Brain Design
1. Risk Management (Rep)
การบริหารจัดการความเสี่ยงของดิฉัน คงเป็นเรื่องของการจองที่พักเวลาเดินไปต่างจังหวัด ไม่ว่าจะไปพักผ่อน หรือไปทำธุระ เพราะแต่ก่อนจะเคยจองผ่านแอพพลิเคชั่น Agoda เป็นแอพพลิเคชั่นที่ทำให้การจองที่พักสะดวก รวดเร็ว ราคาถูกกว่า Walk in ที่ที่พักเอง แต่จะมีการบวก Vat เพิ่ม ซึ่งรวมๆ แล้วก็จะมีราคาพอๆ กันกับที่เราเข้าไป จองเองกับทางที่พักเลย และบางครั้งหากจองทางแอพพลิเคชั่นนั้น จะมีความผิดพลาดในการจองได้ด้วย บางทีการจองของเราไม่เข้าไปในระบบของทางที่พัก ก็ทำให้เราเสียเวลา และเสียเงินไปอีกด้วย จัดการกับความเสี่ยงนี่คือ จะคอยสอบถามไปกะบทางที่พักโดยตรงเลย และอ่านดูจากรีวิวไปด้วยขณะเดินทาง และสุดท้ายหลังจากโอนเงิน จะโทรไปเช็คอีกทีเพื่อความมั่นใจ
2. Great Team (Pal)
เป็นสมัยตอนเรียนป. ตรี ที่มีเพื่อนร่วมเรียนในกลุ่ม 4 คน ที่เวลามีงานกลุ่ม จะทำการแบ่งการทำงานตามความถนัด ความสามารถ ของแต่ละคน และนำงานมาทำร่วมกัน มีการบอก การสอน การอธิบายงาน ว่าทำไมถึงทำออกมาเป็นแบบนี้ ทำไมต้องทำด้วยวิธีนี้ และเอางานวนให้ทุกคนได้ดู ได้ตรวจเช็ค และมีการแสดงความคิดเห็นว่าแต่ละคนภายในกลุ่มอยากจะแก้ไขจุดไหนมั้ย หรืออยากเพิ่มเติมในส่วนของตรงไหนบ้างไหม ทำให้การทำงานเป็นไปด้วยดี มีความสามัคคีกันมากๆ ในการทำงานแบบเป็นทีม รู้สึกว่าบรรยากาศในการทำงานไม่เคร่งเครียด ไม่กดดัน แต่กลับมีแต่การให้ความร่วมมือกัน เต็มที่กับงานที่ทำ เพื่อให้งานออกมาดี
3. Great Rule (Pal)
ชอบนโยบายการให้บริการของร้านกาแฟ Starbucks ที่จะมีการแนะนำเมนูเครื่องดื่ม คอยสอบถามลูกค้าว่าชอบรสชาติเครื่องดื่มแบบไหน ขนมแบบไหน มีการใส่ใจลูกค้า และที่ชอบมากๆ คือการกล่าวขอบคุณลูกค้า ทั้งหลังจากจ่ายตัง รับเครื่องดื่ม รวมถึงการกล่าวขอบคุณลูกค้าที่กำลังเดินออกจากร้าน คือเราไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกของทางร้าน ไม่จำเป็นต้องทีบัตรสะสมStar แต่ทางร้านมีนโยบายให้พนักงานทุกคนปฏิบัติกับลูกค้าทุกคนเท่าเทียมและสม่ำเสมอกัน
4. คุณภาคภูมิใจอะไรที่สุด (Neo)
ความภาคภูมิใจของดิฉัน คือการเรียนปริญญาตรี และที่สำคัญคือได้จบปริญญาตรีตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ได้รับใบปริญญากับพระเทพฯ ดิฉันมีความภาคภูมิใจมากๆ ที่สำเร็จการศึกษา ทั้งนี้เพราะกำลังใจของพ่อแม่ กำลังใจจากเพื่อนๆ ในกลุ่ม และคำแนะนำ คำปรึกษา จากอาจารย์ผู้สอน ที่เป็นเหมือนแรงผลักดันให้ดิฉันมีแรงจูงใจในการเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษา และยิ่งไปกว่านั้นคือได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาโท MBA ถือเป็นความภาคภูมิใจของดิฉันเลยค่ะ
