เป็นประเด็นที่ท้าทายมากครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นร่วมด้วยนะครับ รักในวัยเรียนหรือวัยไหน เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นในเชิงชู้สาว อันที่จริงก็ไม่อยากเรียกว่าเชิงชู้สาว เพราะมันสื่อความหมายในทางลบ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้จะใช้คำไหน ก็ขอใช้คำว่ารักในวัยเรียนก่อนแล้วกัน
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์ มันเป็นเรื่องธรรมชาติครับ ถ้าไม่มีนี่สิ แปลก! แต่ถ้ามีก็อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณอารักขายีนมีน้อยมั๊งครับ
แต่เมื่อเกิดขึ้น และเกิดกับคนที่ชื่อว่าเป็นลูก โดยเฉพาะลูกผู้หญิง พ่อแม่จะเป็นห่วงมาก ซึ่งผมก็เชื่อนะว่า ลูกสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงของพ่อแม่ แต่เพราะอำนาจแห่งสัญชาตญาณอารักขายีนมันบีบคั้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การปิดกั้น กดดัน บังคับ เพราะยิ่งจะทำให้เด็กเกิดความเครียดและเสริมแรงปรารถนามากกว่าเดิม ผมยังเชื่อทฤษฎีหนึ่งที่ว่า "เด็กเชื่อฟังพ่อแม่ นักเรียนเชื่อฟังครู แต่เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นเขาจะรับฟังและเชื่อใจเพื่อนมากที่สุด" ทำไมหน่ะหรอครับ ก็เพราะเขาคิดว่าเพื่อนเป็นคนที่เข้าใจเขามากที่สุดในฐานะที่เป็นวัยรุ่นร่วมสมัย โดยเฉพาะในยุคดิจิตอล ที่พ่อแม่บางคนไม่อาจตามทันความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพ่อแม่วางตัวเป็นผู้สูงอายุมากจนเกินไป ย่อมเกิดช่องระหว่างวัย เป็นเหตุให้เกิดเส้นขั้นบางๆ ที่เด็กกับผู้ใหญ่ไม่เข้าใจกัน
ผมมองว่า เราไม่อาจหนีพ้นธรรมชาติตรงนี้ได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือกล้าเผชิญกับมัน พ่อแม่ต้องยอมลดทิฏฐิลงเพื่อเป็นพ่อแม่ ครู และเพื่อน ให้กับลูกได้ เปลี่ยนจากการปิดกั้นบังคับ เป็นการทำความเข้าใจ ให้ความรักให้กำลังใจ ให้เทคนิควิธีการที่สามารถจัดการกับมันได้ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ คือ คือมีวิธีการดูแลและทะนุถนอมความรักในทุกๆ ทาง มีวิธีจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม สิ่งที่ต้องให้เขามากที่สุดในยุคปัจจุบันนี้ก็คือ วิจารณญาณ ยิ่งมากยิ่งดี เพราะต้องการให้เขาระเบิดออกมาจากข้างใน คิดได้เอง และกล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ วันข้างหน้าความรักที่เกิดขึ้นจะดีหรือร้ายไม่อาจคาดเดา เมื่อทำดีที่สุดแล้วในทุกฝ่าย ผมว่าก็โอเคนะครับ
ความคิดเห็นส่วนตัวครับ ยาวมาก อิอิ