เกร็ดความรู้เรื่องสุนทรภู่ นำมาจาก http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W5489064/W5489064.html
“สุนทรภู่” ขึ้นชื่อว่าเป็น “นักเลงทำเพลงยาว”
และได้ชื่อว่า เป็น “นักกลอน”
เพราะเหตุว่า เขียนกลอนเป็นล่ำเป็นสัน กระทั่งพัฒนา “กลอนตลาด” มาจัดระเบียบเสียใหม่ ด้วยสัมผัสแบบแพรวพราว ทั้ง “สัมผัสใน-สัมผัสนอก” จนได้ชื่อว่า เป็นกลอนแบบ “สุนทรภู่”
และเพราะ “สุนทรภู่” เขียนกลอนเป็นส่วนใหญ่
ดังนั้น จึงมีบรรดากวีทั้งใหญ่และไม่ใหญ่ มาค่อนแคะ ในทำนองว่า “สุนทรภู่” เขียน “โคลง” ไม่เป็น
มีเกร็ดประวัติศาสตร์ช่วงต้นรัตนโกสินทร์ เล่าไว้ตอนหนึ่ง ประมาณว่า...
“สุนทรภู่” ถูกสบประมาทจากศิษย์ (บางแห่ง ระบุว่า เป็น นายนรินทร์ธิเบศร์ (อิน)...) ว่า แต่งได้แต่กลอน แต่งโคลงไม่เป็น
“สุนทรภู่” ก็เลยตอบไปเป็น “โคลงสี่สุภาพ” ว่า
๏เฉน็งไอ จึ่งเว้า วู่กา เผ้าแก่ทู่
รูกับกาว เมิงแต่ยา มู่ไร้
ปิดเซ็นจะมู่ซา เคราทู่ นี่เฮย
เฉะแต่จะตอบให้ ช่วยมี้พมังระณอฯ
(๏ไฉนเอ็งจึ่งเว้า ว่ากู ผู้แก่เฒ่า
ราวกับกูมาแต่เยิง ไม่รู้
เป็นศิษย์จะมาสู้ ครูเฒ่า
ชอบแต่จะเตะให้ ชีพม้วยมรณังฯ)
บางสำนวนก็ว่า...
๏ เฉน็งไอมาเวิ่งเว้า วู่กา
รูกับกาวเมิงแต่ยา มู่ไร้
ปิดเซ็นจะมู่ซา เคราทู่
เฉะแต่จะตอบห้วยไม้ หลิ่งกล้นกลนถนางฯ
(๏ไฉนเอ็งจึ่งเว้า ว่ากู
ราวกับกูมาแต่เยิง ไม่รู้
เป็นศิษย์จะมาสู้ ครูเฒ่า
ชอบแต่จะเตะให้ม้วย หล่นกลิ้งกลางถนนฯ)
และบางสำนวน ก็ว่า..
๏ เฉน็งไอจึ่งเว้า วู่กา
รูกับกาวเมิงแต่ยา มู่ไร้
ปิดเซ็นจะมู่ซา เคราทู่
เดะพ่อเตี๋ยวหิ้นใด้ มอดม้วยมังรณอฯ
(๏ไฉนเอ็งจึ่งเว้า ว่ากู
ราวกับกูมาแต่เยิง ไม่รู้
เป็นศิษย์จะมาสู้ ครูเฒ่า
เดี๋ยวพ่อเตะให้ดิ้น มอดม้วยมรณังฯ)
ข้อสังเกตคือ นอกจาก “สุนทรภู่” จะตอบเป็น “โคลงสี่สุภาพ” แล้ว
โคลงที่ตอบ ยังเลือกใช้เป็น “โคลงคำผวน”
แถมยังเป็น "โคลงคำผวน" ที่เป็น “โคลงสี่สุภาพ” แบบต้องตามแบบแผนเสียด้วย ขอรับ