สวัสดีครับคุณหมอจิ้น
ขอบคุณและยินดีมากครับที่สอบถามมา ในฐานนะที่ผมทำอยู่ในพื้นที่มัญจาคีรีและเคยอยู่ในพื้นที่อ.ปากพลี นครนายกนะครับ
1. ปัญหาจากการทำงานที่ผ่านมาในเรื่องของการควบคุมโรคไข้เลือดออกนะครับ ผมเน้นไปที่การกำจัดลูกน้ำในบ้านเรือนและบริเวณบ้านเลยก็แล้วกันครับ
1.1 เรื่องความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัตินี่ไม่ต้องอธิบายแล้วครับ ปัจจุบันยอมรับกันแล้วว่า สามอย่างนี่อาจไม่สัมพันธ์กันซะแล้ว เช่น รู้ว่าเหล้าบุหรี่มันอันตรายแต่ก็ยังเสพมัน ดังนั้นปัจจุบันความรู้เรื่องไข้เลือดออกของชาวบ้านดีขึ้นนะครับ แต่สำหรับความรู้เรื่องการกำจัดลูกน้ำแล้วก็ยังเป็นปัญหาอยู่บ้างเหมือนกันเช่น วงจรชีวิตของยุงลาย แหล่งเพาะพันธุ์ยุง เป็นต้น บางส่วนบอกว่ายุงลายมาจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ
อย่างไรก็ตามแม้ในกลุ่มที่มีความรู้เรื่องการกำจัดลูกน้ำที่ดีขึ้นแล้วอย่าง อสม. ก็ยังมีการปฏิบัติในการกำจัดลูกน้ำที่ไม่ดี
1.2 เรื่องการพึ่งพาการดำเนินการจากภาครัฐ เช่น หมออนามัย อสม. อบต. เรื่องนี้ชาวบ้านบางส่วนยังมีความคิดเห็นว่าหน้าที่กำจัดลูกน้ำ กำจัดยุงควรเป็นของภาครัฐ คือไม่เห็นว่าปัญหาอยู่ในบ้านเรือนตนเอง หรือเห็น แต่ก็ชินกับการที่มี อสม.นำทรายกำจัดลูกน้ำมาให้
เรื่องนี้มีคนพยายามหาสาเหตุของการให้ความร่วมมือหรือการมีส่วนร่วมในการกำจัดลูกน้ำควบคุมโรค ซึ่งคำตอบก็ประกอบด้วยหลายส่วน สรุปว่าก็ต้องมีบทบาทของหลายฝ่าย (เจ้าหน้าที่ อสม. ผู้นำชุมชน นโยบาย ข่าวสาร ) ที่ต้องร่วมมือกัน การมีส่วนร่วมจึงจะเกิดได้
1.3 สภาพสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ด้านน้ำดื่มน้ำใช้ การกำจัดน้ำเสีย การกำจัดขยะ และการกำจัดสิ่งปฏิกูล อาจกล่าวได้ว่าปัญหาลูกน้ำยุงลายเป็นผลพวงของการพัฒนาสิ่งเหล่านี้ เพราะสมัยก่อนเราทำโครงการโอ่งน้ำร้อยเปอร์เซนต์ ส้วมร้อยเปอร์เซนต์ ซึ่งทำให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำตามมาด้วย
โดยที่ผู้คนยังไม่มีมาตรฐานดำรงชีวิตด้านสุขาภิบาล ความสะอาดที่ดีพอ ภาชนะเก็บน้ำจึงมีมีสิ่งปกปิดป้องกันยุงวางไข่หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ห้องน้ำจึงเป็นเพียงสถานที่ขับถ่าย แต่ไม่เข้าใจว่าเป็นสถานที่เก็บกักทำลายเชื้อโรค
ปัญหานี้เป็นต้นเหตุของปัญหาอื่น ๆ แต่กระทรวงสาธารณสุขก็ละเลยออกไป เพราะภาระกิจส่วนหนึ่ง องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบจัดการ แต่ปัญหาใหม่ก็คือ ท้องถิ่นไม่พร้อมด้านวิชาการและบุคลากร อย่างไรก็ตามบางท้องถิ่นทำเรื่องการกำจัดน้ำเสียและขยะได้ดีมาก ก็ช่วยลดปัญหาลูกน้ำยุงลายได้ดี
1.4 ปัญหาด้านพฤติกรรมของประชาชน ซึ่งเป็นต้นเหตุของอะไรทั้งหมดที่กล่าวมา แล้วก็มีแค่คำว่า วินัย และการรักความสะอาดเท่านั้น ที่เราขาดไป 2 เรื่องแต่ก็ยากมาก ๆ ที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันใหม่ ผมอยากจะใช้คำว่าปลูกฝังกันใหม่ดีกว่า
ผมเชื่อและคิดว่าต้องเริ่มจากครอบครัว หากสาธารณสุขจะแก้ ก็ต้องมองที่ระบบครอบครัว ผมได้ศึกษาในพื้นที่พบว่า คนที่ทำหน้าที่ดูแลบ้าน เรื่องความสะอาด และการกำจัดลูกน้ำนั้นก็คือแม่บ้าน ซึ่งครึ่งหนึ่งในขณะนี้ไม่ค่อยสนใจและให้เป็นหน้าที่ของ อสม.ที่ทำหน้าที่สำรวจและกำจัดลูกน้ำ
หมายถึงว่า ระบบหน้าที่ในครอบครัวกำลังเสียไปอย่างมาก สมัยก่อนจะมีคำบอกสอนกันเสมอว่า หากตักน้ำแล้วเห็นตัวลูกน้ำอยู่ก็เป็นอันว่าต้องถ่ายน้ำทันที เพราะน้ำนั้นสกปรกแล้ว แต่ปัจจุบันไปดูโอ่งน้ำในแต่ละบ้าน มีตะกอนเกาะโอ่งหนามากแล้วแต่ก็ไม่มีการถ่ายน้ำ
ผมคิดว่าปลูกพฤติกรรมส่วนนี้ใหม่ผนวกกับการแก้สุขาภิบาล โดยใช้กฎหมาย พรบ.สาธารณสุขเข้ามาบังคับโดยท้องถิ่นอย่างจริงจังมากขึ้น
เดี๋ยวต่อเรื่องผลสำเร็จของการกำจัดลูกน้ำครับ