ชื่อ นายชฎิล ศุขะพันธุ์ ตำแหน่ง ช.อขน-ห.

ช่วงที่ 2 ผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ : สร้างวิสัยทัศน์ผู้นำ “ ห้องเรียนผู้นำสัญจร และกิจกรรมCSR “

วิชาที่ 7 การเสวนา ( วันที่ 3 ; วันที่ 28 มี.ค.256 )

7.1 เยี่ยมชมสถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน

โดย คุณนิรันดร์ เนาวเศรษฐ หัวหน้าสถานีไฟฟ้าแรงสูง จ.น่าน

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้

สถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน เป็นสถานีปลายทางที่จังหวัดน่าน รับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนหงสาลิกไนต์ สปป.ลาว ผ่านระบบส่งไฟฟ้า 500 kV โดยผ่าน 3 อำเภอของจังหวัดน่าน คือ อำเภอสองแคว อำเภอท่าวังผา และอำเภอเมืองมีระยะทาง 101 กิโลเมตร เพื่อสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าในบริเวณภาคเหนือและส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าที่รับซื้อเข้าสู่ภาคกลาง พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน

กระแสต่อต้านจากประชาชน โดยรอบสถานีไฟฟ้าแรงสูง น่าน ถึอว่าเป็นปัญหาและความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่จะส่งผลให้ไม่สามารถส่งกระแสไฟฟ้าได้ตามเป้าหมาย มีการจัดการได้อย่างดี คือ

1. แสวงหาความร่วมมือของหลายฝ่าย ทั้ง กฟผ. นักธุรกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทางกฟผ.ได้ลงพื้นที่ด้วยความจริงใจ และเน้นการพูดความจริง

2. มีการรับข้อร้องเรียนผ่าน Call Center ก็ต้องแสดงความจริงใจ และความรับผิดชอบในการดำเนินการทั้งหมด

3. มีการพูดคุยโดยใช้ใจคุยสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ ด้วยภาษาเมืองใช้ใจและภาษาเดียวกันคุย แล้วจะทำให้ปัญหาดูเล็กลงแม้บางครั้งไม่มีงบประมาณ แต่สิ่งที่ต้องทำคือการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี การร่วมรับฟังความคิดเห็น การรับเรื่อง การสร้างความเป็นมิตร และการสร้างพลังบวกให้เกิดขึ้นตลอดเวลา

4. ดำเนินการปรับปรุงปัญหาข้อเรียกร้องและทำการประชาสัมพันธ์ชีแจงแสดงผลการปรับปรุงให้ชาวบ้านและชุมชนได้เห็น เช่น การสร้างกำแพงกันเสียง Shunt Reactor มูลค่า หลายล้าน

7.2 บ้านดงป่าสัก โครงการหมู่บ้าน กฟผ. วิถีพอเพียง

โดย คุณไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้

จังหวัดน่าน มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบทำให้การเดินทางลำบากเต็มไปด้วยพื้นที่ป่า และเป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นพื้นที่กบดานของกลุ่มคอมมิวนิสต์ และผู้ก่อการร้าย ปัจจุบันสภาพป่า หรือสภาพภูมิประเทศจากเดิมที่เป็นป่าดงดิบ และมีต้นน้ำลำธาร ในพื้นที่ของน่านลดลงเนื่องจากมีการทำลายป่า ทำลายเขาเป็นพื้นที่ทำกิน ทำให้น่านมีพื้นที่ป่าลดลงเหลือไม่ถึง 20%ในอดีตชาวบ้านช่วยรบ ถ้ารบชนะก็ได้สิทธิ แต่ปัญหาคือการออกพื้นที่กรรมสิทธิ์ไม่สามารถทำได้ ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ป่ามาก่อน แต่ไม่มีเอกสารมาสำแดง จึงเกิดปัญหาเรื่องการยื้อแย่งกลายมาเป็นปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ตามมา

