วิชาที่ 12 การคิดเชิงกลยุทธ์ และการบริหารจัดการสมัยใหม่
ในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีภาวะแห่งการแข่งขัน เราจึงมีความจำเป็นต้องมีการปรับตัว จะคิดแบบเดิมๆไม่ได้ ต้องเลิกคิดว่าเราจะไม่แข่งกับใครเราจะแข่งกับตัวเอง เพราะถ้าคิดอย่างนั้นจะเป็นคนที่น้ำเต็มแก้ว เราจึงต้องมีการคิดเชิงกลยุทธ์ เพื่อการแข่งขัน หรือการแย่งชิงทรัพยากรทั้งนักศึกษา อาจารย์ บุคลากร เก่งๆ การแย่งชิงงบประมาณ ถ้าอยากได้เงินจากรัฐบาลก็ต้องมีโครงการที่มีคุณภาพ ค่าเทอมนักศึกษา รายได้จากบริการวิชาการและวิจัย
ความสามารถในการแข่งขัน ต้องพิจารณาใน 2 ส่วน
Asset Management X Business Process = Competitiveness
1. Asset (สินทรัพย์)ที่มี ได้แก่ Infrastructure 2. Capital เงินสดควรมีการนำไปลงทุนทางด้านไหนอย่างไร 3. Technology 4. Human Resource บุคลากรเป็นสินทรัพย์ของที่มีค่ามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะคนที่เป็น Talent ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีความสามารถ Ego สูง และรำคาญกับระบบราชการ จะอยู่กับองค์กรที่ไม่เป็น Competitive ไม่ได้ ต้องมี Talent Program และให้อิสระกับเขา
2. Business Process (กระบวนการทำงาน) ต้องตั้งคณะกรรมการปรับปรุงการทำงาน เป็นการบริหารสมัยใหม่ 1. Quality คุณภาพ 2. Cycle Time ระยะเวลา 3. Responsiveness การตอบสนอง 4. Service level การบริการ 5. Productivity ผลิตภัณฑ์6. Efficiency ประสิทธิภาพ
3. Competitivenes 1. Market Share การวัดความสามารถในการแข่งขัน 2. Profit Margin กำไรหรือรายได้เราลดลงหรือไม่ 3. Growth 4. Asset Value 5. Value Creation แบรนด์ คนซื้อเราเพราะแบรนด์ ดังนั้น ม.ทักษิณต้องทำการ Rebranding ในการสะท้อนสิ่งที่เป็น
Competitive Strategies
Primary Strategies
- Cost Leadership Strategies แข่งที่ราคา
- Differentiation Strategies แข่งที่ความแตกต่าง เข้ามาเรียนที่นี่มีอะไรแตกต่างจากที่อื่น จบแล้วได้อะไรที่แตกต่าง จบแล้วได้งานทำมากกว่าที่อื่น บัณฑิตที่จบมหาวิทยาลัยทักษิณมีอะไรแตกต่างจากที่อื่น ผู้ปกครองจะได้อะไร
Supporting Strategies
- Innovation Strategies กลยุทธ์ทางด้านนวัตกรรม โครงสร้างขององค์กรไม่มีหน่วยงานเฉพาะที่จะสร้างนวัตกรรม Center of Excellence เลย
- Growth Strategies กลยุทธ์ในการโต เราจะโตแบบไหนที่มีคุณภาพ
วิชาที่ 13 การประเมินนโยบาย แผนงานและโครงการ
สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ การประเมินผลการดำเนินงาน ศึกษาบริบทใหม่ที่มีผลกระทบ เช่น อะไรที่จะมากระทบ ม.ทักษิณ และอุตสาหรรม Higher Education ในอนาคต และต้องทำแบรนด์ ยุทธศาสตร์ และคน และมองใน 5-10 ปีข้างหน้า
แนวคิดในการประเมินโครงการ
- ใช้ P-D-C-A Continuous Improvement ประเมินเพื่อดูความก้าวหน้าในการทำแผนถัดไป
และดู input ใส่ทรัพยากรอะไรลงไป-process มีกิจกรรม โครงการอะไรบ้าง -output-outcome ดู KPI ประจำยุทธศาสตร์ เรื่องอะไรที่ยังทำไม่เสร็จ สร้าง ซ่อมใหม่
ประเด็นที่พิจารณาในการประเมิน
ผลที่ได้ ตามเป้า ทำอะไรแล้วได้ตามเป้า เป็นผลที่ได้จากโครงการ สิ่งที่เราทำจริงเหรอ
ถ้าไม่ได้ตามเป้าทำอย่างไรจึงจะได้ตามเป้า เป็นความสามารถเราหรือฟลุ๊ค
การวางยุทธศาสตร์
1. รวบรวมแผน ยุทธศาสตร์ ทั้่งหมดที่เกี่ยวข้อง แผนอุดมศึกษา แผนสภาพัฒน์ แผน 20 ปี แผนของมหาวิทยาลัยอื่น
2. ทำการประเมิน
3. ประชุมกลุ่ม เชิญภาคเอกชน คนนอกมหาวิทยาลัย ผู้ปกครอง นักศึกษา ชุมชน คิดอะไรกับเรา
ประชุมกลุ่มย่อยแยอะๆ แล้วสรุปประเด็น
4.จัดทำข้อเสนอแนะประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับต่าง ๆ ประกอบด้วยวิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ (Mission) เป้าหมาย(Goal) กลยุทธ์สำคัญ (Important Strategy) , Winning Project, KPI, Action Plan
