วิชาพิเศษ : หัวข้อ นำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการศึกษาดูงานสู่การปรับใช้กับการทำงานและมุมมอง
เพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัย โดยตัวแทน 1-5
(ร่วมวิเคราะห์โดย อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล)
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
ศึกษาดูงาน ณ มหาวิทยาลัยรังสิต
มหาวิทยาลัยรังสิต เน้นการทำงานเป็นทีม Wrok ที่เข้มแข็งและให้ความสำคัญกับคนทำงานโดยผู้บริหารมีสมรรถนะเรื่องการจัดการเชิงกลยุทธ์ ภาวะผู้นำ การมีวิสัยทัศน์ การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ ยอมรับและการจัดการความเปลี่ยนแปลงที่ก้าวล้ำทันเหตุการณ์และบริหารงานบุคคล โดยมี HRD เป็นผู้รับผิดหลัก เป็นมหาวิทยาลัยที่พัฒนาบุคลากรให้มีความสุขโดยจัดโครงการให้บุคลากรเข้าถึงธรรมะในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ทุกการทำงานมีความสุขและสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพัฒนาองค์กรให้เป็นเลิศโดยผู้บริหารสนับสนุนทุกรูปแบบให้บุคลากรทั้งสายสอนและสายสนับสนุนพัฒนางานโดยเน้นด้านนวัตกรรมเป็นหลักและการนำเทคโนโลยีมาใช้โดยเฉพาะในงานการเรียนการสอนเพื่อประสิทธิภาพให้อาจารย์สอนในงานและแนะนำช่วยเหลือความต้องการของอาจารย์และตอบสนองความต้องการของผู้เรียนในยุคการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่ต้องตามให้ทันและนำมาใช้ปรับการทำงานในทุกภารกิจตามเป้าหมาย
ศึกษาดูงานที่ บริษัท Uniliver กรุงเทพมหานคร
ผู้นำมีนโยบายชัดเจนในการนำระบบออนไลน์ทุกประเภทเข้ามาใช้ในองค์กรเน้นเครือข่าย Net workขับเคลื่อนองค์กรและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งโดยมองลูกค้าเป็นหลัก มองอนาคตอย่างมีวิสัยทัศน์ก้าวไกลต่อยอดแบรนด์ให้คนรู้จักไปทั่วโลกผ่านสื่อต่างๆที่ทันสมัยและรวดเร็ว ทำให้มีลูกค้าและผู้บริโภครับบริการและให้ความไว้วางใจเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์เป็นวงกว้างและต่อยอดความต้องการไปแบบไม่หยุดยั้ง ทีมงานตั้งใจขยันอดทนและมองอนาคตความสำเร็จขององค์กรเป็นหลัก
ศึกษาดูงานที่ ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารกสิกรไทย เน้นการพัฒนาที่ก้าวล้ำไม่ซ้ำแบบพัฒนาสิ่งใหม่ๆ สำรวจความต้องการและจัดทำเพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคปัจจุบันโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทุกประเภทโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ด้อยโอกาสให้ได้เข้าข้อมูลและบริการ เช่น กลุ่มคนพิการทางสายตา ทุกคนทำงานคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก
สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน
เราต้องปรับ Mindset และมุมมองใหม่เพื่อร่วมกันพัฒนามหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้าและอยู่รอดโดยการเรียนรู้ปรึกษาหารือกันยอมรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมงานและนำมาปรับปรุงการทำงานและใช้ประโยชน์ นอกจากนี้ยังต้องปรับตัวโดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยให้มากให้เกิดระบบที่ความคล่องตัวและได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพทันสมัยและตอบสนองผู้บริโภคให้รวดเร็วตรงตามความต้องการในทุกรูปแบบ
ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและเอาใจใส่ดูแลบุคลากรซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญที่สุดให้คนทำงานมีความสุขและสนับสนุนความสำเร็จเชิดชูเกียรติตามสมควรและสร้างค่านิยมที่ดี รวมถึงต้องมีการสื่อสารข้อมูลข่าวสารไปยังผู้เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วทุกคนรับรู้และเข้าใจความหมายและเป้าหมายเดียวกัน
วิชาที่ 17 : หัวข้อ การบริหาร “คน”ของบุคลากรสายสนับสนุน
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
การปลูกคือการพัฒนาคน การเก็บเกี่ยวคือการเก็บผลงานที่ทำผ่านความรักในงานที่ทำ และควรใส่ปุ๋ยดูแลเอาใจใส่คนทำงานอย่างต่อเนื่อง Execution คือ ความสำเร็จที่เกิดจากการเอาชนะอุปสรรคและปัญหาที่เกิดขึ้น เราสายสนับสนุนต้องหาจุดมุ่งหมายให้ได้ว่าเรื่องใดทำสำเร็จเรื่องใดทำไม่สำเร็จแล้วหาหนทางปรับปรุงแก้ไขพัฒนาและต้องทำงานด้วยใจรักงานจึงจะสำเร็จ สายสนับสนุน ต้องมี Passion and purpose with meaning จึงจะทำงานได้สำเร็จ รวมถึงทุกคนต้อง Learning & Development ด้วยตัวเองด้วย
สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน
เราต้องเป็นคนที่อยากเรียนรู้ด้วยตนเอง การเก็บเกี่ยวความรู้ และการพัฒนา และมี Passion Purpose และ Meaning เน้นการทำให้ดีที่สุด การยึดติดกับการเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นราชการมายาวนานจึงต้องปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์และยุคแข่งขันนี้ให้ได้ ปรับพฤติกรรมและเรียนรู้กับคนเก่ง ปลูกฝังและนำกลับไปใช้เน้นการทำงานร่วมกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน Alignment และเน้นผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก
เราต้องปรับกระบวนการทำงานปรับทัศนคติและความคิดรวมถึงพฤติกรรมการโดยมองตัวเอง มององค์รวมและทำงานให้ได้ผลลัพธ์โดยการเอาความรู้ใหม่ๆไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตอบโจทย์องค์กรให้ตรง มองหาจุดแข็งจุดอ่อนของแต่ละคนนำออกมาใช้และพัฒนา เพื่อเป้าหมายสูงสุดที่จะเกิดขึ้นได้ในเวลาที่สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร
วิชาที่ 18 : หัวข้อ ระบบพี่เลี้ยงและการสอนงาน (Mentoring System & Coaching)
(โดย ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์)
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
ระบบพี่เลี้ยงและการสอนงานถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งซึ่งเป็นการต่อยอดผลิตผลให้บรรลุความสำเร็จของงาน ผู้บริหารต้องให้ความช่วยเหลือและเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาให้คำปรึกษาและแนะนำในสิ่งที่ดีๆความไว้เนื้อเชื่อใจต้องมีตลอดเวลา
รูปแบบการโค้ช
1. นายโค้ชลูกน้อง
2. เพื่อนโค้ชเพื่อน
3. ลูกน้องโค้ชนาย
ทำไมต้องโค้ช
1. โค้ชเพื่อผลงาน
2. เพื่อ Learning & Development และ
3. ผลกระทบแห่งพฤติกรรม
ผู้นำต้องเป็นทั้ง Mentor และ Coach และจะต้องเรียนรู้แลกเปลี่ยนให้มากพอที่จะทำให้งานสำเร็จและต่อยอดความรู้ปสู่การพัฒนาองค์กร การสอนงานเป็นการสร้างพลังให้กับลูกน้องและทีมงาน สร้างแรงบันดาลใจและแรงจูงใจให้คนทำงานได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ
สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน
สรุปคือ ผู้บริหารหรือหัวหน้างานต้องเป็นทั้ง Coaching & Mentoring คอยสอนงานและสนับสนุนส่งเสริมและช่วยเหลือเกื้อกูลในทุกเรื่องที่พึงทำได้ และจัดปัจจัยเกื้อหนุนระบบและนำ IT มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดลดต้นทุนลดเวลาลดทรัพยากร และดู Process ของงานเพื่อปรับปรุงให้เกิดการสร้างมูลค่าและเน้นความคล่องตัว รวมถึงการสร้างทีมให้คนทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมและสร้างค่านิยมที่ดีและร่วมกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีสัมพันธ์สอดคล้องกับการเป็นองค์กรที่เป็นเลิศ
วิชาพิเศษ : นำเสนอบทเรียนจากการอ่านหนังสือ HBR’s Must Read on Managing Yourself
(โดย ตัวแทนกลุ่ม 1-5)
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
ความสัมพันธ์ของงานและครอบครัวเป็นสิ่งที่ขาดจากกันไม่ได้ จะต้องไปด้วยกันอย่างลงตัว เมื่อมีการลงทุนกับอาชีพการงานจะเห็นผลลัพธ์ที่เร็วกว่าการลงทุนเรื่องความสัมพันธ์กับครอบครัว การได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น ได้เลื่อนขั้น แต่การลงทุนกับครอบครัวยังไม่ทราบได้ว่าทำดีแล้วยังผลสำเร็จอยู่ตรงไหน ต้องทำอีกเท่าใดจึงจะเรียกว่าสำเร็จ
การกระทำต่างๆต้องคิดถึงเป้าหมายในการสร้างก่อนแล้วจึงทำตามแผนการและมุ่งสู่เป้าหมายนั้นๆ หากไม่มีเป้าหมายในชีวิตการทำงานก็อาจไม่เกิดประโยชน์
สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน
เราต้องบริหารจัดการเรื่องงานกับเรื่องครอบครัวให้มีความสมดุล ลงตัว มีความสุข ไม่ทุ่มเวลาไปที่อย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินพอดีและต้องมีเวลาจัดสรรการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว การออกกำลังกาย การบริหารเวลา สร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและการดูแลครอบครัว นอกจากเราต้องทำงานแบบมีเป้าหมาย สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดีให้เกิดขึ้นในองค์กรและช่วยกันผลักดันสนับสนุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง องค์กรจึงจะบรรลุเป้าหมาย
วิชาที่ 19 : หัวข้อ การออกแบบโครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าแบบ 3V
(Value added – Value Creation – Value Diversity)
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
การเริ่มจากจุดเล็กๆในงานของตัวเองก่อน สำรวจกระบวนงานอย่างง่ายที่จะสามารถลดกระบวนการได้และส่งผลให้เกิดประโยชน์ในภาพรวมและนำมากำหนดกรอบการออกแบบโครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าแบบ 3V ซึ่งเราเป็นบุคลากรสายสนับสนุนจะทำงานกับระบบเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงาน การสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการให้สำเร็จและตอบสนองความต้องการขององค์กรและมหาวิทยาลัย สร้างมูลค่าและคุณค่าเพิ่มให้แก่องค์กร
ใช้ใช้ทฤษฏีต่าง ๆ เข้าช่วยในการออแบบและสร้างโครงการนวัตกรรม ได้แก่ ลด เลิก เปลี่ยน ทฤษฏี KAIZEN ทฤษฏี 2R’s คือ Reality มองความจริงว่าเราอยู่ตรงไหนเราต้องทำอย่างไรจึงจะเกิดการพัฒนาที่ดีกว่า ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและพัฒนาโดยนำความจริงมาพิจารณาแก้ให้ประเด็น
สร้างนวัตกรรมกระบวนการเป็นสิ่งที่สามารถสร้างคุณค่าและมูลค่าของงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสามารลดต้นทุนได้และช่วยการทำงานสั้นลงโดยไม่สูญเสียและสิ้นเปลืองทรัพยากรเกิดประโยชน์กับองค์กร
สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน
