สรุปหลักสูตร พัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EADP) วันที่ 28-30 มี.ค. 60

จากการเยี่ยมชมสถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน กฟผ. จ.น่าน นั้น กฟผ. ได้มีการสืบสานปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น มีแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม โดยโครงการของ กฟผ. ที่จัดขึ้นที่จังหวัดน่าน ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการปลูกป่า เพื่อพลิกฟื้นคืนพื้นที่สีเขียว คู่ปลูกจิตสำนึกชาวน่าน ตามแนวทาง “ปลูกที่ท้อง ปลูกที่ใจ และปลูกในป่า” ซึ่งเห็นด้วยกับ ศ.ดร. จิระ หงส์ลดารมภ์ ที่ได้ให้คำแนะนำโดยฝากคิดเรื่องการสร้าง Social trust ในการเป็นตัวอย่างที่ดีให้สังคมรับทราบถึงประโยชน์และสิ่งที่จะทำในอนาคตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มต่อไป คิดว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ กฟผ. อีกทางหนึ่ง

ประเด็นจากการเยี่ยมชม บ้านดงป่าสัก เดิมสภาพภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบทำให้การเดินทางลำบาก เลยเป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นพื้นที่กบดานของกลุ่มคอมมิวนิสต์ และผู้ก่อการร้าย ซึ่งในปัจจุบันปัญหาเรื่องผู้ก่อการร้ายได้รับการแก้ไขแล้ว ส่วนเรื่องการดูแลคนในพื้นที่ มีการสนับสนุนสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น ต้องทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่ที่ทำกิน สามารถเลี้ยงตัวเองได้ โดยมีการส่งเสริมอาชีพการทำเกษตรกรรม เพื่อที่จะไม่ต้องไปประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมายและสร้างความเดือดร้อน เพื่อลดปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ป่าและปัญหาอื่นๆ โดยบ้านดงป่าสักเป็นพื้นที่โครงการหมู่บ้าน กฟผ. วิถีพอเพียง กล่าวคือให้ความสำคัญในเรื่อง การดูแลชุมชน เช่น โครงการชีววิถี เป็นการช่วยเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้กับชาวบ้านในชุมชน ซึ่ง กฟผ. ได้มีการจัดอบรมให้แก่ชาวบ้านในเรื่องความรู้เกี่ยวกับกับการลดค่าใช้จ่าย การเลี้ยงสัตว์ การสอนการใช้จุลินทรีย์ และเชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอนในเรื่องต่างๆอีกด้วย

ในส่วนของ Dinner Talk หัวข้อ ประสบการณ์ของข้าพเจ้า...กับการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เข้าใจแนวคิดเรื่องผู้บริหารที่ดีว่าควรประพฤติปฎิบัติตัวอย่างไร โดยกล่าวถึงความทุ่มเทในการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ว่าพระองค์ท่านเสด็จมาที่จังหวัดน่าน 23 ครั้ง มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลและประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังยกพระราชดำรัสเรื่องการทำหน้าที่ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่าต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด มุ่งเน้นความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กรโดยต้องร่วมมือกับคนอื่น มีความเคารพเพื่อนร่วมงาน มองว่าทุกคนเท่าเทียมกัน และรู้คุณค่าของตนเองว่าคืออะไร

จากการศึกษาดูงานโครงการพัฒนาห้วยหาด ตามแนวทางพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 กล่าวถึงโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน มีหลักการคือต้องสร้างพื้นฐาน ความพอมี พอกิน พอใช้ แล้วจึงค่อยสร้าง ค่อยเสริม ความเจริญและเศรษฐกิจขั้นสูงต่อไป โดยเป็นการพัฒนาบุคคลและครัวเรือน ยกระดับกลุ่มอาชีพด้านกระบวนการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการ เพื่อกระจายรายได้ระดับหมู่บ้าน

การจากศึกษาดูงานการพัฒนาชุมชน อำเภอบ่อเกลือสินเธาว์ ได้เรียนรู้จากมัคคุเทศก์น้อย ที่เป็นเยาวชนในพื้นที่ว่าที่นี่เป็นบ่อเกลือสินเธาว์ภูเขาแห่งเดียวในโลก และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีบ่อเกลือ 2 บ่อคือ บ่อเกลือเหนือ และบ่อเกลือใต้ โดยบ่อเกลือเหนือมีขนาดใหญ่ มีโรงต้มเกลือหลายโรง ส่วนบ่อเกลือใต้ มีโรงต้มเกลือน้อยกว่า ทั้ง 2 บ่อชาวบ้านใช้วิธีต้มเกลือแบบโบราณในโรงเกลือที่ปิดมิดชิด โดยเกลือที่ได้จะมีคุณประโยชน์มากมายและรสชาติอร่อย เกลือสินเธาว์จึงเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่น่าสนใจและสามารถสร้างรายได้เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวสู่ชุมชนได้ คิดว่าเป็นการพัฒนาที่นั่งยืนและสามารถใช้จุดเด่นของชุมชนมาสร้างประโยชน์ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี

จากการเยี่ยมชมโรงสีพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทำให้ได้เห็นแนวคิดการบริหารงานแบบใหม่ๆ เช่น การบริหารงานในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชน และใช้วิธีสหกรณ์มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการ โดยมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาตลอดห่วงโซ่อุปทานการผลิตข้าว เริ่มพัฒนาตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

ส่วนการศึกษาดูงานการพัฒนาโครงการพื้นที่บ้านน้ำป้าก ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา ซึ่งเป็นหมู่บ้านนำร่องโครงการหนึ่งของโครงการปิดทองหลังพระ สืบสานตามแนวพระราชดำริ โดยใช้โมเดลดอยตุง ที่เป็นการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากลุ่มน้ำอย่างสมดุล ให้คนและป่าอยู่ร่วมกันและพึ่งพากันอย่างยั่งยืน เป็นการใช้หลักการต่างๆเพื่อบริหารจัดการ เช่น หลักการองค์ความรู้ 6 มิติ หลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ หลักการทรงงานและหลักการโครงการ เป็นต้น