ดังนั้น จึงได้มีแนวทางการตัดสินใจในเรื่องการส่งเสริมเกษตรกรรม โดยให้ชาวบ้านเลือกพื้นที่ที่ทำอาชีพ ดีกว่าพื้นที่ที่จะเป็นปัญหาในอนาคต ไม่ใช่ให้เขาเลือกอาชีพที่ทำผิดกฎหมายแล้วเรามาคอยปราบปราม จะลำบากมากกว่านี้

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน

ผู้ว่าฯ กล่าวว่า ในเรื่องที่เกี่ยวข้องจริง ๆ ในพื้นที่น่าน ขอฝากให้ กฟผ. ดูเรื่อง CSR ในพื้นที่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าในรัศมี 5 กม. ให้มีไฟฟ้าใช้ และให้ดูแลพื้นที่ใต้สายส่งแรงสูง ควรมีการตอบแทนชุมชนที่อยู่ใต้สายส่งไฟฟ้าแรงสูงด้วย เช่นเดียวกับชุมชนที่อยู่ในรัศมีพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้า ได้รับอานิสงค์จากการสร้างโรงไฟฟ้าด้วย

7.3 Dinner Talk ประสบการณ์ของข้าพเจ้า........กับการทรงงานของในหลวงรัชการที่ 9 ที่โรงพยาบาลน่าน โดย นพ.บุญยงค์ วงศ์รักมิตร ที่ปรึกษาสถาบันปิดทองหลังพระ

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้

1.การเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ในพื้นที่ จังหวัดน่านทั้งหมด 23 พระองค์เสด็จมา มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล และประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน ตั้งแต่ วันที่ 16 มี.ค.2501 ถึง วันที่ 4 ก.พ.2524

2.เหตุการณ์ที่ คุณหมอ ประทับใจที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จพระราชดำเนินให้กำลังใจแก่ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ทหาร ในช่วง วันเสียงปืนแตก 26 ก.พ.2510

3. ท่านได้กล่าวถึงนิยามของการบริหาร ได้ยกพระราชดำรัสเรื่องการทำหน้าที่ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่องการทำตามหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน

การบริหารงาน หมายถึง การมุ่งเน้นความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กรโดยสามารถร่วมกับคนอื่น มีความเคารพเพื่อนร่วมงาน ไม่มองว่าใครเป็นลูกน้องใคร

การทำงาน กับการประพฤติตน ต้องรู้ว่าคุณค่าของตนอยู่ที่ไหน ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และยุติธรรม

วิชาที่ 8 โครงการพัฒนาห้วยหาด แนวทางพระราชดำริของรัชการที่ 9 โดย ผญบ.นัยนา ฑีฆาวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยหาด

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้

ผญบ.นัยนา ฑีฆาวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยหาด ได้บรรยายสรุป ถึงโครงการพัฒนาหมู่บ้านชุมชน ต้องสร้างพื้นฐานคุณภาพชีวิตชุมชน ที่บ้านห้วยหาดแบบมีส่วนร่วม ให้ประชาชน พอมี พอกิน พอใช้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ เดินทางสายกลาง พอประมาณมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน มีความรู้และคุณธรรมโดยสิ่งที่ทำคือเน้นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม การพัฒนาจิตใจให้มีคุณธรรม การให้การศึกษา การสร้างความมั่นคง เพื่อการต่อยอด และกระจายพัฒนาสู่ชนบทกล่าวถึงการพัฒนาแหล่งน้ำพัฒนาป่าไม้ พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และมีหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ คือ ความพอมี พอกิน พอใช้ก่อน แล้วจึงค่อยสร้าง ค่อยเสริม ความเจริญและเศรษฐกิจชั้นสูงต่อไป

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน

การสร้างความมั่นคงบนพื้นที่สูง ของจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ เป็นการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ มีการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ออกแบบตามบริบทของภูมิสังคมและสถานการณ์จริงในพื้นที่ ที่มีทั้งงานวิจัย งานบริการวิชาการเพื่อปรับใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปพร้อมกับงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตความเป็นอยู่ชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดน่าน “สร้างเมืองน่านน่าอยู่คู่ป่าต้นน้ำ” โดยมีโครงการที่สำคัญๆ อยู่ 14 โครงการ เช่น การใส่หมวกให้ภูเขาหัวโล้น ฯลฯ

