วิเคราะห์หนังสือ “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้”

หนังสือ “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้” เป็นหนังสือที่เขียนถึงประสบการณ์และแนวคิดของ คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ โดยในหนังสือได้แบ่งเป็น 4 ส่วน

  • เรื่องของสองแชมป์

พูดถึงประวัติ ประสบการณ์และแนวความคิดของทั้งสองท่านโดยทั้งสองท่านมีประสบการณ์ที่ต่างกัน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการพัฒนาทุนมนุษย์ ให้มีศักยภาพ ให้สามารถแข่งขันในระดับสากลได้ โดยที่ทั้งสองท่านได้มีความเห็นเหมือนกันว่า “มนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด”

    คัมภีร์คนพันธุ์แท้

พูดถึงแนวทางในการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยมีแนวคิดคือ “ คนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดและเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดขององค์กร มีการแนะแนวทาง กลยุทธ์ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรให้มีความรักในองค์กรและสร้างคุณประโยชน์ให้กับองค์กร

   จักวาลแห่งการเรียนรู้

ได้เสนอหลักแนวคิดให้ขยายไปถึงประชาชนและประเทศชาติ เพื่อมุ่งหวังให้มีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนาไปแบบยั่งยืน

  • สู่การเพิ่มผลผลิต

นอกจากในระดับประเทศ ยังได้เสนอหลักคิดให้เพิ่มศักยภาพให้สามารถแข่งขันได้ในระดับโลกโดยเน้นที่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพ และเน้นถึงการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน

ข้อดีของหนังสือ

  • เนื้อหาอ่านง่าย อ่านแล้วเข้าใจง่าย
  • พูดถึงเป้าหมายและแนวคิดของทั้งสองท่านอย่างชัดเจน

สิ่งที่อยากให้มีเพิ่มเติม

  • อยากให้แนะนำบุคคลที่เป็นต้นแบบในระดับโลกเพิ่มเติม โดยเฉพาะท่านที่มีแนวคิดสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและต่อเนื่อง

ประโยชน์ที่ได้และแนวทางการนำไปปรับใช้ จากการอ่านหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้

               ได้เรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงาน และแนวคิดของทั้งสองท่าน เช่น หลักการ 4 L’s ของคุณพารณ (Village that learn -> School that learn -> Industry that learn -> Nation that learn)  และหลักการ 4 L’s ของ ศ.ดร.จีระ (Learning Methodology, Learning Environment, Learning Opportunity, Learning Community) เพราะผมทำงานอยู่ในสถาบันการศึกษา จึงตระหนักว่าการเรียนรู้ในโรงเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญ (School that learn) และจะนำหลักการ 4 L’s ของศ.ดร.จีระ ไปปรับใช้ในการสอนโดยให้ น.ศ.ตะหนักถึงการเรียนรู้และเข้าใจในวิธีการเรียนรู้ เพื่อให้บรรยากาศการเรียนเป็นไปอย่างราบรื่นและเปิดโอกาสให้ น.ศ.มีการแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อต่อยอดความรู้ให้กว้างขึ้นเป็นชุมชนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

นิพันธ์ หรรษสุข นักศึกษาปริญญาเอก รุ่นที่15