การคิดสร้างสรรค์ทำได้อย่างไร
คิดนอกกรอบ
ความคิดสร้างสรรค์มี 4 M
- Mechanic เป็นกระบวนการคิด คิดตาม Step แต่จะอยู่ได้ต้องมี 3 M ช่วยค้ำ
M แรกคือ
- Mindset ทัศนคติที่ดีให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
- Mood อารมณ์ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
- Momentum ทำอย่างไรให้ความคิดสร้างสรรค์อยู่อย่างยั่งยืนไม่เป็นไฟไหม้ฟาง
ทำอย่างไรให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
ความคิดสร้างสรรค์คือความคิดที่ดีที่มีในหัว
มีกรอบสังคม ขนบธรรมเนียม ประเพณี กฎหมาย ทำให้กรอบบางลง
ความคิดสร้างสรรค์เป็นความคิดที่แบบซน ๆ ดื้อ ๆ ถ้าคิดให้ถูกความคิดสร้างสรรค์ต้องทำกรอบให้บาง ๆ และคิดไอเดียข้างนอก คิดนอกกรอบองค์กร ผิดนโยบาย ผิดระเบียบได้ ผิดงบประมาณได้ ทุเรศได้ เป็นไอเดียที่อยู่นอกกรอบ
การคิดคร่อมกรอบ
การบ่มความคิดสร้างสรรค์ ให้นำเข้ากรอบองค์กรและสังคม เป็นเรื่องราวความคิดสร้างสรรค์ จะเป็นแบบนอกก็ไม่ใช่ ในก็ไม่เชิง เป็นการคิดคร่อมกรอบ
อะไรคือกรอบความคิด
การคิดนอกกรอบคืออย่าเอาตัวไปอยู่ในกรอบ (อาร์เธอร์กล่าว)
กรอบที่กักกั้นความคิดสร้างสรรค์คนส่วนใหญ่ในผู้เชี่ยวชาญรายนี้คือ การยึดติดอยู่กับภาพลักษณ์ของตนเอง การสร้างความประทับใจ การSensor ตัวเอง การเดินตามผู้อื่น และความกลัว
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่ามนุษย์เรียนรู้เพราะต้องการเป็นที่ยอมรับ ชอบการเป็นกลุ่ม ไม่ชอบแตกแถว ต้องการอยู่ในกรอบของสังคม จึงสร้างให้อยู่ในกรอบ
แต่เรามีส่วนหยุดขีดจำกัดที่ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ชะงัก ซึ่งนักสร้างสรรค์แท้จริงจะต้องไม่ถูกกฎเกณฑ์ กติกาดังกล่าวยึดไว้
จริง ๆ แล้วทุกคนมีไอเดีย มีความคิดใหม่ ๆ แต่เราไม่สามารถพลักดันความคิดได้ เพราะเรากลัวผิด เรากลัวแตกต่างจากคนอื่น
ถ้าเป็นนักคิดสร้างสรรค์ เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของคนส่วนใหญ่ก็จริง แต่อาจมีความคิดที่ต่างไปจากคนในกลุ่ม
อย่างไรก็ตามเมื่อความคิดสร้างสรรค์ถูกตัดตอนเพราะกระบวนการหล่อหลอมของสังคม
ความคิดสร้างสรรค์ก็สามารถถูกต่อเติมขึ้นมาได้ด้วยเช่นกัน
เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC เศรษฐกิจไทยกับผลกระทบและการปรับตัวของ กฟผ.
สิ่งที่กฟผ ต้องปรับตัวให้สอดคล้องรับการเปลี่ยนแปลง.......