วิชาที่ 9/1 ศึกษาการพัฒนาชุมชนบ่อเกลือ โดยมัคคุเทศน้อย น้องมะลิ,น้องปาย,น้องหนูนา,น้องมิว และ พี่จุ๋ม ผู้ดูแลการบรรยาย

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้

บ่อเกลือมีอยู่สองบ่อ คือ บ่อเกลือเหนือ และ บ่อเกลือใต้ โดยบ่อเกลือเหนือมีขนาดใหญ่ มีโรงต้มเกลืออยู่หลายโรง ส่วนบ่อเกลือใต้ มีโรงต้มเกลือน้อยกว่า ทั้งสองบ่อชาวบ้านยังใช้วิธีการต้มเกลือแบบโบราณในโรงเกลือที่ปิดมิดชิด ภายในมีเตาขนาดใหญ่ขึ้นรูปจากดินเหนียวสำหรับวางกะทะใบเขื่อง หรือกระทะแขวนตะกร้าไม้ไผ่สานใบเล็กๆ เพื่อใช้สำหรับบ่อเกลือ ชาวบ้านที่บ้านบ่อหลวง ทำการต้มเกลือสินเธาว์มาตั้งแต่โบราณหลายร้อยปีมาแล้ว

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน

1.การพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยยมชมความแปลกและวิถีของชุมชนแบบดั่งเดิมในการต้มเกลือสินเธาว์

2.การจัดจำหน่ายเกลือเพื่อการบริโภค และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์เกลือ Value Creation เช่น เกลือสปาสมุนไพรระเบิดขี้ไคล,สบู่เกลือ,เกลือสปาแช่เท้าฯลฯ ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกลือ มากกว่า 10 เท่า

วิชาที่ 9/2 เยี่ยมชมโรงสีพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

โดย คุณจำนง ราชภัณฑ์ ประทานโรงสีฯ

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้

  • ข้อมูลทั่วไป

-ปี 2549 เกิดพายุพัดกระหน่ำทางตอนเหนือของจังหวัดน่าน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

-สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีพระราชดำริจัดตั้งโครงการกองทุน ข้าวพระราชทานและโรงสีข้าวพระราชทาน พระราชทานเงินกองทุนหมุนเวียน 500,000 บาท

-ปัจจุบันโรงสีข้าวพระราชทานมีสมาชิก จำนวน 1,169 คน มีคณะกรรมการดำเนินงาน จำนวน 15 คน มีทุนเรือนหุ้น 4,567,630 บาท มีทุนดำเนินงาน จำนวน 9,478,425.33 บาท มีรายได้ เป็นเงินกว่า 11 ล้านบาท

-โรงสีข้าว มีกำลังการผลิต จำนวน 1 ตัน/ชั่วโมง หรือ 8 ตัน/วัน และในปี 2556 ที่ผ่านมา ทางโรงสีได้รวบรวมข้าวจากสมาชิกเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นข้าวสาร แบ่งเป็น ข้าวเจ้า 300 ตันและข้าวเหนียว 200 ตัน

2.การดำเนินงาน

-การบริหารจัดการโรงสีข้าวพระราชทาน นำระบบสหกรณ์เข้าพัฒนาโดยมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาตลอดห่วงโซ่อุปทานการผลิตข้าว โดยเริ่มพัฒนาตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

-

§ระดับต้นน้ำ ให้สมาชิก คณะกรรมการและฝ่ายเจ้าหน้าที่โรงสี มีส่วนร่วมวางแผนการดำเนินงานควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ผลิตข้าวเพื่อป้อนโรงสีและส่งเสริมให้ชาวบ้านและนักเรียนได้นำวิธีการสหกรณ์ไปใช้พัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น เช่นส่งเสริมให้สมาชิกได้ทดลองปลูกข้าวจ้าวหอมมะลิพันธุ์ 108 ,ข้าวหอมนิล ,ข้าวพันธุ์ กข.49 ,ข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 และขายข้าวเปลือกให้โรงสีข้าวพระราชทาน

§ระดับกลางน้ำ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้สนับสนุนด้านการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการโรงสีข้าวขนาดเล็กให้แก่ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานโรงสี โดยฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้ด้านการบริหารโรงสี

§ระดับปลายน้ำ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สนับสนุนให้กลุ่มโรงสีข้าวพระราชทานพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย ตรงกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค และจัดทำบรรจุภัณฑ์ใหม่ เชื่อมโยงเครือข่ายตลาดข้าวสารและเมล็ดพันธุ์ข้าวกับสหกรณ์การเกษตรเพิ่มช่องทางการจำหน่ายข้าวสารของโรงสีข้าวพระราชทานให้มากยิ่งขึ้นจำหน่ายข้าวสารให้กับโรงพยาบาลจังหวัดน่าน หน่วยงานทหารบก ธนาคารออมสิน วัดพระธาตุแช่แห้ง โรงเรียนในอำเภอท่าวังผา อำเภอปัว อำเภอบ่อเกลือ ศูนย์จำหน่ายสินค้าโอทอปจังหวัดน่าน หน่วยงานราชการ และกองงานในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน

  • การก้าวสู่การเป็นองค์กรของชุมชนที่เข้มแข็ง ด้วยการนำกระบวนการสหกรณ์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ชนบท
  • การยึดหลักวิธีการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสมาชิก ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของการเป็นเจ้าของร่วมกัน ร่วมคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันบริหารงาน อันจะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตและเป็นฐานรากสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงต่อไป
  • มีการประยุกต์ใช้กลยุทธ์ทางการตลาด กับการบริหารจัดการโรงสีฯ ได้เป็นอย่างดี
  • สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองงานในพระองค์นำสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ และได้ขอพระราชทานจัดตั้งโครงการกองทุนข้าวพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีขึ้น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงิน ข้าวสารและเมล็ดพันธุ์ให้แก่กองทุนในเบื้องต้น เพื่อเป็นกองทุนข้าวสำรอง เพื่อช่วยเหลือตนเองของเกษตรกรที่ยากจนและผู้ประสบภัยพิบัติในอนาคตซึ่งเป็นพระมหากรุณา ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นห่วงประชาชน จึงเป็นโครงการที่มีคุณค่าทางจิตใจ สร้างความผูกพัน กับประชาชนในจังหวัดน่าน เป็นอย่างมาก

วิชาที่ 9/3 ศึกษาการพัฒนาโครงการพื้นที่บ้านน้ำป้าก โดย คุณวรพล ไชยสลี หัวหน้าหน่วยโครงการปิดทองหลังพระ

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้

โครงการปิดทองหลังพระสืบสานตามแนวพระราชดำริ จังหวัดน่าน ใช้ดอยตุงโมเดล เป็นการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากลุ่มน้ำอย่างสมดุล ให้คนและป่าอยู่ร่วมกันและพึ่งพากันอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไปพร้อมกัน ตามแนวพระราชดำริ ปลูกป่า ปลูกคน และเป็นการใช้ 4 ศาสตร์พระราชา เช่น “ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ” , “คนอยู่กับป่า”, “ปลูกป่า ปลูกคน” ,“การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ โดยแก้ปัญหาทั้งลุ่มน้ำ” ,“สร้างป่า สร้างรายได้” และ การบริหารจัดการดอยตุงโมเดล 9 ขั้นตอน โดยผ่านฐานการเรียนรู้ 3 ฐาน คือ ฐานกระจก ,ฐานน้ำ ,ฐานเศรษฐกิจพอเพียง

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน

การดำเนินโครงการ 12 ปี มีความละเอียดอ่อนมากเนื่องจากต้องมีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ทำกิน และการจัดการตามศาสตร์พระราชาก็เป็นคำตอบให้ชาวบ้านได้เห็นภาพว่าเขาได้อะไรในการดำเนินงานของเขานำไปสู่การปลูกป่าเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต่อไป