สรุปประเด็นการเรียนรู้ วันที่ 3-5 เมษายน 2560

การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

การจัดการกลยุทธ์ และการตัดสินใจ

แบ่งเป็น 2 ส่วน

1. แผนกลยุทธ์ เป็นเรื่อง SWOT วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ Action Plan แผนการโครงการ

2. การดำเนินการ (Implement)

การที่จะทำเรื่องนี้ได้ดีคือการค้นพบในสิ่งต่างๆ ดังนี้

  • ค้นพบและค้นหาความแตกต่าง
  • ค้นพบและค้นหาความที่เหมือนกัน
  • การนำองค์ความรู้ต่างๆไปต่อยอด

และผนวกเข้ากับ Concept ต้องชัด, Strategic Direction ต้องชัด (Vision & Mission), Logic หรือเหตุผลต้องดี และ คนต้องเก่ง

โครงสร้างของแผนกลยุทธ์ ประกอบด้วย

1. SWOT

2. Strategic Direction คือการวางทิศทางขององค์กรที่จะเดินไปสู่ในอนาคต

3. Strategy คือ กลยุทธ์ในการตอบสนองทิศทางในองค์กร

สรุปการจัดการเชิงกลยุทธ์คือ การวางแผน และการวางทิศทางเชิงกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงและรองรับจุดอ่อนและจุดแข็ง

กรอบที่ทำให้การทำแผนกลยุทธ์ไม่ประสบความสำเร็จ

1. ไม่สามารถวิเคราะห์อนาคตได้อย่างถูกต้อง

2. ไม่รู้จักตัวเองดีพอ คือ วิเคราะห์ SWOT ผิด

3 Mindset ต้องปรับเหรือเปลี่ยน

สิ่งที่ต้องดำเนินการคือ

1.ใช้น้อยคนในการวางแผนกลยุทธ์

2.ต้องวิเคราะห์ SWOT ให้เจ๋ง(มีคุณภาพ) และถูกต้อง โดยประกอบด้วย อดีต ปัจจุบัน อนาคต กล่าวคือ ต้องมองอนาคตให้เก่ง (การกำหนดทิศทางและการวางกลยุทธ์ ให้สอดคล้องกับ SWOT Analysis เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ)

3.ต้องวางทิศทางให้ตรง คือสอดคล้องกับ SWOT Analysis

4.วางแผนกลยุทธ์ให้เก่ง คือตรงประเด็นและทำแต่ละเรื่องที่สำคัญ และสำคัญมากๆ

การศึกษาดูงานธนาคารแห่งประเทศไทย

  • ให้ใช้ Sustainable Development Goal (SDG) เป็นแนวทางในการปฏบัติตนในการดำเนินการเชิงธุรกิจ และ เศรษฐกิจ ประกอบด้วย 17 Goals และอาจจะเพิ่มหลักการ เศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เข้าอีก 1 หัวข้อ
  • การวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์มหภาคประกอบด้วยเศรษกิจ การเมือง สังคม ความเจริญก้าวหน้าในอนาคต นโยบายต่างๆของรัฐบาล การเปลี่ยนแปลง เป็นต้น ซึ่งหมายถึงกิจกรรมต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นเรื่องที่ต้องนำมาขบคิดในการขับเคลื่อนด้านเศรษฐศาสตร์ การค้า การลงทุน การวางแผนยุทธศาสตร์
  • ปัญหาประเทศไทยมีดังนี้ เสถียรภาพทางการเมือง การศึกษาและการปฏิรูปการศึกษา GDPต่ำ เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยมาก ไม่มีที่ดินทำกิน มีความเลื่อมล้ำทางสังคม มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ มความไม่ยุติธรรม มีช่องว่างทางกฏหมาย ปัญหารวยกระจุกจนกระจาย ดังนั้น นโยบายภาครัฐต้องไปแก้ไขในทิศมางที่กล่าวมานี้
  • ต้องเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ไปตามทิศทาง Thailand4.0
  • ใฝ่รู้สู้สิ่งยาก (มีเหตุผล พอประมาณหรือเศรษฐกิจพอเพียง มีภูมิคุ้มกันที่ดี มีคุณภาพ มีความรู้ มีความขยัน)