วิชาที่ 17 การบริหาร “คน” ของบุคลากรสายสนับสนุน
เน้นทฤษฎี 2 R’s คือความจริงและตรงประเด็น การปะทะกันทางปัญญา ต้องคิดต่าง และสรุปให้ได้ถึงจะอยู่รอด ต้องเอาชนะอุปสรรค การพัฒนาตนเอง คือ ต้องปรับ Mindseะ ต้องมี Value ค่านิยมในตัวเอง และ Manage Team เราดูทีมเราว่ามี Generation อะไรบ้าง เช่น BabyBoom Gen X GexY GenZ เราต้องสามารถพัฒนาทีมอย่างให้มี Accountability
บทบาทของตัวเอง.. หากพิจารณาตามแนว Chira Way – เรื่องคนมี 3 เรื่อง ประกอบด้วย
1. ปลูก - - 8K’s+5K’s
ปลูกในทุกขณะที่หาความรู้ เพื่อให้ทันเหตุการณ์ เพื่อให้มีศักยภาพ ใน 8K’s , 5K’s จะเหมือน Prerequisite 8K’s 5K’s มีพื้นฐานจาก Gary Becker คือต้องลงทุน แต่ไม่ใช่การลงทุนด้านปริมาณอย่างเดียว
2. เก็บเกี่ยว - - ทฤษฎี 3 วงกลม + HRDS
ทำอย่างไรให้คนทำงานตามศักยภาพของเขา คือการสร้างแรงจูงใจ ต้องดูแต่ละคนให้ดีว่าเขาต้องการอะไร บางคนต้องการครอบครัว ต้องการอิสรภาพ ไม่ได้เห็นเงินสำคัญที่สุด เมื่อมอบอำนาจแล้วให้ทำให้ดีที่สุด มีเรื่อง HRDS คือ Happiness , Respect , Dignity และ Sustainability
3. สุดท้าย คือ ทำให้สำเร็จ คือ Execution การเอาชนะอุปสรรค
วิชาที่ 18 ระบบพี่เลี้ยงและการสอนงาน (mentoring System & Coaching)
เรียนรู้ระบบพี่เลี้ยงและการสอนงานซึ่งสนับสนุนซึ่งกันและกัน การ Coaching หรือ Mentoring อยู่ในการพัฒนาคน และถ้าจะสร้างให้เกิดเป็นวัฒนธรรมของการมีพี่เลี้ยงกับการโค้ชจะช่วยให้การพัฒนาคนดีขึ้น Coaching เน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นและการปรับปรุงสมรรถนะ เป็นการพัฒนา Performance and Development ปรับปรุงผลการปฏิบัติงาน ส่วน Mentoring เป็นการโค้ชความก้าวหน้าในอาชีพและองค์กร การมี Mentor ในองค์กรเน้นการสร้างความมั่นใจ เป็นวิถีการทำงานแบบใดให้คนเข้าใจแบบนั้น และต้องทำอย่างต่อเนื่อง และได้เรียนรู้เทคนิคการฟังและการ Feedback ที่จะนำไปใช้ในการปฏิบัติงานในองค์กร
เทคนิคการฟัง
1. Summarizing Listening คือทบทวนการฟังว่าเข้าใจถูกหรือไม่
2. Reflective Listening คือที่ฟังมานี้ถูกหรือไม่ ดังนั้นการเป็นโค้ชหรือ Mentor ให้เขาสรุปว่าอย่างไร เข้าใจสิ่งที่เราพูดถูกหรือไม่
3. Empathetic Listening คือฟังแบบเห็นอกเห็นใจ เช่นเข้าใจความรู้สึกตรงนี้ เพราะถ้าเกิดขึ้นกับพี่คงรู้สึกไม่ต่างกับคุณ
Feedback ใน 2 ลักษณะ คือ 1. Appreciative Feedback คือการชื่นชม และ 2. Constructive Feedback คือการให้ Feedback และสร้างขวัญกำลังใจ ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อการพัฒนาต่อไป
วิชาที่ 19 การออกแบบโครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าแบบ3V
เรียนรู้โครงการนวัตกรรมที่ทั้ง 5 กลุ่ม ซึ่งคิดค้นและนำเสนอเป็นประโยชน์สำหรับมหาวิทยาลัยสอดคล้องกับการสร้างมูลค่าแบบ 3 V แต่ซึ่งบางเรื่องเป็นเรื่องที่เจาะจง บางเรื่องเป็นแบบกว้าง ๆ ซึ่งสามารถพัฒนาต่อไปก็จะช่วยการพัมนางานของมหาวิทยาลัย โดยการพัมนานวัตกรรมต้องคำนึงเทคโนโลยีที่นำมาใช้ กระบวนการที่ใช้ในการพัฒนาและความต้องการของลูกค้าด้วย
วิชาที่ 20 ทฤษฎีกระเด้งจากความรู้สู่การปรับใช้สู่ก้าวอนาคตแบบ 3 V’s
เป้าหมายหลักของทฤษฎีกระเด้งจากความรู้สู่การปรับใช้สู่ก้าวอนาคตแบบ 3 V’s คือ การปะทะทางปัญญา กิจกรรมการเรียนรู้ในโครงการสู่การปรับใช้เพื่อการทำงานสร้างความเป็นเลิศให้แก่มหาวิทยาลัย คือ การปรับ Minset เพื่อมุ่งไปสู่จุดแข็งของตัวเอง การเปลี่ยนวิธีคิด นำไปสู่การปรับพฤติกรรม สายสนับสนุนมีความสามารถแต่ต้องพัฒนาตลอดเวลาโดยเฉพาะโครงการนี้ทำให้เกิด Team Work, มี Passion, นำเทคโนโลยีมาใช้ และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Learning how to learn เพื่อใช้ในการบริหารจัดการเพื่อทำงานให้สำเร็จ