วันที่ 30 สิงหาคม 2560
การคิดเชิงกลยุทธ์ กับการบริหารสมัยใหม่
: วิเคราะห์สิ่งที่เป็นอยู่กับสิ่งที่ควรจะเป็นและการมองเป้าหมายร่วมกัน
stage of the Industry Life Cycle
ทุก ๆ สิ่งในโลกเรามีช่วงชีวิต มีวัฏจักรของมัน อย่างอุตสาหกรรมมีช่วง เกิด โต แก่ เจ็บ ตาย
S-Curve ตัวเก่าต้องตายไป ต้องสร้าง S-Curve ตัวใหม่ เช่น I-Phone ที่ต้องสร้าง S-Curve ตัวใหม่ตลอดเวลา อย่าง ม.ทักษิณ ปัจจุบันอยู่ในวัฏจักรอะไร ดูที่ตัวมหาวิทยาลัยก่อน แล้วค่อยมาดูที่คณะต่าง ๆ เราต้องยอมรับความจริงว่า S-Curve ในปัจจุบันต้องเปลี่ยน ต้องกลับมาถามว่าในแต่ละหลักสูตร ในแต่ละภาควิชาในแต่ละภาคของมหาวิทยาลัยอยู่ตรงไหนของมันต้องดูว่าอะไรที่เราปล่อยเขาไป และอะไรที่ขึ้นอยู่ข้างบน
ในการปฏิบัติงานต้องพิจารณาว่างานใดทำแล้วผลการดำเนินตอบโจทย์เราควรมุ่งทำสิ่งนั้นให้ดีให้เด่น หากกิจกรรมใดทำแล้วไม่ตอบโจทย์ให้ยกเลิกหรือปรับ เราไม่ควรทุ่มงบประมาณกับสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์กับองค์กร และในการทำปกติเราต้องพิจารณาว่ากระบวนงานใดไม่ทำให้ผลเหมือนเดิมก็ควรตัด
การประเมินนโยบาย แผนงาน และโครงการ
สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ
1. ประเมินผลการดำเนินงาน
2. ศึกษาบริบทใหม่ที่มีผลกระทบ เช่นอะไรที่จะมากระทบ ม.ทักษิณ และอุตสาหกรรม Higher Education ในอนาคต
3. ต้องทำแบรนด์ ยุทธศาสตร์ และคน และมองใน 5-10 ปีข้างหน้า
เราต้องมีการประเมินแผน 2 แล้วไปทำแผน 3 ใช้หลักคิด กฎเกณฑ์เหล่านั้นทำให้คนเก่งกลายเป็นคนกลาง ๆ เช่นบางหลักสูตรควรมี ดร. 6-9 คน เราต้องหาวิธีการทำให้เก่งกว่าคนอื่น คิดแล้ววางแผนแล้วจะปรับอะไร อะไรทำน้อยไป อะไรทำได้มากขึ้น
การปรับใช้ในการปฏิบัติงาน
การดำเนินงานทุกระบบ ควรมีการประเมิน ติดตาม เพื่อให้ทราบปัญหาและหาทางแก้ไขได้ทัน ควรมีการศึกษาความเป็นไปได้ก่อนเริ่มโครงการ มีการดำเนินงานตามกระบวนการ PDCA คือ Plan-Do-Check-Act และให้ กระบวนนี้หมุนไป เพื่อการพัฒนา
วันที่ 31 สิงหาคม 2560
การบริหาร “คน” ของบุคลากรสายสนับสนุน
การพัฒนาตนเอง
1. Mindset
2. Value ค่านิยมในตัวเอง
3. Manage Team เราดูทีมเราว่ามี Generation อะไรบ้าง เช่น BabyBoom Gen X GexY GenZ เราต้องสามารถพัฒนาทีมอย่างให้มี Accountability
การมี Mindset อะไรแล้วจะออกมาที่การกระทำ แล้วการกระทำจะออกมาที่ผลลัพธ์ เช่นถ้านายต้องการแต่งาน แล้วจะสนใจแต่งาน ไม่สนใจว่าลำบากลำบนแค่ไหน จะต้องการแต่งาน ผลลัพธ์ที่ได้มาคือความเครียด และไม่รักกัน เพราะว่าถ้านายมาซ้าย เราจะไปขวา เราจะคอยตั้งป้อมว่าเราจะโดนอะไรอีก
การปฏิบัติงานเราต้องปรับทัศนคติของเราต่องาน ต่อเพื่อนร่วมงาน ทำงานเป็นทีม รักในงานที่ทำ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานของเรา
ระบบพี่เลี้ยงและการสอนงาน (Mentoring System & Coaching)
รูปแบบการโค้ช
1. นายโค้ชลูกน้อง
2. เพื่อนโค้ชเพื่อน
3. ลูกน้องโค้ชนาย
ทำไมต้องโค้ช
เพราะต้องเสริมกำลังใจ ให้เขาทำงานดีขึ้น พัฒนาองค์กร
1. โค้ชเพื่อผลงาน
2. เพื่อ Learning & Development และ
3. ผลกระทบแห่งพฤติกรรม
การปฏิบัติงานเราต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสอนงานกัน เพื่อให้การปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย
การนำเสนอบทเรียนจากการอ่านหนังสือ HBR’s Must Read on Managing Yourself
ภาพรวมของการจัดการตัวเอง
การประสบความสำเร็จของบุคคลที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ มาจากการเรียนรู้ที่จะจัดการกับตัวเอง ต้องเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเอง ต้องหาโอกาสที่จะทำให้เราสามารถถ่ายทอดผลงานออกมาให้เป็นที่ประจักษ์
1. การค้นหาจุดแข็งของตัวเอง (เพื่อพัฒนาตนเอง)
- พัฒนาจากจุดแข็งของตัวเอง
- ปรับปรุงจากข้อเสียของตัวเอง
เราต้องค้นพบตัวเอง เราต้องหาตัวเองให้เจอก่อน และเมื่อหาตัวเองเจอแล้ว เราต้องพัฒนาตัวเองจากจุดแข็ง เราค้นพบว่าตัวเองมีจุดแข็งด้านไหน ต้องเชื่อว่าตัวเองมีจุดแข็งด้านนั้นจริง ๆ แล้วออกแบบเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ ครั้งนี้ไม่ได้ผล ต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ อย่างไรก็ตามต้องมองถึงจุดด้อยด้วย
การปรับใช้ในการปฏิบัติงาน
เราต้องพิจารณาตนเองจากจุดแข็งและเสริมจุดแข็งของตนเองเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายและเมื่อเรารู้ว่ามีข้อเสียในการปฏิบัติงานใดเราควรศึกษาเพิ่มเติม หรือ ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า