วิชาที่ 15   การคิดเชิงกลยุทธ์และการบริหารจัดการสมัยใหม่  วิเคราะห์สิ่งที่เป็นอยู่กับสิ่งที่ควรจะเป็นและการมองเป้าหมายร่วมกัน  (โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล)

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้   การบริหารจัดการสมัยใหม่จะต้องคิดแบบแข่งขันคิดเชิงกลยุทธ์ที่มีการแข่งขันในโลกปัจจุบันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเนื่องจากองค์กรต้องมีการแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด การคิดเชิงกลยุทธ์ ความสามารถในการแข่งขัน  กระบวนการทำงานให้มีคุณภาพ ระยะเวลาเหมาะสม มีการตอบสนองจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีหลักสูตรที่มีคุณภาพตอบสนองความต้องการของสังคม

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน  องค์กรต้องมีการกำหนดกลยุทธ์เพื่อต่อสู้กับการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรในด้านต่างๆ ต้องวิเคราะห์รอบด้านเพื่อให้เหนือกว่าคู่แข่งขัน  และเป็นตัวเลือกของผู้รับบริการ

วิชาที่ 16   การประเมินนโยบาย แผนงานและโครงการ วิเคราะห์สิ่งที่เป็นอยู่กับสิ่งที่ควรจะเป็นและการมองเป้าหมายร่วมกัน  (โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล)

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้  แผนงานและโครงการที่ดำเนินการผลักดันซึ่งเราต้องกำหนดให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการให้บรรลุ  โดยมองให้กว้างและไกลถึงอนาคตที่จะต้องอยู่รอดและกิจกรรมที่ดำเนินการจะต้องมองถึงระยะยาว  ดังนั้นการประเมินนโยบายแผนงานและโครงการจะต้องมีวิธีประเมินให้เห็นถึงความจริงและผลงานที่ปรากฏได้เพียงใดตอบสนองผู้รับบริการหรือไม่  เช่น ประเมินสถานการณ์สิ่งที่มากระทบต่อการดำเนินงานประเมินผลการดำเนินงาน  การใช้หลัก PDCA ต้องมีประสิทธิภาพ  การแข่งขัน การสื่อสารผลการประเมินให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน  การจัดทำแผนจะต้องมีการสำรวจและประเมินศักยภาพขององค์กรและศึกษาคู่แข่งขันทั้งที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือสถาบันที่อยู่นอกเหนือพื้นที่และกำหนดกลยุทธ์ที่แยบยลช่วยกันคิดให้รอบคอบและตกผลึกอย่างแท้จริงไม่ควรทำแผนเพียงเพื่อเป็นพิธีกรรมเท่านั้นและการประเมินตามความเป็นจริงโดยไม่เข้าข้างตัวเอง  ดังนั้นการวัดต้องชัดเจนประเมินได้อย่างเป็นรูปธรรมจึงจะเห็นผลงานที่แท้จริงว่าองค์กรของเราสามารถเทียบกับคู่แข่งขันได้เพียงใดต้องปรับปรุงอะไรบ้าง 

วิชาที่ 17  หัวข้อ การบริหาร คนของบุคลากรสายสนับสนุน  (โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์  ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์  และอาจารย์พิชญ์ภูรี  จันทรกมล)

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้  การบริหารคนของสายสนับสนุนจะเน้นทฤษฏี 2 R’s คือ ความจริงและตรงประเด็น พัฒนาศักยภาพบุคคลโดยการปลูกตลอดเวลาและต้องให้นำความรู้ออกมาพัฒนาองค์กรผ่านการปลูกและเก็บเกี่ยวผลงาน การปลูกมีทั้งปลูกปัญญาและความดี และ Execution คือความสำเร็จที่เกิดจากการเอาชนะอุปสรรคและก้าวผ่านปัญหาที่เกิดขึ้น การปลูกเป็นการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างหนึ่งที่เป็นกระบวนการทำให้เกิดการพัฒนาและสำเร็จผ่านจิตวิญญาณที่เน้นความสำเร็จขององค์กรเป็นหลัก

