วันที่ 16 พ.ค.59

Topic : Learning Forum &Activities หัวข้อ Creative & Innovative Leadership กับการพัฒนางานของ กฟผ.

วิเคราะห์สิ่งที่เป็นอยู่กับสิ่งที่ควรจะเป็นและการมองเป้าหมายร่วมกัน”

โดยอาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์ CLO (Chief Learning Officer) บริษัท37.5องศาเซลเซียส จำกัด

หากต้องการผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเดิมๆ องค์กรจะต้องมีผู้ปฎิบัติงานที่ Creative thinking จึงจะส่งผลให้องค์กรได้ผลลัพธ์ใหม่ๆ ซึ่งอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ไอสไตน์ “ฟั่นเฟื่อน บ้าคลั่ง ทำสิ่งที่ดีขึ้น ดีขึ้น เพื่อให้ได้ผลที่แตกต่าง ถ้าทำสิ่งเดิมๆ ผลลัพธ์ก็เดิมๆ”

86% ของคนที่ประสบผลสำเร็จในการทำงานในทุกระดับขึ้นอยู่กับ 2 สิ่งที่เป็นแก่นแท้ ในตนเอง คือ

1.มนุษย์สัมพันธ์ เพื่อให้ได้รับความร่วมมือในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้สำเร็จ

2.ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อจุดประกายให้เกิดการทำสิ่งใหม่นำไปสู่ Innovation

การกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ต้องใช้แรงจูงใจ 3 วิธี คือ

1.เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ผลลัพธ์ใหม่ๆ

2.เพื่อให้ได้ความก้าวหน้าในการทำงาน (ประสบความสำเร็จ)

3.เพื่อจะได้รับผลตอบแทนหรือรางวัล

วิธีการทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ 4 M คือ

mechanic คิดตามstep

mindset ความเชื่อที่มีต่อพฤติกรรม

mood อารมณ์สร้างสรรค์

momentum ทำให้ยั่งยืน

การคิดต้องคิดนอกกรอบขององค์กร และนอกกรอบสังคม ก่อน แล้วค่อยบ่มความคิดให้เป็นความคิดคร่อมกรอบ กรอบที่กีดกันกรอบความคิดสร้างสรรค์ ของคนส่วนใหญ่ คือ ความกลัว จึงต้องขจัดสิ่งนี้ออกไปจากตัวตนเอง

สำหรับในส่วนของ กฟผ. ยังติดกับดักเรื่องกฏระเบียบองค์กร ทำให้ไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์เท่าที่ควร อีกทั้ง ขาดแรงจูงใจ และผู้ปฏิบัติงานคิดว่า กฟผ.อยู่ใน comfort zone จึงไม่จำเป็นต้องคิดที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จึงเป็นหน้าที่ของผู้นำ ต้องมีการสร้างแรงกระตุ้น สร้างแรงจูงใจ ให้กับผู้ปฏิบัติงาน gen y เพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

วันที่ 16 พ.ค.59 บ่าย

ศึกษาดูงาน ณ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาการุณย์

การจัดการองค์กรในแนวคิดใหม่ โดย อาจารย์ นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน

ได้รับฟังการนำเสนอแนวทางบริหารการจัดการองค์กร จากท่านอาจารย์ นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ซึ่งเปรียบได้กับวิชา การคิดนอกกรอบ การคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ที่ประสบความสำเร็จ มีความสามารถหารายได้เพื่อใช้เป็นงบประมาณในการบริหารจัดการในโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาการุณย์ แล้วยังสามารถนำส่งเงินรายได้ให้กับโรงพยาบาลศิริราช ด้วย

สรุปได้ว่าการบริหารจัดการองค์กร โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาการุณย์ ของท่านอาจารย์ฯ คือ ต้องมี net work ที่ดี ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือ ให้การปรึกษาแนะนำ ใช้ทฤษฎี 3R คือ ต้องปะทะความจริงว่าอยู่แบบเดิมๆไม่ได้ต้องคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ต้องบริการตรงประเด็นตรงกับความต้องการของผู้ที่มาใช้บริการ , ผลลัพธ์ที่ต้องสนองต่อปณิธานของรัฐ

วันที่ 17 พ.ค.59 เช้า

Topic : หัวข้อ เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยประชาคมอาเซียนAECกับผลกระทบและการปรับตัวของ กฟผ.

