เรียน อาจารย์

เมื่อได้อ่านบันทึกนี้ ทำให้ฉุกคิดเรื่อง "ปัญญาญาณ" ทบทวนย้อนไปเกิน ๑๐ ปี คนที่มีจิตสมาธิ สามารถรับรู้ความจริงอันบริสุทธิ์ (ไม่ใช่การพยากรณ์)... มาถึงวันนี้ เวลาเป็นสิ่งพิสูจน์ ให้เราเชื่อ เชื่อมั่น และศรัทธา ใน พุทธ อย่างแท้จริง แม้ไม่มีโอกาสได้สัมผัสพระอริยสงฆ์ที่เป็นมนุษย์

ในเวลานั้น ไม่สนใจปรัชญาเลย เมื่อได้อ่านบันทึกคำสอนที่เป็นความจริงจำนวนมากพอควร กอรป กับการฝึกสวดมนต์ นั่งกรรมฐาน ทำให้ปรับวิธีรับรู้ใหม่จากแบบเก่าที่ฝึกในโรงเรียน มหาวิทยาลัย และตำราตะวันตก เข้าใจว่า สามารถกรองหัวกะทิได้ง่ายขึ้นมาก เบาขึ้นอีกเยอะ ความเครียดจะหายไปเลย อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนไทย เกิดมาลืมตาดูโลกในผืนแผ่นดินไทย เชื้อชาติไทย คำไทย และภาษาไทย มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้ง สามารถอธิบายความได้ไพเราะ สอดคล้องกับศาสนาพุทธเป็นอย่างดี แม้ว่า ศาสนาพุทธ ต่างภาษา ต่างเชื้อชาติ ก็สามารถเข้าใจร่วมกันได้

สุดท้ายแล้วแก่นของพุทธ เป็นความว่างเปล่า จึงต้องถูกฝึกปล่อยวาง จะต้องเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดหวังอยู่บ่อย "แก่นกับกะพี้ไม้" เงินทอง ทรัพย์สิน เกียรติยศใดๆ แลกกับความเข้าใจ โดยคนผู้นั้นเองไม่ได้ ดังนั้น ถ้ามองเครื่องชี้บ่งว่า ห่มจีวร แล้วเป็นพระสงฆ์ ก็หาใช่ไม่ ถ้าเห็น ชื่อนำหน้า ดร. ก็หาแน่ไม่ว่าเขาผู้นั้นมีภูมิปัญญาจริง ฯลฯ แล้วรุ่นหลังของชาติไทย จะแสวงหาผู้รู้เป็นหรือไม่ หาที่ไหน หาอย่างไร เพราะหายากขึ้นทุกทีๆ ก็ไม่ต้องกล่าวถึงการรักษาชาติบ้านเมืองไทย


ขอแสดงความนับถือ

คุณลิขิต