Lesson Learn เล่มที่ 1 HBR’s 10 Must Reads on Leadership

กลุ่มที่1 What Leaders Really Do By : John P. Kotter

John P.Kotter กล่าวว่า Leadership แตกต่างกับ Management

- Leadership สามารถสร้างขึ้นได้

- Leadership และ Management สามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อให้งานสำเร็จ

- ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงทางธุรกิจหรือเทคโนโลยี ต้องการคนที่มีศักยภาพความเป็นผู้นำมากยิ่งขึ้น

และสรุปว่า Strong Leadership จะทำให้องค์กรหรือหน่วยงานจะประสพความสำเร็จ

กลุ่มที่2 สุดยอดผู้นำระดับ 5 (Level 5 Leadership) โดย Jim Collins

ผู้นำ ระดับ 5

ระดับ 5 หมายถึง ระดับที่สูงที่สุดในลำดับขั้นของความสามารถในการบริหาร ที่ได้จำแนกเอาไว้ในการวิจัย

ลำดับขั้นที่ 5 ผู้บริหารระดับ 5 (Level 5 Executive) สร้างความยิ่งใหญ่ที่ยั่งยืนจากการมี 2 บุคลิก (ความอ่อนน้อมถ่อมตน + ความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างแรงกล้า)

ลำดับขั้นที่ 4 ผู้บริหารที่มีประสิทธิผล (Effective Leader) กระตุ้นให้เกิดการอุทิศตัวและมุ่งไปยังวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและเข้มงวด กระตุ้นให้กลุ่มมีผลงานที่ได้มาตรฐานสูงส่ง

ลำดับขั้นที่ 3 ผู้จัดการที่มีความสามารถ (Competent Manager) บริหารบุคลากรและทรัพยากรเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ลำดับขั้นที่ 2 สมาชิกที่มีประโยชน์แก่กลุ่ม (Contributing Team Member) มีส่วนช่วยสนับสนุนให้กลุ่มประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ทำงานร่วมกับผู้อื่นในการจัดตั้งกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลำดับขั้นที่ 1 บุคคลที่มีความสามารถสูง (High Capable Individual) มีส่วนช่วยสนับสนุนให้เกิดผลผลิตโดยการใช้ความสามารถ ความรู้ ความชำนาญ และอุปนิสัยในการทำงานที่ดี

ผู้นำในอีก 4 ระดับ อาจประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี แต่ไม่เพียงพอที่จะยกระดับองค์กรจากระดับธรรมดา ไปสู่ระดับที่ดีและรักษาระดับนั้นไว้ให้ได้

กลุ่ม3 นำเสนอเรื่อง Seven Transformations of Leadership

พฤติกรรมของผู้นำมีอยู่ 7 ประเภท

1 Opportunist เป็นผู้นำแบบนักฉวยโอกาส (5 %)

2 Diplomat เป็นผู้นำแบบนักการฑูต (12 %)

3 Expert เป็นผู้นำแบบผู้เชี่ยวชาญชำนาญงาน (38 %)

4 Achiever เป็นผู้นำแบบผู้จัดการ (30 %)

5 Individualist เป็นผู้นำแบบปัจเจกบุคคล (4 %)

6 Strategist เป็นผู้นำแบบนักยุทธศาสตร์ (4%)

7 Alchemist เป็นผู้นำแบบนักเล่นแร่แปรธาตุ (1%)

กลุ่ม4 นำเสนอเรื่อง Discovering Your Authentic Leadership (การค้นพบความเป็นผู้นำที่แท้จริงในตัวคุณ)

คำตอบจากสมาชิก75 คนของStanford Graduate School of Business’s Advisory Council พบว่า “การรู้จักตัวเอง (Self Awareness) ” คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาผู้นำ

