินจนสามารถพูดได้ เรียนหนังสือได้ ประกอบอาชีพได้ ราคาข้างละเป็นหมื่นค่ะ ถ้าต้องจัดสรรให้ผู้ที่มีประสาทหูเสียข้างเดียว(ไม่เรียกว่าพิการทางการแพทย์) ย่อมทำให้ตัดโอกาสแก่ผู้พิการจริงๆ ดังนั้นจึงต้องมีการจดทะเบียนผู้พิการซึ่งต้องอาศัยการวินิจฉัย(รับรอง)จากแพทย์ เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
ไม่ทราบว่าอาจารย์มีความเห็นเพิ่มเติมไหมคะ
ลัดดา