5. คุณปิ๊งอะไรที่สุด (Neo)
ดิฉันปิ๊งไอเดียของร้านอาหารสุดแนว "ร้านแล้วแต่ Food&Bar" อยู่ตรงหลังมข. ที่จะมีแนวความคิดในการเสิร์ฟอาหารจานด่วน โดยใช้ภาชนะที่แปลก และไม่เหมือนที่อื่นอย่างแน่นอน ตั้งแต่หม้อ กระทะ หม้อต้มน้ำ ตราชั่ง ถ้วยตวง ขันน้ำ ครกไม้ ถาด และอีกมากมาย แล้วแต่ลูกค้าจะขอมา ทางร้านนี้สามารถจัดความแปลก แหวกแนวให้ได้ทุกเมนู คือจากเรื่องแปลก มันกลายเป็นจุดดึงดูดให้ลูกค้าอย่างเราๆ สนใจ อยากลองไอ้เจ้าภาชนะที่ว่าแปลก หม่เหมือนร้านไหนเขาทำกัน และมันดูท้าทายดี ว่าในแต่ละเมนูจะเจอภาชนะแบบไหน จะกินยังไง ความยากง่ายมันอยู่ตรงนี้แหละ ลองไปดูนะคะ
6. คุณชอบทำงานร่วมกับลูกค้ากลุ่มไหน (Neo)
มีโอกาสได้ไปช่วยพี่ชายทำร้านกาแฟ ในแต่ละวันก็จะเจอลูกค้ามากมาย และหลากหลายรูปแบบ หลายประเภท แต่ลูกค้าที่ชอบให้บริการด้วยใจจริงๆคือ ลูกค้าที่เข้าใจเรา เข้าใจว่าบางครั้งคนเข้าร้านเยอะ ต้องทำหลายเมนู ตามคิว แต่รอได้ ไม่ตะโกนสั่ง เข้าใจว่าเราเองก็ตั้งใจ และพยายามทำให้อยู่ ไม่ใช่ช้าหน่อยก็โวยวาย โดยที่ไม่ดูว่าในร้านมีคนเยอะมั้ย คือไม่มีความเห็นใจ และความเข้าใจว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ไม่ใช่เกิดจากความล่าช้าของเรา คืองานบริการเป็นงานที่ต้องทำด้วยใจจริงๆ ไม่แสดงท่าที่ว่าไม่สนใจลูกค้า เพราะเวลาลูกค้ามาใช้บริการ เขาจ่ายเงินเพื่อต้องการรับสิ่งที่ดีและคุ้มค่ากลับไป
7. ธุรกิจต้นแบบของคุณคืออะไร (Pre)
คงเป็น Apple บริษัทที่ดูแลพนักงานอย่างดี เพราะมีแนวคิดที่ว่าคนเป็นปัจจัยสำคัญของการขับเคลื่อน พวกเขาถูกปลูกฝังว่า ให้คิดต่าง และพนักงานทุกคนเรียนรู้และปฏิบัติตามมาตลอด อาจจะเปรียบได้ว่าเป็น วัฒนธรรมแบบ Apple เพราะบริษัทนี้ไดฉีกทุกกฏที่ทุกคนได้ทำไว้ ทำให้โดดเด่นกว่าบริษัทอื่นๆ จากบริษัทที่เคยใกล้ล้มละเลย กลายมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงอันดับต้นๆของโลก บริษทนี้จะให้คุณค่า และไม่ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยของนักงาน คือการทำงานต้องทำอย่างสนุก ไร้กฏระเบียบ ใครจะทำอะไรก็ได้แต่งานต้องเสร็จเรียบร้อย ทำงานด้วยใจ ให้ความสำคัญกับคนที่ริเริ่มสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และดูแลการตลาดอย่างใกล้ชิด และความต้องการของผู้บริโภคต้องสำคัญ