  • ผู้นำส่วนใหญ่พยายามที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่เป็นที่ยอมรับจากภายนอก เช่น เงิน ชื่อเสียง อำนาจ ซึ่งพวกเขาก็ไม่สามารถรักษาสิ่งเหล่านี้ให้ยั่งยืนได้ เมื่อเวลาผ่านไปจะรู้สึกว่าบางอย่างได้ขาดหายไปและ พวกเขาไม่ได้เป็นในสิ่งที่ต้องการจะเป็น
  • การที่จะรู้ความต้องการที่แท้จริงในชีวิต เราจะต้องมีความกล้า และซื่อสัตย์ พอที่จะเปิดและพิจารณาประสบการณ์ต่างๆที่เข้ามาในชีวิต
  • ฝึกฝนค่านิยมและหลักการในตัวเอง
  • ค่านิยมที่หล่อหลอมความเป็นผู้นำที่แท้จริงมาจาก ความเชื่อ และความเชื่อมั่นในตัวเอง
  • ซึ่งจะเห็นได้จริงเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่กดดัน
  • หลักการของผู้นำคือการแปรเปลี่ยนค่านิยมเป็นการกระทำ เช่น ถ้ามีค่านิยม “ห่วงใยผู้อื่น”
  • จะเปลี่ยนเป็นหลักการคือ สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทุ่มเท เสียสละทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
  • ปฏิเสธที่จะทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถึงแม้จะเป็นการไม่จงรักภักดีก็ตาม ยินดีลาออกดีกว่าทำงานร่วมกับหัวหน้าที่ไม่มีความชอบธรรม
  • การสร้างสมดุลให้กับแรงจูงใจจากภายนอกและแรงจูงใจจากภายใน
  • ผู้นำจะต้องสร้างสมดุล
  • ระหว่าง แรงจูงใจจากภายนอก --วัดความสำเร็จจากการได้เลื่อนตำแหน่ง เงินทองที่ได้รับ
  • แรงจูงใจจากภายใน - วัดว่าสิ่งที่ทำมีคุณค่าต่อชีวิตอย่างไร เช่น ช่วยให้คนอื่นพัฒนาขึ้นอย่างไร สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกอย่างไร
  • การสร้างทีมสนับสนุน
  • ผู้นำไม่สามารถจะประสบความสำเร็จได้จากการทำงานคนเดียว จะต้องสร้างทีมงาน ที่ปรึกษา ที่จะร่วมงาน
  • ผู้นำส่วนมากจะมีผู้สนับสนุน เป็นคู่ชีวิต ครอบครัว ที่ปรึกษา เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน จะใช้เวลาในการสร้างเครือข่ายนี้ โดยการทำอะไรร่วมกัน และการเปิดใจจะสร้างความเชื่อใจและความมั่นใจให้เกิดขึ้น ผู้นำจะต้องให้ไปเท่ากับที่ได้รับมา ความสัมพันธ์ที่เกื้อหนุนกันจึงจะเกิดขึ้น
  • บูรณาการชีวิตโดยอยู่กับความจริง
  • สร้างสมดุลในชีวิต โดยนำองค์ประกอบทุกอย่างในชีวิตมารวมกัน
  • เป็นตัวของตัวเอง
  • มีความมั่นคงและมั่นใจ
  • มีระเบียบและมีวินัย
  • ควบคุมสถานการณ์และความตึงเครียดได้
  • การให้อำนาจผู้อื่น
  • มอบอำนาจให้ผู้นำในทุกระดับ
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและทุ่มเท
  • นำพาให้ทีมงานประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วมกัน
  • สร้างความยั่งยืน

กลุ่ม 5 What Make an Effective Executive

Peter Drucker กล่าวว่า ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จมีคุณสมบัติแตกต่างกัน แต่มีความเหมือนกันอยู่ 8 ข้อ

1. เขาถามว่า “อะไรคือสิ่งที่ต้องทำ” (They asked “What needs to be done)

2. เขาถามว่า“อะไรคือสิ่งที่ดีสำหรับองค์กร” (They asked “What is right for the enterprise)