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน  พัฒนาตนเองโดยปรับ Mindset ในการทำงานปรับทัศนคติและความคิดรวมถึงพฤติกรรมการทำงานก่อนโดยมองตัวเอง มองสถานการณ์เป็นอย่างไร แล้วเราจะไปไหน เราจะเป็นอย่างไรและเราจะทำอะไรดังนั้นเราต้องปรับ Mindset ที่มององค์รวมและทำงานให้ได้ผลลัพธ์โดยการเอาความรู้ใหม่ๆไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตอบโจทย์องค์กรให้ตรงประเด็น  เราต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงและยุคการแข่งขันในปัจจุบันเพื่อความอยู่รอดขององค์กร และองค์กรต้องมองหาจุดแข็งของแต่ละคนนำออกมาใช้และพัฒนา ผู้นำต้องพัฒนาคนอื่นตลอดเวลาเพื่อเป้าหมายสูงสุดที่จะเกิดขึ้นได้ในเวลาที่สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร

  วิชาที่ 18  หัวข้อ ระบบพี่เลี้ยงและการสอนงาน (Mentoring System & Coaching)  (โดย ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์)

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้  ผู้นำหรือผู้บริหารที่มีลูกน้องหรือทีมงานต้องให้ความช่วยเหลือดูแลและเป็นพี่เลี้ยงให้กับทีมงาน ต้องช่วยให้คำปรึกษาและแนะนำดูแลว่าลูกน้องต้องการอะไรบ้างในการทำงานยังขาดสิ่งใดที่จะต้องใช้ต้องเรียนรู้ เราต้องทำตัวเป็นทั้ง Mentor และ Coach ไปด้วยกัน รวมถึงต้องค้นหาตัวเองและคนทำงานที่จะมาพัฒนาร่วมกันให้เกิดผลลัพธ์นำไปสู่การพัฒนาองค์กรผ่านการเรียนรู้ระหว่างกันและการสอนงานเป็นพี่เลี้ยงที่สร้างพลังให้กับลูกน้องและทีมงาน สร้างแรงบันดาลใจและแรงจูงใจให้คนทำงานได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพเพื่อองค์กรแห่งความสำเร็จและเป็นเลิศ

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน  การที่จะพัฒนาและเป็นพี่เลี้ยงให้กับลูกน้องได้เราต้องมีการพัฒนาตัวเองก่อนเพราะในอนาคตเราต้องทำงานเชิงการเอาความหลากหลายเป็นพลัง เราต้องดู Context ในองค์กรว่าเอื้ออำนวยหรือไม่ ดูระบบและนำ IT มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดลดต้นทุนลดเวลาลดทรัพยากร และดู Process ของงานเพื่อปรับปรุงให้เกิดการสร้างมูลค่าและเน้นความคล่องตัว สิ่งเหล่านี้นำไปเป็นสิ่งเกื้อหนุนให้ลูกน้องทำงานได้อย่างคล่องตัวสามารถสร้างผลงานเป็นรูปธรรมได้ นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญอีกประการคือการมีส่วนร่วม เราต้องทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมและสร้างค่านิยมที่ดีและมีความเป็นเจ้าของกิจการทำงานเป็นทีมเห็นความสำเร็จในทิศทางเดียวกัน

 

วิชาที่ 19  หัวข้อ การออกแบบโครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าแบบ 3V   (Value added – Value Creation – Value Diversity)