8. คนต้นแบบคือใคร เขาไม่เหมือนคนอื่นตรงไหน
ต้นแบบของดิฉันคือแม่ แม่ไม่ได้จบวุฒิสูงๆ แต่แม่มีความอดทน ความพยายาม หางานทำเองตั้งแต่เด็กๆ ทำมาหลายอย่าง เป็นตั้งแต่ลูกจ้างเขา จนตอนนี้มาเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง แม่ดิฉันเปิดร้านเสริมสวย เรียนทางด้านทำผมมาโดยเฉพาะ และมีเงินเก็บจากที่ทำงานเป็นลูกจ้างเขา มาเปิดร้านเป็นของตัวเอง ส่วนมากลูกค้าของที่ร้านจะติดใจฝีมือทำผมของแม่ แม่ของดิฉันค่อนข้างที่จะละเอียด อาจจะใช้เวลานานในการซอยผม เคยถามแม่ว่าทำไมแม่ซอยผมนานจัง ลูกค้าก็นั่งรอหลายคน แม่บอก แม่เร่งไม่ออก ซอยผมมันใช้เวลา มันต้องละเอียดมาก ปล่อยผ่านไปไม่ได้ ไม่งั้นผมจะไม่สวย มันจะไม่เป็นทรง แม่อยากตัดผมให้ลูกค้าแล้วปล่อยออกมาก็สวย โดยไม่ต้องเซ็ทผม แม่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ลูกค้านั่งรอแม่ได้เป็นชั่วโมงๆ เพื่อซอยผมกับ ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เพราะร้านเสริมสวยของแม่ นี่แหละที่ส่งให้ดิฉันเรียนจนจบปริญญาตรีได้
9. คำพูด ประโยค หรือเปลี่ยนพฤติกรรมคุณได้
ตอนเรียนป. ตรี ปี3 เป็นคำพูดของอาจารย์ชาวฝรั่งเศส ตอนนั้นเป็นการเข้าไปสอบพูดภาษาฝรั่งเศสโดยให้เล่าเรื่องตลกอะไรก็ได้ ที่สำคัญคือคุณต้องทำให้ผมขำออกมาให้ได้ แต่ด้วยที่เราไม่เก่ง สำเนียงพอไปวัดไปวาได้ และมาพูดกับอายารย์ที่ได้ชื่อว่าโหดสุดในสาขาภาษาฝรั่งเศส ผลคือออกมาไม่ดี แล้วอาจารย์ก็เพ็งเล็งมานานแล้ว ว่าการเรียนก็แย่มาก อาจารย์ถามว่าเรียนไปเพื่ออะไร คุณไม่ต้องสู้ หรือแข่งกับใครเลยชลิดา คุณแค่ต้องเอาตัวรุณ ใจคุณ ความคิดของคุณพยายามกับมัน พยายามมากกว่าทุกๆ คน ทำเพื่อให้ตัวเองผ่านมันไปให้ได้ เราเคยคิดว่าก็พยายามแล้วนี่ แต่ความจริงคือมันแค่คำพูดว่าฉันก็พยายามนะ แต่ไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้ตั้งใจออกมาจากข้างใน เหมือนเรียนๆ ไป ทำงานส่งๆ ไป เพื่อให้ได้คะแนน ได้เกรดให้จบไป แต่หลังจากนั้นจะเป็นไงเราไม่ได้คิดถึงจุดนั้นเลย คำพูดของอาจารย์ทำให้ชุกคิดว่า นั่นสิ แล้วถ้าเรียนจบไปแล้วไงต่อ แล้วจะมีอะไรติดตัวไปบ้างล่ะ 4ปีที่อยู่กับภาษาฝรั่งเศสมันต้องได้อะไรบ้างสิ ก็เลยเปลี่ยนความคิด แนวการเรียน และพยายามแบบที่ใส่ใจลงไปในการเรียนจริงๆ
โดย นางสาวชลิดา เกียรติวนากร 575740143-2 MBA Young16 Sec.22