3. เขาพัฒนาแผนปฏิบัติการ (They developed action plans)

4. เขารับผิดชอบในการตัดสินใจ (They took responsibility for decisions)

5. เขารับผิดชอบในการสื่อสาร (They took responsibility for communicating)

6. เขามุ่งเน้นโอกาสมากกว่าปัญหา (They were focused on opportunities rather than problems)

7. เขาดำเนินการประชุมที่มีประสิทธิภาพ (They ran productive meetings)

8.เขาคิดและพูดว่า “เรา” ไม่ใช่ “ฉัน” (They thought and said “we” rather than “I”)

บรรยายพิเศษ เรื่อง การกำกับดูแลกิจการไฟฟ้าและประสิทธิภาพการทำงานของ กฟผ.

โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ

เหตุผลในการประกาศใช้ พรบ.

1. เพื่อแยกงานกำกับกิจการพลังงานออกจากงานโยบาย

2. เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชน มีส่วนร่วมและมีบทบาทมากขึ้น

3. เพื่อให้การประกอบกิจการพลังงาน

  • มีประสิทธิภาพ
  • คุณภาพได้มาตรฐาน ตอบสนองความต้องการภายในประเทศและ
    ต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ในด้านสังคมเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอันสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

-มีความมั่นคง

-เพียงพอและทั่วถึงในราคาที่เป็นธรรม

ศึกษาดูงาน ณ บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวงจำกัด (มหาชน)

หัวข้อ การบริหารจัดการองค์กรและการบริหารการเปลี่ยนแปลง

โดย คุณธนวรรณ เศรษฐพงษ์วานิช

Change Managementประกอบด้วยอะไรบ้าง

1. Leadership ต้องมีการ Survey ความพร้อมว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

2. Impact เราต้องทำตัว CIA (Change Impact Management) ทำ Workshop เพื่อหาแผนรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และทำ Gap Analysis

3. Communication ต้องมี Communication Plan ทั้งภายนอกภายใน

4. Training การเปลี่ยนแปลงเช่นด้าน IT ต้องทำความเข้าใจ ให้ความรู้ด้วย

สรุป ความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลง

  • ผู้นำมีนโยบายชัดเจน
  • มีโครงสร้างการบริหารจัดการด้าน Change Management ที่ดี
  • บุคลากรในองค์กรมีความทุ่มเทและมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลง
  • แผนและกระบวนการทำงานในการเปลี่ยนแปลง มีประสิทธิภาพ

การพัฒนา กฟผ. เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม

โดย ดร.พยัต วุฒิรงค์ / ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนานวัตกรรมแห่งเอเชีย

ว่าที่ร้อยตรีจีรวัฒน์ เยาวนิช วิทยากรจาก Mind Dojo Co. Ltd.

วิธีการทีทำให้เกิดนวัตกรรม

1 Empathize è การเอาใจเขามาใส่ใจเรา โดยการ

เข้าหา, ถาม

สังเกตุการณ์

เข่าตี หรือการคลุกคลี

2 Define è ตีโจทย์ว่าปัญหาคืออะไร, ปัญหา/อุปสรรค/ความเจ็บปวดของลูกค้า, ประโยชน์และผลตอบแทนที่ควรได้

ควรคำนึงถึง

เป้าหมายขององค์กร

กลยุทธ์ขององค์กร

จุดแข็งขององค์กร

ปัญหาในองค์กร

ปัญหาของลูกค้า

3 Ideation è การระดมความคิด วิธีแก้ไขปัญหา

เน้นจำนวน Idea

อย่ารีบตัดสินใจว่า Idea นั้นดีหรือไม่ดี (ห้ามติ)