โดย ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อาจารย์มนูญ ศิริวรรณ ที่ปรึกษาอาวุโสบริษัทจัดการธุรกิจจำกัด

ประชาคมอาเซียน (AEC) เกิดขึ้นจากการก่อตั้งอาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations : ASEAN) ตั้งแต่ปี 2510 ตามปฏิญญาอาเซียน หรือปฏิญญากรุงเทพฯ โดยทิศทางการวางแผนด้านเศรษฐกิจของอาเซียนเริ่มชัดเจนมากขึ้นหลังจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2519 โดยผู้นำอาเซียน 5 ประเทศ ได้ลงนามร่วมกันในเอกสารสำคัญ 2 ฉบับได้แก่ Declaration of ASEAN และ Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia ที่ระบุความร่วมมือทางเศรษฐกิจหลายด้านเพื่อการดำเนินการต่อไป ต่อมาในช่วงปี 2521- 2540 อาเซียนได้ขยายความร่วมมือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ความตกลงที่สำคัญที่สุดคือ การจัดตั้ง “เขตการค้าเสรีอาเซียน” (ASEAN Free Trade Area : AFTA) การเจรจาเพื่อตกลงจัดทำเขตการค้าเสรีได้ทำให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและยังขยายออกไปนอกภูมิภาค วิวัฒนาการนี้ได้ดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังมีประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีน ที่มีเศรษฐกิจรุ่งเรืองจนสามารถซื้อทุกอย่าง สร้างทุกอย่างจนถึงปัจจุบันเริ่มเกิดเป็นฟองสบู่ จีนเริ่มมีปัญหาทางเศรษฐกิจ ฟองสบู่เริ่มแตก ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัจจุบันอาเซียนนับเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับหนึ่งของไทยมากกว่า EU หรือ US หรือญี่ปุ่น และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในด้านการค้าและการลงทุนอาเซียนจัดเป็นตลาดสำคัญและมีศักยภาพ ด้วยประชากรราว 600 ล้านคน มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ รวมกันกว่า 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นกลุ่มทางเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่งของโลก

ผลกระทบของ AEC Blueprint ต่อประเทศไทย

ภาคการผลิตที่ไม่พร้อมในการแข่งขันหรือไม่มีความได้เปรียบในด้านต้นทุน ต้องเผชิญกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอันเนื่องจากการลดอุปสรรคในด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ ทำให้ผู้ประกอบการจากต่างประเทศสามารถเข้าสู่ตลาดได้สะดวกมากขึ้น และเพิ่มการแข่งขันในตลาดให้สูงขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ไม่มีความพร้อมหรือมีขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำอาจถูกกดดันให้ต้องออกจากตลาดไปภาพรวมส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีความพร้อม แต่อาจมีธุรกิจบางประเภทที่ยังขาดความพร้อมอยู่บ้าง เช่น สินค้าพวกเกษตรกรรมบางรายการ ที่ต้องอาศัยระยะเวลาปรับตัวค่อนข้างสูงมากกว่าสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน ถึงแม้จะมีนโยบายปรับลดภาษี แต่นโยบายดังกล่าวก็พิจารณาใช้ได้กับสินค้าบางรายการเท่านั้น

กฟผ.จึงต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ต้องมี Global mindset

จีนและอาเซียน จะเป็นตัว drive พลังงาน พลังงานทดแทนจะเติบโตเร็วมากตามกระแสโลก พลังงานจาก ฟอสซิลจะถูกลดบทบาทลง เนื่องจากมีการปล่อยก๊าซที่ทำให้โลกร้อน ปล่อยฝุ่นและสารพิษ

สำหรับผลกระทบและการปรับตัวของ กฟผ. ที่ท่านอาจารย์แนะนำไว้ คือ

1. กฟผ.ต้องมการปรับโครงสร้างองค์กรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรด้านพลังงานในระดับภูมิภาค

2. ต้องการบริหารองค์กรให้ยืดหยุ่นและตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมากยิ่งขึ้น ได้แก่ รัฐ/พนักงาน/ผู้บริโภค/ชุมชน ฯลฯ

3. ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและยุทธศาสตร์ การมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างจริงจัง

4. ปรับเปลี่ยนการสื่อสารเป็นการคาดสถานการณ์เชิงรุกแทนการใช้ข้อมูลเพื่อชี้แจง

กฟผ. มีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาและเรียนรู้ให้เท่าทันกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเพื่อสามารถเตรียมความพร้อมกับกฎเกณฑ์ทางการค้าใหม่ ๆ อีกทั้งเป็นการสร้างโอกาสในการประกอบกิจการด้านพลังงานไฟฟ้า ในระดับภูมิภาค

วันที่ 17 พ.ค.59 บ่าย

Topic : : Arts and Feelings of Presentation

โดย อาจารย์จิตรสุมาลย์ อมาตยกุล

ทักษะในการสื่อสารที่ทำให้ผู้ฟังสนใจ เข้าใจง่ายๆ ด้วยพลังเสียงและท่าทางตื่นเต้นเร้าใจและมีเสน่ห์สามารถสะกดผู้ฟังทุกนาที

จิตวิทยา การสื่อสาร ที่ทำให้ผู้ฟังสนใจ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ

-Visual ภาษาท่าทาง 55 %

-Vocal การเปล่งเสียงพูด 38 %

-Verbal เนื้อหาสาระ 7 %

การเตรียมตัวที่ดี จะส่งผลให้เกิดความสำเร็จในการขึ้นเวที แล้ว 50 %

        ผู้นำ กฟผ. ต้องฝึกฝนการพูด ฝึกทักษะกิริยาท่าทางเพื่อช่วยเรื่องการพูด  และจัดลำดับความคิด