1. ปรับโครงสร้างองค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงรองรับโครงสร้างพลังงานในระดับภูมิภาค เตรียมรับ ASEAN RCEP APEC
2. ต้องเป็นผู้นำด้านการผลิตพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคด้วย ต้องนำสิ่งนี้มาเป็นแบรนด์ได้ด้วย เช่นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ต้องเป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและทำให้ กฟผ.หลุดจากการเป็นผู้ร้าย กฟผ.ต้องสร้างให้เห็นว่าเป็นผู้นำผลิตพลังงานไฟฟ้าเป็น Green Energy ต้องพยายามสร้างแบรนด์ใหม่
3. เป็นศูนย์กลางด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่นไม่ใช่ผลิตไฟฟ้าอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงสายส่งการผลิตไฟฟ้านี้ สามารถเชื่อมโยงระบบขนส่งได้ เป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตไฟฟ้าได้ เป็นผู้ลงทุนในการพัฒนาเป็นธุรกิจพลังงานในภูมิภาคได้ด้วย
4. การบริหารองค์กรต้องยืดหยุ่นและตอบสนองได้มากขึ้น ต้อง Identify Stakeholder ให้ได้ ผู้บริโภคคือผู้ใช้ไฟฟ้า มีชุมชนที่กฟผ.ตั้งไฟฟ้าหรือกิจกรรมนั้น ๆ กฟผ.ต้องตอบสนอง Stakeholder ทั้ง 4 กลุ่มให้เท่าเทียมกัน
5. ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง และการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยงด้านการบริหารโครงการ ต้องให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนตั้งแต่เริ่มคิดโครงการฯ ว่าให้ชุมชนมีส่วนร่วมได้อย่างไร เพื่อสร้างความเห็นด้วยต่อชุมชนตั้งแต่แรก ดังนั้นการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงโครงการฯต้องตั้ง ตั้งแต่แรก ต้องมีทุกระดับชั้น ไม่ใช่มีแค่ระดับบอร์ดเท่านั้น จนถึงคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงในการบริหารโครงการ
6. หากลยุทธ์ใหม่ ๆ ในการให้ชุมชนสามารถจับต้องได้ การทำ CSR แบบเดิมไม่เพียงพอ เพราะในปัจจุบันสิ่งที่เขาต้องการต้องเป็นสิ่งที่จับต้องได้อย่างแท้จริง เช่นถ้าตั้งที่นี่ ใช้ไฟถูกหรือไม่ ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง หรือใช้ไฟฟรีหรือไม่ หรือโรงไฟฟ้าโรงนี้เรียกหุ้นจาก อบต.เข้ามาบริหาร ให้ประชาชนมาหุ้น ให้ประชาชนมีส่วนในการบริหารหรือไม่ คือเน้นความเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ อย่างเช่น สร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน รับคนในชุมชนมาทำงาน ไม่ใช่ทำอะไรเล็กน้อยและบอกได้ประโยชน์กับชุมชนแล้ว
7. การปรับเปลี่ยนเรื่องการสื่อสาร การทำอะไรต้องคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องสื่อสารก่อน ไม่ใช่เกิดขึ้นแล้วค่อยมาชี้แจงภายหลัง ต่อไปนี้การสื่อสารองค์กรต้องเปลี่ยน ต้องมีการคาดเดาล่วงหน้า เช่นผู้บริหารของเราในวันนี้ไปงานอะไร ไปแถลงอะไร คนจะว่าอย่างไร ต้องเตรียมการณ์ล่วงหน้าว่าจะตอบว่าอย่างไร แต่ทางที่ดีควรชี้แจงล่วงหน้าไปเลย เพราะการชี้แจงที่หลังไม่มีประโยชน์ Mentality ของคนไทยเวลารับข้อมูลอะไรหรือรับจาก Social Media เชื่อก่อนแล้วมาพิสูจน์ว่าไม่จริง ต่างกับฝรั่งที่ไม่เชื่อไว้ก่อนแล้วมาพิสูจน์ว่าจริง ดังนั้นสิ่งที่ดีคือต้องคาดการณ์สถานการณ์เชิงรุกเพื่อเป็นประเด็นในการชี้แจง