ช่วงที่ 3 : วันที่ 3-5 เมษายน 2560
วิชาที่ 10 Management Strategies-Planning-Organizing and Decision Making for EGAT Executives
การจัดการเชิงกลยุทธ์ คือการวางทิศทางและกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับ SWOT / โลกแห่งการเปลี่ยนแปลง
ดังนั้นจึงต้องวิเคราะห์ SWOT ก่อน ที่จะไปกำหนดวิสัยทัศน์
การวางแผนเชิงกลยุทธ์ไม่สำเร็จเกิดจาก การวิเคราะห์ SWOT ผิด หรือวิเคราะห์ SWOT ถูก แต่วางทิศทางผิด
คือมองจากในมุมตัวเองออกไป ดังนั้นการวางกลยุทธ์ที่ดี ต้อง รู้จักตัวเอง วิเคราะห์SWOT ให้ถูกต้อง มองอนาคตให้แม่น และวางทิศทางให้ตรง
วิชาที่ 11 ศึกษาดูงานณ ธนาคารแห่งประเทศไทย
ประเทศไทยเผชิญปัญหา รวยกระจุก จนกระจาย คนรวยมีที่ดินเยอะ แต่คนจนไม่มีที่ทำกิน แรงงานราคาแพง คุณภาพของแรงงาน ระบบการศึกษาและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กฏหมายที่มีมากมายและบางครั้งขัดกันเอง
ดังนั้นนโยบายในอนาคตจึงต้องเน้นเรื่องคุณภาพชีวิตเป็นสำคัญ Growth ของโลกในอนาคตต้องเน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ การที่เราเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเอง และสามารถพึ่งตนเองได้เราก็จะอยู่ได้อย่างได้เปรียบ
วิชาที่ 12/1 บทเรียนจากหนังสือเล่มที่ 1 Harvard Business Review : HBR’s 10 Must Reads on Leadership
Leadership
Leadership และ Management มีความแตกต่างกัน การบริหารจัดการเป็นการจัดการสิ่งต่างๆให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่ภาวะผู้นำจะต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางในอนาคต การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง การสร้างความเชื่อมั่น
งานลำดับขั้นที่ 5 ผู้บริหารระดับ 5 (Level 5 Executive) สร้างความยิ่งใหญ่ที่ยั่งยืนจากการมี 2 บุคลิก (ความอ่อนน้อมถ่อมตน + ความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างแรงกล้า)
ลำดับขั้นที่ 4 ผู้บริหารที่มีประสิทธิผล (Effective Leader) กระตุ้นให้เกิดการอุทิศตัวและมุ่งไปยังวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและเข้มงวด กระตุ้นให้กลุ่มมีผลงานที่ได้มาตรฐานสูงส่ง
ลำดับขั้นที่ 3 ผู้จัดการที่มีความสามารถ (Competent Manager) บริหารบุคลากรและทรัพยากรเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ลำดับขั้นที่ 2 สมาชิกที่มีประโยชน์แก่กลุ่ม (Contributing Team Member) มีส่วนช่วยสนับสนุนให้กลุ่มประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ทำงานร่วมกับผู้อื่นในการจัดตั้งกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลำดับขั้นที่ 1 บุคคลที่มีความสามารถสูง (High Capable Individual) มีส่วนช่วยสนับสนุนให้เกิดผลผลิตโดยการใช้ความสามารถ ความรู้ ความชำนาญ และอุปนิสัยในการทำงานที่ดี
งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่าleadership แต่ละประเภทจะมีลักษณะ และจุดแข็งจุดอ่อนต่างกันไป
และสามารถพัฒนาไปสู่ภาวะผู้นำในแต่ละประเภทได้คือจาก
Opportunist (นักฉวยโอกาส) Diplomat(นักการทูต) Expert(ผู้ชำนาญการ) Achiever (ผู้จัดการ)
Individualist(ปัจเจกบุคคล) Strategist (นักยุทธศาสตร์ ) Alchemist(นักเล่นแร่แปรธาตุ)
อย่างไรก็ดี การเป็นผู้นำไม่สามารถเลียนแบบกันได้ การเป็นตัวของตัวเองโดยใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมา การยอมรับและเปลี่ยนแปลงตัวเอง พร้อมทั้งสร้างความสมดุลจากความสำเร็จภายนอก เช่น ตำแหน่ง เงินทอง กับความสำเร็จภายใน เช่น ความเชื่อมั่น คุณค่าต่อชีวิต เป็นต้น จามารถทำให้เป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับ
Peter Drucker กล่าวว่า ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จมีคุณสมบัติแตกต่างกัน แต่มีความเหมือนกันอยู่ 8 ข้อ
ลักษณะของผู้บริหารที่มีประสิทธิผล
1.เขาถามว่า “อะไรคือสิ่งที่ต้องทำ”
2.เขาถามว่า “อะไรคือสิ่งที่ดีสำหรับองค์กร”
3. เขาพัฒนาแผนปฏิบัติการ
4. เขารับผิดชอบในการตัดสินใจ
5. เขารับผิดชอบในการสื่อสาร
6. เขามุ่งเน้นโอกาสมากกว่าปัญหา
7. เขาดำเนินการประชุมที่มีประสิทธิภาพ
8. เขาคิดและพูดว่า “เรา” ไม่ใช่ “ฉัน”
สุดท้ายโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และรุนแรง เรียกว่า Adaptive Challenge ต้องมีการใช้Adaptive Work มาเป็นวิธีรับมือการเปลี่ยนแปลง
Adaptive Work ได้แก่
1.ผู้นำทำงานแบบเดิมไม่ได้ ต้องมีการกำหนดทิศทาง
2.ผู้นำต้องให้คนในองค์กรมีส่วนร่วมโดยมีการตั้งคำถามให้ระดมสมอง
3.ผู้นำต้องพยายามเปิดประเด็นพูดคุย
4.ผู้นำต้องส่งเสริมให้มีการหมุนเวียนหน้าที่ มอบหมายงานที่ยากเพื่อทำให้คนในองค์กรทดลองรับความเสี่ยงมากขึ้น
5.ผู้นำต้องสนับสนุนให้คนแสดงความเห็นมากขึ้น
6.ผู้นำต้องมีแนวคิดที่เป็นธุรกิจมากขึ้น มากกว่าที่รักษาสิ่งที่เคยทำมา
หลักการที่ทำให้ Adaptive Work สำเร็จผล
1.ผู้นำต้องมองภาพรวม และตอบได้ว่า เกิดอะไรขึ้น ค้นหาต้นตอความขัดแย้ง
2.ค้นหา Adaptive Challenge เพื่อกำหนดกลยุทธ์
3.บริหารบรรยากาศการทำงาน ต้องมีการสร้างแรงกดดันบ้าง แต่ต้องควบคุมให้ได้ มิฉะนั้นคนจะอยู่ใน comfort zone
4.รักษากรอบแนวคิดไม่ให้หลุดจากกรอบที่วางไว้
5.กระจายอำนาจการตัดสินใจให้ผู้ร่วมงานมีความรับผิดชอบและมีความมั่นใจในการทำงานต่อไป
6.ผู้นำต้องรับฟังปัญหาของคนในองค์กรทุกระดับ เพราะทุกความคิดเห็นมีประโยชน์
วิชาที่ 13 บรรยายพิเศษ เรื่อง การกำกับดูแลกิจการไฟฟ้าและประสิทธิภาพการทำงานของ กฟผ
พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน ๒๕๕๐ มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ ๑๑ ธ.ค.
เหตุผลในการประกาศใช้ พรบ.
1. เพื่อแยกงานกำกับกิจการพลังงานออกจากงานโยบาย
2. เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชน มีส่วนร่วมและมีบทบาทมากขึ้น
3. เพื่อให้การประกอบกิจการพลังงานมีประสิทธิภาพคุณภาพได้มาตรฐาน ตอบสนองความต้องการภายในประเทศและต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ในด้านสังคมเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอันสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง-มีความมั่นคง-เพียงพอและทั่วถึงในราคาที่เป็นธรรม
สรุปสาระสำคัญของการกำกับกิจการพลังงาน
1.การพิจารณาข้อพิพาทและการอุทธรณ์
2.การอนุญาตการประกอบกิจการพลังงาน
3.การกำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงาน
4.การคุ้มครองผู้ใช้พลังงาน
5.การใช้อสังหาริมทรัพย์
วิชาที่ 14 ศึกษาดูงาน ณ บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวงจำกัด (มหาชน)
ได้เรียนรู้เรื่อง change management ทำอย่างไรจึงสำเร็จ
Change Management ประกอบด้วย
1. Leadership
2. Impact ต้องมีการประเมินผลกระทบการเปลี่ยนแปลง CIA (Change Impact Assessment) ต้องคิดให้ครอบคลุมทั้งภายในและภายนอก
3. Communication ต้องมี Communication Plan ทั้งภายนอกภายใน
4. Training การเปลี่ยนแปลงเช่นด้าน IT ต้องทำความเข้าใจ ให้ความรู้ด้วย
หัวใจสำคัญของการประสบความสำเร็จคือ ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญและลงมามีส่วนในการสื่อสารและ implement ในทุกระดับ อีกทั้งการสื่อสาร ทั้ง 2ทางระหว่าง พนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน