เรียน อ.จีระ หงส์ลดารมณ์
วันที่ 14 มีค.59 ช่วงบ่าย
ท่านผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ผวก.กฟผ.) นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ได้ให้ความรู้ในเรื่องประสบการณ์ของผู้นำ กฟผ. ในการแสวงหาโอกาส บริหารวิกฤติ/ความเสี่ยงและการตัดสินใจ
ท่านผู้ว่าการฯ ได้ให้แนวคิดในการปฏิบัติ คือ ต้องสร้างนิสัยในการเรียนรู้ รู้จักวิเคราะห์เหตุการณ์ที่ผ่านมา ต้องมองให้กว้าง ท่านได้เล่าประสบการณ์การบริหารเหตุการณ์วิกฤติ การตัดสินใจ การแสวงหาโอกาสในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ผวก.กฟผ. ได้แก่
-เหตุการณ์เดินครื่องโรงไฟฟ้าเขื่อนศรีนครินทร์ จนทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณท้ายน้ำ โดยเหตุการณ์นี้ได้รับความพึงพอใจจาก ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจาก กฟผ. ได้เข้าไปดูแล ช่วยเหลือเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อน อย่างทันทีทันใด โดยไม่ชักช้า
-เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 ท่านได้บริหารจัดการตั้ง WAR ROOM โดย คณะผู้บริหารระดับสูง ผู้เกี่ยวข้อง ประชุมทุกวันในช่วงเกิดเหตุการณ์ เพื่อดูแล บริหารจัดการ ตัดสินใจ
ด้านการผลิต ต้องประเมินว่า โรงไฟฟ้าใดมีโอกาสเกิดน้ำท่วม ต้องหาโรงไฟฟ้ามา reserve เพื่อไม่ให้ไฟฟ้าดับ และตัดสินใจให้หยุดเดินเครื่องรวมทั้งถอดอุปกรณ์ที่ประเมินแล้วว่าจะถูกน้ำท่วมเสียหาย รวมทั้งทำทำนบกันน้ำท่วมโรงไฟฟ้า
ด้านระบบส่งไฟฟ้า จำเป็นต้องจ่ายไฟฟ้า จึงได้ตัดสินใจยกระดับอุปกรณ์ให้สูงขึ้น
ด้านบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ต้องประเมินตลอดเวลาน้ำไหลเข้าเท่าไหร่ ติดตามพายุ
ประสานกับส่วนราชการ และรัฐบาล การให้ข้อมูลสื่อมวลชน
ด้านการช่วยเหลือชาวบ้าน บริเวณรอบ กฟผ. ถุงยังชีพ อาหาร รถรับ-ส่ง รวมทั้งการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบใน จ.พิษณุโลก และจ.นครสวรรค์
-เหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่ภาคใต้ ต้องเร่งดำเนินการหาแหล่งจ่ายไฟกู้คืนระบบโดยเร็ว แถลงข่าวเน้นข้อมูลอะไร จะส่งให้สื่อไหน
โดยสรุปสิ่งที่ต้องดำเนินการเมื่อเผชิญเหตุการณ์ คือ ต้องมีสติ, ตั้งศูนย์บัญชาการภาวะวิกฤติ ,ประเมินความเสี่ยง , การสื่อสาร , การผลิตและจ่ายไฟฟ้า ต้องไม่เกิดไฟฟ้าดับ , การให้ความช่วยเหลือประชาชน และสิ่งที่จำเป็นคือ ต้องมีเครือข่ายที่เป็นพันธมิตร ผู้ที่จะให้ความช่วยเหลือ,ข้อมูลที่สื่อให้ประชาชน ต้องถูกต้อง โปร่งใส
การบริหารหลีกเลี่ยงภาวะวิกฤติ
-ต้องบริหาร วิเคราะห์ประเมินความเสี่ยง จัดทำ action plan กรณีวิกฤติ
-ต้องทำ CSR in process
-การสื่อสารเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดวิกฤติ
การวิเคราะห์เพื่อจะไม่เกิดวิกฤติ ที่ได้ดำเนินการ ด้านบุคลากร กฟผ.มีการวิเคราะห์พบว่าจะเกิดการขาดแคลนในอนาคต จึงได้ให้ อทบ. ดำเนินการจัดทำแผนการรับคนเข้ามาทดแทน โดยแบ่งรับทุกปี เพื่อไม่ให้เป็นปลาวาฬ
ความเสี่ยงด้านมวลชน ได้ดำเนินการด้าน CSR ใช้วิธีสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจ กับชุมชน ดีกว่าการใช้เงิน ต้องเดินให้ถูกทาง เข้าถึงใจชาวบ้านให้ได้
การสร้างโอกาส จะต้องมีองค์ความรู้ที่กว้างขวาง, ทัศนคติที่ดี ,ประเมินความเสี่ยง,การตัดสินใจ,ข้อมูล,
เลือกในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ, การคาดการณ์อนาคต, การแสวงหาพันธมิตร , การสื่อสารข้อมูล, การเลือกจังหวะเวลา
การแสวงหาโอกาสจากวิกฤติ เช่น การส่ง รฟ. ไปช่วยประเทศญึ่ปุ่น ,การช่วยเหลือน้ำท่วมที่โคราช
สำหรับการบริหารความเสี่ยงผมขออนุญาตแบ่งปันสิ่งที่ได้รับความรู้มาในช่วงที่อบรมหลักสูตร EGRPสรุปได้ดังนี้
ทุกองค์กรมีความเสี่ยงที่จะทำให้ภารกิจไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ หน่วยงานต้องมีการประเมินความเสี่ยง ทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กร และนำมาวิเคราะห์ เพื่อดำเนินการจัดทำแผนการแก้ไขก่อนที่จะเกิดปัญหา หรือลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร
องค์กรที่มีการจัดการความเสี่ยงที่ดี จะใช้ต้นทุนในการแก้ไขปัญหาน้อย
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอน คือ ความเสี่ยง จะทำให้เกิดความเสียหาย
โอกาส หากไม่ดำเนินการจะทำให้เสียโอกาส
ความเสี่ยงแบ่งออกเป็น 4 ประเภท
- ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ เช่น การแข่งขันทางธุรกิจ ,การเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก
- ความเสี่ยงด้านการดำเนินการ เช่น ความเสียหายจากอุบัติเหตุ,การขาดแคลนบุคลากร
- ความเสี่ยงด้านการเงิน เช่น ต้นทุนการผลิต, การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
- ความเสี่ยงด้านกฎหมาย กฎระเบียบ เช่น การปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย , มีการฝ่าฝืนระเบียบในหน่วยงาน
การบริหารความเสี่ยง มี 6 ขั้นตอน ดังนี้
1.กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กร
2. ค้นหาปัจจัยเสี่ยง
3. ประเมินความเสี่ยง
4. การตอบสนองความเสี่ยง (การหลีกเลี่ยง,การถ่ายโอน,การลด,การยอมรับและควบคุม)
5. การจัดทำแผนหรือกิจกรรมควบคุมความเสี่ยง
6.การติดตามผลและการรายงานเป็นระยะๆ
ทุกคนมีความเสี่ยงตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรหรือแม้แต่ใช้ชีวิตประจำวัน จากการที่ได้รับความรู้เรื่องการบริหารความเสี่ยง ทำให้เรามีความตระหนักว่าในชีวิตของเราเองมีความเสี่ยงอะไรบ้างและจะมีวิธีจัดการกับความเสี่ยงนั้นอย่างไร เพื่อกำจัดความเสี่ยงให้อยู่ระดับที่ยอมรับได้หรือลดโอกาสที่จะเกิด
กฟผ. ทุกหน่วยงานได้มีการดำเนินการบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน ตามกฎหมายกำหนด จากที่สังเกตความเสี่ยงที่มีอยู่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือกำจัดออกไปได้ จึงเป็นความเสี่ยงที่ต้องควบคุมไม่ให้เกิดความเสียหายที่รุนแรง โดยเฉพาะ ความเสี่ยงด้านมวลชน
การจะทำธุรกิจต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงในตลาดและต้องมีการประเมินความเสี่ยงรองรับ และปรับตัวเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับการทำงานใน กฟผ. เราเองต้องปรับตัวเองให้ทันต่อเทคโนโลยี และเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา