1.แรงจูงใจไม่ใช่เงิน – เป็นเรื่องตั้งแต่สมัยที่ผมเรียนปริญญาตรี แล้วได้ไปออกค่ายอาสา ที่โรงเรียนไทยใหญ่ทางภาคเหนือ 2-3โรงเรียน ได้ไป
สัมผัสกับความยากลำบาก ไม่มีไฟฟ้าใช้ น้ำก็ต้องไปตักใส่ตุ่ม ไม่มีประปา อย่าว่าแต่ชุดนักเรียนเลย ชุดจะใส่ในแต่ละวันเด็กๆยังไม่มีจะใส่ แต่
สิ่งที่ผมเห็นคือ เด็กๆมีความสุขมากในการที่ได้มาโรงเรียน ตั้งใจเรียนหนังสือกันมากๆ ครูที่เป็นครูอาสา เงินเดือนหลักไม่กี่พัน แต่ทำด้วยใจ
เป็นสิ่งที่เป็นแรงจูงใจให้กับผมในการที่จะใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า และตอบแทนสังคมเมื่อมีโอกาสจนทุกวันนี้
2.แรงจูงใจจากเงื่อนไข –ผมมีความไฝ่ฝันว่าวันนึงจะสอนหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นวิชาอะไรก็ตาม เพราะผมคิดว่าการถ่ายทอดความรู้ที่เรามี ทำคน
ไม่รู้ให้เป็นคนที่มีความรู้ แล้วนำไปต่อยอดต่อไปในอนาคตเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจในชีวิตอย่างนึง ดังนั้นผมจึงต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ไม่ได้
เรียนแค่หวังจะผ่านไปเฉยๆ พยามตักตวงความรู้ทุกระเบียดนิ้วเท่าที่จะทำได้ ผมมักจะคิดตามอาจารย์เสมอ ว่าทำไมเรื่องนี้ อาจารย์ถ่ายทอด
แบบนี้แบบนั้น มีเหตุผลอะไรหรือ และมาคิดว่าถ้าเป็นเราจะถ่ายทอดอย่างไรให้คนที่เรียนเข้าใจได้แบบอาจารย์
3.เรียนรู้เดี่ยว – หลายๆครั้งผมมีความสนใจในเรื่องใหม่ๆ และไปเรียนรู้ และก็มีหลายๆครั้งที่อยากเรียนรู้แต่ไม่มีโอกาส เรื่องที่นำมาแชร์เป็น
เรื่องที่ผมอยากจะหัดเล่นดนตรีชิ้นแรกในชีวิต นั่นคือโปงลาง สมัยผมเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา วิชาดนตรีผมได้เรียนโปงลางและชอบมาก ขอ
เงินคุณพ่อซื้อมาเล่นที่บ้าน แต่คุณพ่อไม่สนับสนุนอยากให้ตั้งใจเรียนมากกว่า พอโตมาผมจึงเรียนทุกอย่างที่มีกำลังทรัพย์และเวลาพอ เช่น กีตาร์
ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และอบรมเพิ่มความรู้ต่างๆตามโอกาส
4.เรียนรู้กลุ่ม –ชอบที่สุดและประทับใจจนวันนี้ คือการไปออกค่ายภาษาอังกฤษกับเพื่อนๆสมัยเรียนปริญญาตรี เป็นค่ายภาษาอังกฤษที่ทาง มข
.จัดขึ้นโดยใช้อาจารย์มาจากประเทศเจ้าของภาษา สนุกและรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เรียนจากเจ้าของภาษาโดยตรง และเป็นการเรียนรู้แบบกลุ่มโดยที่ไม่
ได้โดนบีบบังคับให้ไปเรียน จบมาได้เพื่อนเป็นชาวต่างชาติอีกด้วย
5.ผลิต – ชอบมะพร้าวที่ขูดออกมาจากกะลาที่ขายอยู่หน้าคณะทันตะฯครับ รู้สึกว่าเค้ามีความพยามดี และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า โดยใช้
ความคิดสร้างสรรค์ บวกกับความตั้งใจ ลูกค้าก็ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มให้
6.ก่อนขาย – ก่อนขายผมชอบการมีรายละเอียดสินค้า รูปภาพ พร้อมกับคอมเม้นจากคนที่เคยใช้สินค้าหรือบริการในเว็บไซต์ หรือ แอพพลิเค
ชั่นที่ใช้ซื้อขายสินค้าในอินเตอร์เน็ทครับ สะดวกมากๆและได้ข้อมูลจากคนที่เคยใช้จริงอีกด้วย
7.ระหว่างขาย – ระหว่างขายชอบหลายที่เลย เอาที่ๆประทับใจและรู้สึกว่าดีมาก ก็นครชัยแอร์ ระหว่างที่รอจะขึ้นรถจะมีห้องพักสำหรับผู้โดยสารที่
