สวัสดีค่ะ ข่าวที่นักลงทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศระยะนี้ได้ยินบ่อย ๆค่ะ เช่นการแปรรูปอาหารโรงแรม ฟุตบอล และอื่น ๆ ด้านหนึ่งแสดงถึงความสามารถในการทำธุรกิจและเงินทุนมหาศาลที่นักลงทุนเหล่านี้สร้างความร่ำรวยจากประเทศไทย

ในกรณีของเวียตนาม เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อนมีข่าวว่าการรุกคืบของนักลงทุนไทยเริ่มสร้างความหวั่นวิตกให้กับชาวเวียตนามว่าไทยจะยึดครองเศรษฐกิจของเวียตนาม กระทบต่อธุรกิจในท้องถิ่น ทำนองเดียวกับที่ในเมืองไทยเราเคยเกรงว่าร้านค้าโชห่วยในตลาดจะอยู่ไม่ได้เมื่อร้านค้าปลีกข้ามชาต และแฟรนไชล์จากเมื่องนอกเข้ามาเต็มประเทศ

สำหรับนักลงทุนกลุ่มใดบ้างที่ไปลงทุน เป็นนักลงทุนตัวจริงหรือนอมินีให้ใครคงไม่ยากที่จะหาข้อมูล และเมื่อทราบว่าเป็นใครก็จะทราบได้ว่าเป็นตัวจริงหรือนอมินี เพราะมีจำนวนไม่มากนัก คงมีทั้งสองแบบละค่ะ และจะนำผลกำไรเข้าประเทศหรือเอาไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยนอกประเทศ น่าจะรอสถิติแลพะวิเคราะห์ได้ในอีกไม่นาน

สาเหลุที่นักลงทุนบางคนชลอการลงทุนในไทยแต่ไปลงในต่างประเทศบางประการได้แก่ ค่าแรงขั้นต่ำของเราสูงขึ้น และการขาดแคลนแรงงานในไทยซึ่งน่าจะรวมแรงงานราคาถูก ด้านบรรยากาศทางการเมืองและ กฏระเบียบที่ไม่เอื้ออำนวยอาจเป็นเหตุผลแต่ไม่น่าจะสำคัญเท่าเรื่องของแรงงาน และในประเทศเพื่อนบ้านก็คล้ายกับเมืองไทยถ้ามีการตอบแทนผู้มีอำนาจอย่างถูกคนถูกเวลาก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทีเดียว ถูกกว่าการลงทุนเพื่อค่าแรงเพื่อนมนุษย์

ในเชียงใหม่ มีนักลงทุนเจ้าใหญ่ที่สุดกว้านซื้อที่ดินในเมืองจะหมดอยู่แล้ว ชี้ไปตรงไหนชาวบ้านก็บอกว่าที่ของนาย... น่าเศร้ามากที่ยังไม่มีอะไรออกมาเพื่อป้องกันปัญหานี้

ทำนองเดียวกันทุนจีน และนักท่องเที่ยวจีนกำลังโจมตี บางทีแปลกใจ เห็นชาวจีนครอบครัวพ่อแม่ลูกเดินออกมาจากหมู่บ้านราคาแพงอย่างมีความสุข ถ้าเข้าใจไม่ผิดชาวต่างชาติเป็นซื้อคอนโดได้ แต่ซื้อบ้านและที่ดินไม่ได้ ก็คงเป็นการใช้นอมินี