กระผมกลับมองตรงกันข้าม กับบทความอย่างสิ้นเชิงครับ 

เหตุเพราะ เราได้รับรู้ทุกสิ่งอย่าง อย่างเท่าเทียมกัน 

และการเข้าใจว่า คนไทยส่วนใหญ่ตามไม่ทัน เป็นความคิดที่พยายามแบ่งวรรณทางสติปัญญาอย่างเห็นได้ชัด และกลุ่มบุคคลหรือคนที่คิดเช่นนี้ จะเป็นเหตุที่นำมาซึ่งความขัดแย้ง

ด้วยเข้าใจเอาเองว่า ตนมีสติปัญญาสูงกว่า เพราะตนเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ (คิดไปเอง) แต่กลับเกิดความกังวล 

เหตุที่เกิดความกังวล เพราะตนไม่สามารถรับ มือกับความเจริญก้าวหน้านี้ได้

พูดง่ายๆคือ ไม่สามารถปกปิด ปิดบัง แก้ไข ควบคุม ข้อเท็จจริงได้อีกต่อไป

เพราะอินเทอร์เน็ตที่ว่านี้ มันได้สร้างสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ ต้องใช่เท็จจริงเท่านั้น

ถึงจะถูกยอมรับ และเคารพศรัทธา

(ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น ผู้พิพากษาหุ่นยนต์ โรบอท ตัดสินคดีด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพราะหุ่นยนต์ไม่มีความรู้สึก ไม่มีเกรงกลัว ไม่รับรู้ว่าคุณลูกใคร นามสกุลอะไร รวยไหม เป็นCEO หรือเปล่า)

................................................................

และอินเทอร์เน็ตได้นำมาซึ่งยุคแห่งความฟุ้งเฟ้อทางความรู้ 

ผู้ที่คิดเป็น รู้จริง ใช่เลย และถูกต้อง เท่านั้น ที่จะสามารถนำ และสร้างความอิสระ ความเป็นไท ให้คนไทยได้

และมันก็กำลังนำมาในสิ่งที่ดีดี ดีดี very good 

หากแต่สิ่งที่น่าวิตก ที่ว่าเป็นกับดัก ทำให้คนไทยติดบ่วง และเป็นทาส มีอยู่เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ที่ได้รับผลกระทบจากอินเทอร์เน็ต นั้นก็คือ การเมืองการปกครอง การบังคับควบคุม 

เพราะอินเทอร์เน็ตได้ทำให้ กลุ่มบุคคล กลุ่มทุนสมาน หรือคนจำพวก ที่มีอำนาจมีอิทธิพล และข้าราชการเลวๆ หรือแม้แต่ คนเลว! มนุษย์ลุง มนุษย์ป้า ได้รับผลกระทบ

และได้รับบทเรียนที่สาสม จากการกดดัน ประนาฌ บอยคอท วิจารณ์จากสังคมไทยผู้รักความจริงความถูกต้อง ความเท่าเทียม ผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ซึ่งการสร้างภาพ ไม่สามารถหยุดผลกระทบนี้ได้ 

เพราะสังคมอินเตอร์เน็ต เป็นสังคมแห่งข้อเท็จจริงเท่านั้น

และนี่ก็คือ นวัตกรรมของคนหรือกลุ่มบุคคล ดังได้กล่าวไว้ข้างต้น กลัว และน่าวิตก ถึงความเจริญอย่างยิ่งยวด ของ อินเตอร์เน็ตนี้ ซึ่งจะกลายเป็นกับดักให้คนไทยจำพวกนั้นติดบ่วง กลายเป็นทาสความเจริญแบบใหม่ที่ไม่สามารถมีอิสระในการกำหนดความเจริญใดๆ อย่างที่ตนเองเคยต้องการได้