สำหรับการเรียนช่วงที่ 5 นี้ในความเห็นของผม Highlight อยู่ที่การดูงานที่โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ กับการได้ฟังมุมมองของ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ กูรูด้านเศรษฐกิจโลกที่ผมติดตามมานานหลายปี ผมจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ แต่หัวข้ออื่นๆ ก็ได้รับความรู้ไม่น้อยไปกว่ากันทั้งเรื่อง Creative & Innovative Leadership กับการพัฒนางานของ กฟผ. โดยอาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์ และหัวข้อ Arts and Feelings of Presentation โดยอาจารย์จิตรสุมาลย์ อมาตยกุล (อาจารย์ตวง) ที่สามารถสร้างมุมมอง เกิดแนวคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

วันที่ 16 พฤษภาคม 2559: ช่วงเช้า

หัวข้อ Creative & Innovative Leadership กับการพัฒนางานของ กฟผ. โดยอาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์

สรุปข้อคิดที่ได้

ความคิดสร้างสรรค์ประกอบด้วย 4 M

- Mechanic กระบวนการคิด

- Mindset ทัศนคติที่ดี การคิดบวก การเลือกมุมมอง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

- Mood ต้องสร้างอารมณ์ที่เอื้อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

- Momentum ทำอย่างไรให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องไม่หยุดนิ่ง

เมื่อกลัวที่จะทำสิ่งใหม่ๆ ให้ลองใช้คำถาม 4 ข้อเพื่อขจัดความกลัว คือกลัวอะไร? แล้วไง? จริงมั้ย?และถึงตายมั้ย?

อาจารย์ศรัณย์ มีวิธีการสอนที่น่าสนใจ มีความคิดคร่อมกรอบเหมือนชื่อหัวข้อที่สอน สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมตลอดเวลา สิ่งที่ได้เรียนรู้และนำไปใช้ในการทำงานก็คือ การกระตุ้นทีมงานให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การสร้างบรรยากาศ และการสนับสนุนความกล้าให้ทำในสิ่งใหม่ๆ

วันที่ 16 พฤษภาคม 2559: ช่วงบ่าย

ศึกษาดูงาน ณ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

ได้รับความกรุณาอย่างสูงจากท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิณ ที่ให้เกียรติมาบรรยายด้วยตัวเอง ช่วยสร้างมุมมอง และแรงบันดาลใจให้ผมเป็นอย่างมาก

จาก Concept ถ้ามาใช้บริการที่นี่จะเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับในเวลาเดียวกัน ผู้รับคือการรับบริการแบบศิริราชที่มีมาตรฐานทางการแพทย์เป็นที่ยมรับมายาวนาน และเป็นผู้ให้เพราะกำไรทั้งหมดจะคืนกลับไปบำรุงโรงพยาบาลศิริราช ถือเป็นการช่วยสังคมด้วย

จากการบรรยายได้ทราบว่าผู้บริหารในอดีตเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ และคุณหมอประดิษฐ์ ที่รับเอาวิสัยทัศน์มาปฏิบัติก็สามารถก้าวข้ามอุปสรรคจนบรรลุตามเป้าหมายได้ แม้ต้องฝ่าฟันกับกฎระเบียบต่างๆมากมาย “เราต้องศึกษากฎระเบียบให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งเพื่อให้รู้ว่าจะแหกกฎข้อไหนได้อย่างไร”

ข้อคิดที่ได้รับก็คือ

- ถ้าไม่คิดตั้งแต่วันนั้น ก็คงไม่มีวันนี้

- การติดอยู่ในกรอบของกฎระเบียบจะพัฒนาได้ยาก ที่ทำได้เพราะต้องปรับ Mindset และรู้จักบริหารการเปลี่ยนแปลง

- ทำงานคนเดียวไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ต้องมีเครือข่ายคอยช่วยเหลือส่งเสริม เช่น กรณีได้รับคำแนะนำทางธุรกิจจากเจ้าของ MK หรือการได้รับความรู้การช่วยเหลือด้านการบริหารโรงพยาบาลจาก นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

วันที่ 17 พฤษภาคม 2559: ช่วงเช้า

หัวข้อ เศรษฐกิจโลก ประชาคมอาเซียน AEC เศรษฐกิจไทยกับผลกระทบและการปรับตัวของ กฟผ.

โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ อาจารย์มนูญ ศิริวรรณ

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

กล่าวถึงเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะจีนที่กำลังประสบปัญหาอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ และจะกระทบกับอาเซียนและประเทศไทย

ตัวอย่างที่เศรษฐกิจโลกกระทบต่อเวเนซูเอล่า ทั้งที่เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมัน แต่กลับประสบปัญหาทางเศรษฐกิจย่างหนัก จนใกล้ถึงจุดล่มสลาย ไม่มีไฟฟ้าใช้งาน ราชการทำงานได้เพียงสัปดาห์ละ 2 วัน ปัญหาเกิดจากการเมืองในประเทศ และรัฐบาลก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ มีแต่สร้างปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ

สหภาพยุโรป ก็กำลังมีประเด็นเรื่องมีคนที่คิดอยากจะให้อังกฤษออกจาก EU

อาจารย์มนูญ ศิริวรรณ

ให้ขอคิดที่น่าสนใจที่ว่า NGOs เมืองไทยเข้มแข็งกว่า NGOs อื่นๆใน AEC เพราะ NGOs เมืองไทยมี Political Influence สูงมาก มีการเชื่อมโยงกับการเมืองตลอดเวลา กฟผ.เองก็ถูกต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เทพา ที่มีความพยายามเอา Political Force มากดดันตลอดเวลา

สิ่งที่อาจารย์มนูญมองว่า กฟผ.ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น

1. ปรับโครงสร้างองค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานในระดับภูมิภาค

2. ต้องเป็นผู้นำด้านการผลิตพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาค กฟผ.ต้องสร้างให้เห็นว่าเป็นผู้นำ Green Energy ช่วยสร้าง Brand ใหม่

3. เป็นศูนย์กลางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการผลิตไฟฟ้า การเชื่อมโยงสายส่ง เป็นผู้ลงทุนในการพัฒนาเป็นธุรกิจพลังงานในภูมิภาคจนถึงระดับสากล

4. การบริหารองค์กรต้องตอบสนอง Stakeholder ทุกกลุ่ม และให้ความสำคัญกับชุมชน

5. ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินโครงการต่างๆในทุกระดับตั้งแต่ระดับบริหารถึงระดับปฏิบัติการ และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนตั้งแต่เริ่มคิดโครงการฯ เพื่อสร้างการยอมรับในสังคม

6. การทำ CSR แบบเดิมไม่เพียงพอ ต้องหากลยุทธ์ใหม่ ๆ ต้องชี้ให้เห็นว่าชุมชนรอบโรงไฟฟ้าจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง เน้นความเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ เช่น สร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน รับคนในชุมชนมาทำงาน

7. ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสาร ต้องคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องสื่อสารก่อนไม่ใช่เกิดขึ้นแล้วค่อยมาชี้แจงภายหลัง เพราะการชี้แจงที่หลังไม่มีประโยชน์ ธรรมชาติของคนไทยเวลารับข้อมูลอะไรมักจะเชื่อไว้ก่อนแล้วมาพิสูจน์ว่าไม่จริง ต่างกับฝรั่งที่ไม่เชื่อไว้ก่อนแล้วมาพิสูจน์ว่าจริง

วันที่ 17 พฤษภาคม 2559: ช่วงบ่าย

หัวข้อ Arts and Feelings of Presentation

โดย อาจารย์จิตรสุมาลย์ อมาตยกุล

อาจารย์ตวง เป็นวิทยากรที่มีบุคลิกและวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ สามารถนำไปใช้ได้โดยทันที่ มีหลักการที่เข้าใจง่าย เพียงแต่ต้องหมั่นฝึกฝนให้ชำนาญ ก็สามารถเป็น Presenter ที่เก่งได้

TEDTALKS เป็นตัวอย่างของการพูด Presentation เป็นไอเดียแบบ World Class

1. เข้าถึงอารมณ์

2. แปลกใหม่

3. น่าจดจำ

ความสำคัญของภาษาท่าทางมีมากกว่าเนือหาที่นำเสนอ

1. การใช้ภาษาท่าทาง 55%

2. เสียง 38%

3. เนื้อหาที่อธิบาย 7%

Power of Three

1. มี Topics ที่เป็นหัวใจของเรื่อง แล้วสร้างประเด็นที่จะนำเสนอ 3 ประเด็นที่เชื่อมโยงกับ Topic ที่ตั้งไว้

2. นำเสนอเป็นภาพแทนการใช้ข้อความ แล้วร้อยเรียงเชื่อมโยงด้วย Power of Three

เรื่องนี้ผมลองแล้ว ช่วยได้เยอะครับ คนนำเสนอจดจำง่าย ไม่ลืมประเด็น เป็นระบบ คนฟังก็เข้าใจและช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับเนื้อหา