ผมอ่านดูแล้วอยากจะเชื่อมโยงสิ่งที่เอกเขียนนะครับ ไม่รู้จะ "ใช่" หรือไม่
- เอกสะท้อนว่า มีปัจจัยทางโครงสร้างสังคมหลายประการที่ทำให้ การพัฒนาประเทศย่ำแย่ หมายความว่า การพัฒนาประเทศต้องอิงกับโครงสร้างสังคมด้วย จะต่อสู้กันแบบปัจจเจก ย่อมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก
- KM ก็เช่นกัน KM ชื่อมันบอกว่าเป็นการจัดการความรู้ แต่จริงๆ ความรู้จะขับเคลื่อนได้ต้องมีบริบท ปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสม ดังนั้นจะ KM ได้ มิใช่ไปจัดการที่ตัวความรู้อย่างเดียว แต่ต้องจัดการบริบทด้วย เป็นการจัดการเชิงซ้อนที่มีมิติของความสัมพันธ์ทางสังคมมาเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เป็นเรื่องของการสร้างและต่อรองอำนาจครับ
- ส่วนตัวผมถึงไม่อยากแปล KM เป็นการจัดการความรู้ เพราะคนไทยมักจะไปยึดว่าเป็นเทคนิคที่จะใช้กับตัวความรู้ เลยมองข้ามด้านอื่นๆของ KM ไปหมด แต่นึกไม่ออกว่าจะใช้คำแปลว่าอะไร สรุปก็คือ อย่าไปยึดติดกับชื่อหรือยี่ห้อเลยครับ มันเป็นมายาสัญญะ
- อยากเห็นเอกพูดถึง KM ในมิติที่เชื่อมโยงกับกลิ่นไอและบริบทท้องถิ่นที่พเนไปจากกลิ่นแอร์เมืองฝรั่ง อย่าง KM ในกลุ่มชาติพันธุ์ที่นับถือผี (animism) เช่นกลุ่มลีซู นี่ KM ตามประเพณีมันไปสัมพันธ์กับผีอย่างไร มันถูกกดทับจาก KM ของรัฐอย่างไร นี่เป็นมิติของ KM ที่อาจจะยังไม่มีคนพูดถึงเท่าไร ทั้งในแง่ KM กับความเชื่อทางศาสนา และ KM ในฐานะการต่อสู้ปะทะกับอารยะธรรมใหม่ และแหล่งทุนวิจัยน่าจะสนใจ KM ในมิตินี่บ้าง
- อ้อ ม. แม่ฟ้าหลวง ชร. กำลังรับพนักงานด้าน งาน CBT เข้าไปดูในเว็บ thaingo.org นะครับ