จะเดินทาง มีน้ำ มีอาหารว่าง มีทีวี ห้องแอร์ และบริการนวดให้ ตรงนี้ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง ถึงจะต้องจ่ายแพงกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยินดีที่จะจ่าย
8.หลังขาย – หลังการขาย หรือใช้บริการ ส่วนตัวชอบของ 3BB เป็นบริการอินเตอร์เน็ทความเร็วสูง ที่ผมมักจะโทรไปแจ้งสอบถามปัญหาที่เกิด
ขึ้นต่างๆ และบางครั้งก็โทรไปสอบถามเลขที่ใบเสร็จ และยอดที่ต้องไปชำระ เนื่องจากไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ก็ได้รับการบริการที่ดีตลอดมา ปัญหาก็
แก้ไขได้อย่างรวดเร็วครับ
9.ลูกค้าซื้อครั้งแรก – การที่จะให้ลูกค้าซื้อครั้งแรกด้วยความมั่นใจนั้นยากมาก โดยเฉพาะสินค้าใหม่ และมีผลกับตัวลูกค้าเช่นยา ครีมทาหน้า สบู่
อะไรต่างๆที่ต้องมีเรื่องวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยว ตัวผมเองก็เหตุการณ์ที่รู้สึกว่าชอบมากและตัดสินใจซื้อโดยไม่คิดอะไรมาก ก็คือเจลทาหัวสิว สมัย
ที่ยังเป็นวัยรุ่น ที่พูดเช่นนี้ เพราะว่า คนที่ขายให้ผมคือรุ่นพี่ที่เป็นเภสัชกรที่สวยมากๆ ทั้งชอบในตัวพี่เค้าอยู่แล้ว บวกกับเชื่อในวิชาชีพที่พี่เค้าทำ
อยู่ จึงตัดสินใจซื้ออย่างง่ายดายครับ (คนขายมีส่วนอย่างมากในการตัดสินใจซื้อ)
10.ซื้อซ้ำ – ส่วนใหญ่จะมาจากเมื่อได้ทดลองใช้สินค้าหรือบริการแล้วรู้สึกชอบเป็นการส่วนตัว แต่ผมจะขอยกตัวอย่างที่ต่างจากคนอื่นสักหน่อย
นั่นคือ หนังที่ผมดูซ้ำมากที่สุดในชีวิต คือเรื่อง Titanic ที่ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยในการเข้าไปดูครั้งแรก หนังก็ยาวมาก 3 ชั่วโมงได้ แต่เกิด
ความประทบใจในตัวหนัง และรู้สึกว่าอยากจะดูซ้ำ จึงชวนเพื่อนฝูง แฟน และคนที่ผมสนิททุกคนไปดู สรุปแล้วผมไปดูซ้าถึง7 รอบในหนังเรื่อง
เดียว ซึ่งเป็นครั้งเดียวที่ผมดูหนังซ้ำมากที่สุดในโรงภาพยนตร์
11.ซื้อประจำ –เกิดจากความมั่นใจในตัวสินค้า และผมซื้อเป็นประจำ ใช้มาร่วม10ปี นั่นคือครีมทาหน้า ของออยออฟโอเลย์ครับ ซึ่งในการซื้อครั้
แรกก็ไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรของสินค้ามากนัก รู้แต่ว่าใช้แล้วไม่แพ้ ไม่ระคายเคืองกับผิวหน้าก็พอ เนื่องจากผมเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก ลมพัดแรงๆ ก็
ระคายหน้าแล้ว จึงซื้อใช้เป็นประจำ
12.บอกต่อ – ต่อเนื่องจากข้อ 11 เมื่อผมใช้เป็นประจำ และเพื่อนๆก็จะถามว่าผมดูแลผิวหน้าอย่างไร ทำไมไม่แก่ ผมก็บอกว่าใช้ครีมยี่ห้อนี้ บวก
กับการออกกำลังกาย ทำจิตใจให้ผ่องใส ร่าเริงไม่เครียด ไม่คิดมาก ก็เป็นการบอกต่อแบบไม่มีอะไรต้องไปแต่งเสริมเติมแต่งพูดให้โอเว่อร์แต่อย่าง
ใดครับ
13.ลูกค้ากลุ่มประหลาด – ที่เคยพบมาคือ สาวๆสมัยก่อน จะเอาน้ำยาอุทัยทิพย์มาทาปาก เพื่อให้ปากสีแดง (น้ำยาอุทัยทิพย์ใช้ใส่น้ำดื่มเพื่อให้
เกิดความหอม) ซึ่งก็ทำเช่นนั้นจนกระทั่งในภายหลังทางอุทัยทิพย์ออกผลิตภัณฑ์เพื่อเอามาทาปากได้โดยตรง
14.รายได้ – ในตอนที่จบปริญญาตรีมา ผมสตาร์ทเงินเดือน 12,000 บาท(ค.ศ.2001)ซึ่งมากกว่าเพื่อนๆที่จบพร้อมกันในสมัยนั้น เนื่องจากผม