4 Prototyping è การสร้างต้นแบบ

ไม่ยุ่งยากซับซ้อนหรือแพง

ทำมาเพื่อแก้ไขเสียงติชม

ถ้าเป็นการบริการให้ใช้การแสดงให้ดู

5 Test è การทดสอบ

มี 3 เรื่องที่ต้องคิด

ลูกค้าอยากได้ใช่หรือไม่

ทำได้จริงหรือไม่

ได้กำไร

สิ่งที่ทำให้องค์กรนวัตกรรมสำเร็จ คือ

1.ผู้นำองค์กรต้องเข้มแข็งและชัดเจน

2.เป็นผู้นำที่กล้าเปลี่ยนแปลง

3.เป็นผู้นำที่กระตุ้นให้เกิด ผลักดัน นวัตกรรม

นวัตกรรม 10 แบบ (Dublin) เป็นการแก้ไขปัญหา ภายในองค์กรไปสู่ภายนอกองค์กร

1 Profit Model เช่น B2S, Amazon ขายหนังสือ on line, Volta ธุรกิจเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า โดยให้ชาร์จฟรีแต่ขายโฆษณา โรงละครที่สเปน ทำธุรกิจแบบ Pay per Laught

2 Network การร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ

จุดแข็งของเราและจุดแข็งของพันธมิตร ได้เป็น Network Innovation เช่น

AUDI +NVIDIA ได้เป็น รถขับเคลื่อนอัตโนมัติ

Google + Levis ได้ผ้ายีนส์อัจฉริยะ

3 Structure การจัดการโครงสร้าง ได้แก่ คน องค์กรและทรัพย์สิน

เช่น The GIG Economy โดยมีกลุ่มคนที่ทำงานเป็น Job

มีธุรกิจ Platform คือธุรกิจแบบจับแพะชนแกะได้แก่ UBER, Facebook, Airbnb, Alibaba

4 Process มีวิธีการทำงานที่ดีกว่าเดิม ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น

ชั้นอัตโนมัติวิ่งเข้ามาหาคนจัดหนังสือ

สายการผลิตของ Toyota

5 Product Performance เช่น โทรศัพท์มือถือ

6 Product System คุณสามารถสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการเสริมอย่างไร

เช่น Apple สร้าง OS ในการฟังเพลง

LEGO สร้างตัวต่อ สร้างรถบังคับ สร้างหุ่นยนต์

ปตท. สร้างปั๊มน้ำมันและมีห้องน้ำที่สะอาด สะดวก สร้างร้านสะดวกซื้อ สร้างโรงแรม

7 Service คุณมีบริการที่เพิ่มคุณค่าให้กับสินค้า เช่น

เครื่อง MRI Scan ร่างกายมนุษย์ ตกแต่งให้ดูไม่น่ากลัว น่าใช้งาน

Sunshine Aquarium @ japan อยู่ไกลจากรถไฟฟ้า 1 กม. ทำให้ผู้คนไม่อยากเดินไป แต่ให้นกแพนกวินนำทางไปทำให้ธุรกิจพลิกฟื้นขึ้นมา

8 Channel การเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าในการให้บริการ เช่น

การกัดลูกแอปเปิ้ล 4 ครั้ง ถ่ายรูปส่งให้ทันตแพทย์ สามารถวินิจฉัยโรคฟันได้

9 Brand โฆษณาการ์ตูนพรรคคอมมิวนิสต์ญี่ปุ่น ลดความแข็งกระด้างและการต่อต้าน และได้เด็กๆ เป้นสมาชิก

10 Customer Engagement สร้างความผูกพันธ์กับลูกค้า เช่น การเปลี่ยนเสื้อทีมสโมสรในบลาซิล จาก ดำแดง เป็นดำขาว เมื่อบริจาคโลหิตครบ 400,000 ลิตร เสื้อทีมจะกลับมาเป็นแดงดำเหมือนเดิม ทำให้ ได้รับเลือดตามเตนารมย์ ในการรณรงค์การบริจาคโลหิต และขายเสื้อได้เรื่อยๆ

อีกเรื่องคือ Social innovation ตัวอย่างคือการสร้างสนามฟุตบอลรูปตัว L ในสลัม สิ่งที่ได้มาคือ คนในชุมชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดปัญหาการทิ้งขยะ ลดปัญหายาเสพติด