เราเป็นบุคลากรสายสนับสนุนที่สามารถช่วยเหลือมหาวิทยาลัยได้ในงานที่เราทำโดยมความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ศึกษานำนวัตกรรมมาเสริมสร้างและปรับปรุงการทำงานให้มีมูลค่าเพิ่มได้เกิดรายได้และลดต้นทุน ดังนั้นในการสร้างโครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าแบบ 3V จึงเริ่มจากจุดเล็กๆก่อนคิดให้ครอบคลุมโดยเน้นนวัตกรรมกระบวนการทำงานที่ช่วยให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นและลดต้นทุนลดเวลาและลดทรัพยากร พิจารณา Process Improvement
ใช้ทฤษฏีคิดนอกกรอบว่าการทำซ้ำๆแบบเดิมๆแต่จะหวังผลลัพธ์ที่แตกต่างย่อมเป็นไปไม่ได้ ต้องคิดหาวิธีการใหม่ๆเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างในทางที่ดีขึ้น และทำการปรับปรุงกระบวนงานภายใต้ความเป็นจริงและตรงประเด็นเราจะได้ผลงานที่สำเร็จอย่างแท้จริง นอกจากนี้ต้องมีวิธีการที่จะ Imprement ได้ด้วย รวมถึงกำหนดเครื่องมือและตัววัดให้ชัดเจนในเก็บข้อมูลและประเมินผลการดำเนินโครงการ
วิชาที่ 20 : หัวข้อ ทฤษฏีกระเด้ง...จากความรู้สู่การปรับใช้สู่ก้าวอนาคตแบบ 3V’s
บทสรุปภาพรวมของกิจกรรมการเรียนรู้ในโครงการฯสู่การปรับใช้เพื่อการทำงานสร้างความ
เป็นเลิศให้แก่มหาวิทยาลัย
(Value added – Value Creation – Value Diversity)
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
ในการทำงานต้องมี Passion เราต้องมี purpose ที่ชัดเจนและทำตามให้ได้ และต้องรู้ meaning จึงจะทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวัง การใช้ทฤษฏี Value Added สร้างมูลค่าเพิ่ม Value Creation สร้างคุณค่าใหม่ และสร้าง Value Diversity สร้างคุณค่าจากความหลากหลาย จะทำให้องค์กรเกิดการพัฒนาสู่การเป็นองค์กรความเป็นเลิศ และต้องการทำงานเป็นทีม เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ในการทำงานระหว่างกันเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และการนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดต่อและพัฒนาผลักดันอย่างต่อเนื่องในองค์กรอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน
ในการทำงานต้องมี Passion ก่อนเมื่อมีใจรักในงานแล้วสิ่งอื่นที่จะตามมาก็จะเป็นผลดีทำงานอย่างมีความสุข เมื่อทำงานที่รักแล้ว เราต้องมี purpose ที่ชัดเจนและทำตามให้ได้ และต้องรู้ meaning จึงจะทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวัง และปรับ Mindset เปลี่ยนมุมมองและทัศนคิตในการทำงานในยุคปัจจุบัน มองตัวเอง มองแนวทางพัฒนา มององค์กร เป็นหลัก ทำงานเชิงรุกและใฝ่รู้เพื่อการพัฒนาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สร้างนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อปรับปรุงและพัฒนางานที่สร้างคุณค่าและคุณประโยชน์
- สร้างงานใหม่ ๆ คือนวัตกรรม ใช้ทฤษฏี 2R’s การมองความจริงและตรงประเด็นจะช่วยให้เราพัฒนาได้ตรงจุดและตอบโจทย์ของมหาวิทยาลัยมากขึ้น
การทำงานต้องเน้นความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัวต้องมีความสุขควบคู่กันไป ต้องจัดการบริหารเวลาให้ได้ แบ่งเวลาออกกำลังกาย สร้างกิจกรรมผ่อนคลาย นอกจากนี้เราจะสร้างจุดแข็งอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องสร้างจุดเด่นด้วย เพื่อให้การทำงานเป็นแบบก้าวหน้าและมี Core Value ขององค์กร คือ พันธกิจและวิสัยทัศน์ซึ่งจะสำเร็จอยู่ที่ความมุ่งมั่นและความร่วมมือของบุคลากรทุกคน