จบการตลาด เกียรตินิยมอันดับ1 ผลจากการที่ตั้งใจเรียนตอนที่ยังศึกษาอยู่ ทำให้ได้ไปทำงานในบริษัทดีๆ อย่างบริษัทขอนแก่นแหอวน ใน
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด และยังได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนลูกค้าในสถานที่ต่างๆ จนกระทั่งผมเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งเพื่อซื้อรถยนต์ส่วนตัว และ
ย้ายไปทำงานที่ กรุงเทพฯในเวลาต่อมา และได้เห็นโอกาสทางวิชาชีพอีกมากมาย หลายต่อหลายบริษัทยื่นเสนอเงินเดือนจำนวนมากเพื่อให้ผม
เข้าไปทำงาน เนื่องจากผมชอบที่จะคิดการส่งเสริมการตลาดใหม่ๆให้กับบริษัท(เป็นคนชอบคิดไอเดียวโปรโมท ส่งเสริมการขาย โปรโมชั่นต่างๆ)
ก็ทำให้รายได้ผมมีมากพอสมควร)
15.ต้นทุน – ปัจจุบันผมทำงานส่งของให้ราชการ การเดินทางนับเป็นสิ่งที่ต้องคิดคำนึงอย่างมากในการทำงาน เนื่องจากน้ำมันก็แพงขึ้นจาก
สมัยก่อนมาก ประกอบกับแต่ละที่ ที่จะต้องไปส่งก็ไกลมาก ต่างอำเภอบ้าง ต่างจังหวัดบ้าง เพราะฉนั้นในการเดินทางแต่ละครั้งจะวางแผนเพื่อให้
คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นโดยจะวางแผนการเดินทาง ถ้าได้ไปส่งของที่ไหน ก็จะวางแผนไปเยี่ยมลูกค้าที่อยู่ใกล้เคียงไปด้วย หรือจะไปเก็บเช็ค
พร้อมด้วยเลยเพื่อไม่ให้เสียโอกาส
16.ความเสี่ยง – ความเสี่ยงที่เคยเจอมาคือตอนทื่ถูกลากเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกขายตรงยี่ห้อหนึ่ง แล้วจำไม่ได้ว่าเค้ามาพูดยังไงถึงยอมเสียเงิน
เสียทองไปซื้อสินค้ามาสต็อคไว้เป็นแสนบาท เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่จะสามารถลดราคาสินค้า และมีสิทธิประโยชน์มากมาย ยอมรับว่าตอนนั้นมา
คิดตามหลังว่า ถ้าเป็นบริษัทที่หลอกลวง แชร์ลูกโซ่ ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย คงสูญเงินที่อุตส่าห์ทำงานเก็บเงินมา แต่ก็ค่อยๆระบายสินค้า และ
ได้เงินคืนมาทั้งหมด เป็นโชคดีของตัวเองไป
17.ชื่อเสียง – มีส่วนอย่างมากในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของลูกค้า เป็นสิ่งที่ไม่ได้จะใช้เงินซื้อมาได้อีกด้วยต้องใช้เวลาในการสั่งสม ดังนั้นหลายธุรกิจแทบไม่มีโอกาสเลยที่หน้าใหม่จะเข้าสู่ธุรกิจได้ง่ายๆ ที่เคยเจอมากับตัวเองคือเรื่องสถาบันการศึกษา ตอนที่จะย้ายงานจากที่แรก บริษัทที่ผมไปสมัครบอกตอนสัมภาษณ์เลยว่า ถ้าจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือจุฬาฯจะมีโอกาสได้รับการคัดเลือกสูง ถ้าจากสถาบันอื่น จะต้องมีประสพการณ์การทำงานเท่านั้นเท่านี้
18.การลงทุน - การมาเรียนMBA KKU.คือการลงทุนล่าสุดสำหรับการพัฒนาศักยภาพทางความรู้ของตัวผม นอกจากนั้นผมยังได้เพื่อนฝูงอีกมากมาย นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าตั้งแต่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำไป ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่นำความรู้ แนวคิดด้านบวก ตัวอย่างดีๆอีกมากมายมาเผยแพร่และเป็นหัวข้อในการสอนวิชานี้ครับ ส่วนตัวชอบมากๆ
อานนท์ เจิดพงศาธร
575740469-2
EX.21 SEC3