ช่วงที่ 2 : วันที่ 28-30 มีนาคม 2560
สถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน กฟผ. จังหวัดน่าน
การดำเนินงานของ กฟผ.ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าแรงสูง และสายส่ง กฟผ.จะต้องคำนึงถึงชุมชนป็น
สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญควบคู่กัน คือ การสร้างความเข้าใจ การยอมรับและมีความจริงใจสำหรับสถานี
ไฟฟ้าแรงสูงน่าน เป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่มิได้มีภารกิจโดยตรงในการไปปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ต้อง
ก่อสร้าง หรือต้องอยู่ร่วมกับชุมชนสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ คือ การดำเนินภารกิจของ กฟผ. ส่งผลต่อวิถี
ชีวิตของชุมชน ดังนั้น การให้ชุมชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นรับฟังและตอบสนองต่อความ
เดือดร้อนของชุมชนอย่างรวดเร็ว จะทำให้ กฟผ.และ ชุมชนอยู่ร่วมกันได้และพัฒนาประเทศไปพร้อมๆกัน
“บ้านดงป่าสัก”
ชาวบ้าน มีความผูกพันกับ กฟผ.มานาน ส่วนหนึ่งเป็นผู้รับจ้างปลูกป่าให้ กฟผ. หลังจากเสร็จภารกิจที่จังหวัดน่าน ก็ยังคงรับจ้าง กฟผ.ในพื้นที่อื่นด้วยรวมทั้ง กฟผ.ใช้โครงการชีววิถีมาช่วยส่งเสริมชาวบ้าน ซึ่ง กฟผ. ได้มีการจัดอบรมให้แก่ชาวบ้านในเรื่องความรู้เกี่ยวกับกับการลดค่าใช้จ่าย การเลี้ยงสัตว์ การสอนการใช้จุลินทรีย์ และเชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอนในเรื่องต่าง
ต้นไม้ที่ กฟผ.เคยปลูกไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้วเริ่มเติบใหญ่และชาวบ้านมองเห็นคุณค่าที่ กฟผ.มอบไว้ให้จึงมีการจัดการที่ดินโดยแบ่งขอบเขตชัดเจน ไม่มีการบุกรุก การจัดเวรยาม การเดินทางไกล ธนาคารต้นไม้เสริม มีการร่วมทำกับ ธกส. เรื่องการดูแลรักษาป่า
Dinner Talk หัวข้อ ประสบการณ์ของข้าพเจ้า...กับการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9
นพ.บุญยงค์ วงศ์รักมิตร ได้เล่าถึงความทุ่มเทในการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ท่านเสด็จมาที่จังหวัดน่าน23 ครั้ง มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล และประชาชนในพื้นที่ซึ่งในขณะนั้นเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผู้ก่อการร้ายและการสู้รบ ทำให้เราเห็นว่าเรามีในหลวงที่รักประเทศชาติ และ ประชาชนของพระองค์อย่างหาที่เปรียบได้ยาก นอกจากนี้คุณหมอยังได้ยกพระราชดำรัสเรื่องการทำหน้าที่ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่องการทำตามหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ซึ่งเป็นข้อคิดให้กับเราว่า ถ้าทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เท่านั้น การทำงานใดๆ ก็จะสำเร็จลุล่วง และไม่เกิดปัญหาตามมา
โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ที่บ้านห้วยหาด
ให้ประชาชน พอมี พอกิน พอใช้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ เดินทางสายกลาง พอประมาณมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน มีความรู้และคุณธรรมโดยสิ่งที่ทำคือเน้นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม การพัฒนาจิตใจให้มีคุณธรรม การให้การศึกษา การสร้างความมั่นคง เพื่อการต่อยอด และกระจายพัฒนาสู่ชนบท รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำพัฒนาป่าไม้ พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และมีหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ การ เสียสละ มุ่งมั่น และมีส่วนร่วม จะทำให้ชุมชน พัฒนาได้อย่างยั่งยืน
โครงการพัฒนาชุมชนบ่อเกลือ
มีอยู่สองบ่อ คือ บ่อเกลือเหนือ และ บ่อเกลือใต้ ทั้งสองบ่อชาวบ้านยังใช้วิธีการต้มเกลือแบบโบราณในโรง
เกลือที่ปิดมิดชิด ภายในมีเตาขนาดใหญ่ขึ้นรูปจากดินเหนียวสำหรับวางกะทะใบเขื่อง หรือกระทะแขวนตะกร้า
ไม้ไผ่สานใบเล็กๆ เพื่อใช้สำหรับบ่อเกลือ ชาวบ้านที่บ้านบ่อหลวง ทำการต้มเกลือสินเธาว์มาตั้งแต่โบราณ
หลายร้อยปีมาแล้ว และมีเยาวชนเป็นมัคคุเทศก์น้อยในการนำเที่ยวชม ซึ่งเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวและ
เป็นการเสริมสร้างคุณค่าของบ้านเกิด
สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือชาวบ้านสามารถปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงจากอาชีพ
ทำเกลือ มาพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเกลือและการท่องเที่ยวแทน เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
โรงสีข้าวพระราชทานฯ
ดำเนินงานในลักษณะการให้สินเชื่อ และเมล็ดพันธุ์ให้แก่สมาชิก โดยนำระบบสหกรณ์เข้ามาพัฒนาการบริหาร
จัดการโดยมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาตลอดห่วงโซ่อุปทานการผลิตข้าว เริ่มพัฒนาตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ
และปลายน้ำมีการแนะนำส่งเสริมด้านวิชาการในการปลูกข้าวแก่สมาชิก
โครงการปิดทองหลังพระสืบสานตามแนวพระราชดำริ จังหวัดน่าน โครงการพื้นที่บ้านน้ำป้าก ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา
ใช้ดอยตุงโมเดล เป็นการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากลุ่มน้ำอย่างสมดุล ให้คนและป่าอยู่ร่วมกันและ
พึ่งพากันอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไปพร้อมกัน ตามแนวพระราชดำริ ปลูกป่า ปลูกคน
การขาดโอกาสของ “คน” ซึ่งส่งผลต่อ “ป่า” เพราะฉะนั้น จะปลูกป่าให้ยั่งยืน ต้องปลูกคนด้วย
“การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ โดยแก้ปัญหาทั้งลุ่มน้ำ”
“สร้างป่า สร้างรายได้”
สิ่งที่ได้เรียนรู้ หากสามารถต่อยอดไปยังพื้นที่อื่นๆได้ ชุมชุมสามารถพึ่งพาตนเองได้ ปัญหาการบุกรุกป่าจะหมดไป