อมยิ้มกับ "eye shadow เฉี่่ยวๆ" ของเจ้าบั้งรอกใหญ่ อย่างที่ อ. จันทรวรรณเขียนไว้ค่ะ เป็นเช่นนั้นจริงๆจากที่เคยเห็นเจ้าบัั้งรอกในระยะใกล้ชิด เอาภาพมาฝากด้วยค่ะ จะได้เห็นชัดๆ สีสดใส เป็นนกที่ชอบเช่นกัน เขียวบ้าง แดงบ้าง ฯลฯ ถ้ามีโอกาสไปดูนกตามป่าส่วนอื่นๆของปักษ์ใต้ ก็จะเห็นอีกหลายชนิดของบั้งรอก ล้วนมีสีสันชวนมอง.. ขอบคุณที่ธรรมชาติรังสรรค์สิ่งดีๆมาคู่กับบ้านที่เจ้าของบ้านใจบุญเกื้อกูลให้นกมาอาศัยด้วยค่ะ

นอกจากทำบ้านให้เป็นวัดแล้ว ก็เป็นป่าย่อมๆด้วยนะคะ มีไม้ใหญ่ให้ร่มเงารายรอบบ้าน ทำให้นกได้มาอาศัยด้วย เจ้าบั้งรอกใหญ่ (ปักษ์ใต้บางถิ่นอาจจะได้ยินเรียกว่า นกกด/นกกรด) พบได้ไม่ยากนัก บินโผเกาะต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆชุมชน ด้วยความที่ตัวโต หางยางมีสีขาวสลับดำ ดูเป็นบั้งๆนะคะ หลานต้นไม้จึ่งเรียกว่า "นกยักษ์" เพราะความที่ตัวโต ส่วนเจ้ากะปูดก็ตัวโต แต่ชอบหากินตามพื้นล่าง ช่วยควบคุมความสมดุลในระบบนิเวศ

ขออนุญาตนำเรื่องน่ารักมาแจมด้วยค่ะอาจารย์ ..ครั้งหนึ่งเจอลูกนกปั้งรอกตกลงมา คงอยุ่ในระยะสอนบิน เพราะมีขนปีกขึ้นเต็มตัว มองไปมองมาไม่สังเกตเห็นแม่/พ่อนกเลย แต่เมื่อรออย่า่งใจจดจ่อเพราะรู้ว่าพ่อแม่นกต้องห่วงหาลูก ในที่สุดก็เห็นนกพ่อแม่บินมาในบริเวณ จึงเก็บลูกนกไปไว้บนกิ่งไม้ใหญ่ที่พอให้นกยืนได้ เสียงเรียกที่พ่อแม่ลูกสื่อถึงกัน เราก็นั่งเงียบๆฟังไป ในที่สุดทั้งพ่อและแม่นกบินมาใกล้ๆ และช่วยให้ลูกค่อยๆกระเถิบให้สุงขึ้นจากกิ่งล่างๆก็ไปได้สูง คิดว่าจะได้รอดพ้นอันตรายต่อสัตว์ชนิดอื่น เราก็สังเกตอย่างมีความสุขที่ได้สังเกตความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก และกระบวนการสอนลูกให้บิน โดยเฉพาะ encourage ให้ลูกใช้ความกล้าและความพยายาม จากช่วงแรกที่วางไว้ไม่สุงจนไต่ขึ้นสู่ความสูงในระดับที่ปลอดภัย (เอาภาพลูกนกมาฝากด้วยค่ะ ถ้าหลาน"ต้นไม้" ได้เห็นลูกนก ก็จะบอกว่าไม่ใช่นกยักษ์ละ แต่เป็นนกน่ารัก ..อิอิ )