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้  การออกแบบโครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าแบบ 3V เป็นการศึกษานวัตกรรมที่อยู่ในงานที่เราทำงานเป็นประจำ ซึ่งเราเป็นบุคลากรสายสนับสนุนจะทำงานกับระบบเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงาน KPI การสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการให้สำเร็จและตอบสนองความต้องการขององค์กรและมหาวิทยาลัย การออกแบบโครงการเน้นการพัฒนาที่สร้างมูลค่าและคุณค่าเพิ่มเช่น การใช้ทฤษฏีต่าง ๆ เข้าช่วยในการออแบบและสร้างโครงการนวัตกรรม ได้แก่ ทฤษฏี KAIZEN นั่นหมายถึง เลิก ลด และเปลี่ยน และทฤษฏีการลดต้นทุน การลดความเสีย ทฤษฏี 2R’s คือ Reality มองความจริงว่าเราอยู่ตรงไหน เราเป็นอย่างไร อะไรที่เราต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและพัฒนาโดยนำความจริงมาพิจารณาและคำนึง Relevance ตรงประเด็น คือการทำในสิ่งที่ตรงจุดแก้ปัญหาและสร้างสิ่งใหม่ที่ตรงประเด็นสามารถตอบสนององค์กร การสร้างโครงการนวัตกรรมจึงเป็นการสร้างคุณค่าและมูลค่าของงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสำเร็จที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน  ให้คิดจากการทำงานตามกระบวนการที่เป็นอยู่ก่อนแล้วคิดต่อว่าเราจะปรับปรุงกระบวนการการทำงานนั้นได้อย่างไรบ้าง  ควรปรับกระบวนการใดที่ส่งผลกระทบเชิงบวก  เกิดประโยชน์สูงสุดขององค์กรเป็นหลัก คิดจากจุดเล็กๆแล้วขยายไปจุดใหญ่ให้ครอบคลุมโดยเน้นนวัตกรรมกระบวนการทำงานที่ช่วยให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นและลดต้นทุนลดเวลาและลดทรัพยากร พิจารณา Process Improvement ใช้ทฤษฏีคิดนอกกรอบว่าการทำซ้ำๆแบบเดิมๆแต่จะหวังผลลัพธ์ที่แตกต่างย่อมเป็นไปไม่ได้ ต้องคิดหาวิธีการใหม่ๆเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างในทางที่ดีขึ้น และทำการปรับปรุงกระบวนงานภายใต้ความเป็นจริงและตรงประเด็นเราจะได้ผลงานที่สำเร็จอย่างแท้จริง

วิชาที่ 20  หัวข้อ ทฤษฏีกระเด้ง...จากความรู้สู่การปรับใช้สู่ก้าวอนาคตแบบ 3V’s  บทสรุปภาพรวมของกิจกรรมการเรียนรู้ในโครงการฯสู่การปรับใช้เพื่อการทำงานสร้างความเป็นเลิศให้แก่มหาวิทยาลัย  (Value added – Value Creation – Value Diversity)

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้  อย่าเป็นน้ำเต็มแก้วที่ไม่สามารถพัฒนาอะไรได้อีกแล้ว ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆนำมาปรับใช้และต้องปรับตัว  และยอมรับต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันซึ่งมีการแข่งขันสูง ทำให้สิ่งที่ให้องค์กรอยู่รอดและมองผลประโยชน์โดยรวมขององค์กรเป็นหลัก ได้เรียนรู้และศึกษาทฤษฏีต่างๆในโครงการอบรมครั้งนี้ซึ่งเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ในการบริหารและการทำงานโดยเฉพาะการเป็นผู้นำที่ต้องกำหนดนโยบายและทำตามแผน การกำหนดกลยุทธ์เชิงท้าทายเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยสู่ความเป็นเลิศ การสร้างทีมที่เข้มแข็ง การนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเข้าถึงลูกค้าและการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพเกิดผลงานและการสร้างนวัตกรรมการพัฒนาให้เกิดขึ้นในองค์กรนำไปสู่การพัฒนาคณะและมหาวิทยาลัยที่ยั่งยืนได้ต่อไป

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน  เปลี่ยนมุมมองและทัศนคติในการทำงานในยุคปัจจุบัน มองตัวเอง มองแนวทางพัฒนา มององค์กร เป็นหลัก ทำงานเชิงรุกและใฝ่รู้เพื่อการพัฒนาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องนำไปพัฒนามหาวิทยาลัย สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ  เพื่อปรับปรุงและพัฒนางานที่สร้างคุณค่าและคุณประโยชน์