เสวนา: พลังแห่งคุณธรรม จริยธรรม:The Ethical Power
- คุณงามความดีในความทรงจำ..4 คนไทยต้นแบบแห่งคุณธรรม จริยธรรม
- พลังแห่งคุณธรรม จริยธรรม : พลังของประเทศไทยและบทเรียนของผู้นำและผู้นำทางการเมือง
โดย ท่านผู้หญิง วิวรรณ เศรษฐบุตร
ศ. คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี
รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
รศ.สุขุม นวลสุกุล
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดย.. อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล
อาจารย์สุภวัส วรมาลี
อาจารย์สุภวัส วรมาลี กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้มาร่วมงานสัมมนาครั้งนี้
ในเรื่องคุณธรรม จริยธรรมนั้น มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศและ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์เห็นความสำคัญมาโดยตลอด อันที่จริงแล้วทางมูลนิธิฯตั้งใจว่าจะทำหนังสือเล่มนี้เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 80 ปีสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปีที่แล้ว เนื่องจากข้อมูลที่ได้มีปริมาณมาก การประมวลผลและรวบรวมเป็นหนังสือเล่มนี้จึงใช้เวลาเกินกำหนดไว้ จึงได้มาเปิดตัวกันในปีที่ 81 ของสถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คำถามแรก อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าทั้ง 4 ท่านที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้นั้นเป็นบุคคลผู้ทรงคุณค่าของประเทศไทย หลายๆคนเป็นบุคคลสำคัญของโลก และเป็นบุคคลที่ชาวธรรมศาสตร์ภาคภูมิใจ ทำไมจึงเลือกบุคคลทั้ง 4 ท่านมาอยู่ในหนังสือเล่มนี้
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ตอบว่า ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์เคยเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ความภูมิใจของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ก็คือ บุคคลทั้ง 4 ท่านก็ได้ทำคุณประโยชน์ นอกจากมีความสามารถแล้ว ความมีคุณธรรม จริยธรรมสำคัญมาก แม้ว่าคนรุ่นหลังจะลืมเสด็จในกรม ท่านปรีดี ท่านสัญญา แต่ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ไม่ลืมท่านเพราะใกล้ชิดกับอาจารย์ป๋วยและอาจารย์สัญญามาก ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์มาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เพราะบิดาและอาจารย์ป๋วยเป็นเพื่อนรักกัน แม้ว่าไม่ได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่เวลามาที่นี่ก็ได้รับเกียรติอย่างสูงในการทำงานเต็มที่ เพราะฉะนั้นก็จะไม่ลืมบุญคุณข้อนี้ ทุกวันนี้ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ยังช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง สร้างทุนมนุษย์ในหลายๆจุด นอกจากทั้ง 4 ท่านแล้ว อิทธิพลของท่านเหล่านั้นเป็นแรงบันดาลใจของศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เวลากล่าวถึงมหาวิทยาลัย ก็จะเน้นคนที่อยู่ถาวร ซึ่งเป็นความภูมิใจ สามารถทำเป็นหนังสือ นี่เป็นจุดหักเห เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ท่านว.วชิรเมธีก็บอกว่าจะมาร่วมทำหนังสือด้วย ท่านว.วชิรเมธีรู้จักทั้ง 4 ท่านดีมาก ท่านว.วชิรเมธีเป็นพระรุ่นใหม่แต่เข้าใจเรื่องธรรมศาสตร์มาก เพราะฉะนั้นจึงเป็นแรงบันดาลใจในการทำหนังสือเล่มนี้ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์มาถึงวันนี้ได้เพราะเคยทำงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ 4 สมัยติดต่อกัน แต่เมื่อศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ออกไปแล้ว คนก็ยังนึกถึงอยู่ ทั้ง 4 ท่านได้ปูพื้นฐานเปรียบเสมือนแบรนด์ของมหาวิทยาลัย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์มีความภูมิใจมาก
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล กล่าวว่าผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านคงเห็นแล้วว่า เป็นความชาญฉลาดประการหนึ่งของการคิดหนังสือเล่มนี้ที่เล่าเรื่องคุณธรรมจริยธรรมผ่านผู้นำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 4 ท่าน เพราะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผ่านประวัติศาสตร์มายาวนานมาก จากผู้นำทั้ง 4 ท่านจะเห็นว่า เป็นผู้นำที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่ท่านผู้ประศาสน์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คือ ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ซึ่งเป็นสามัญชน ท่านวรรณเป็นเชื้อพระวงศ์ที่เคยเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัย อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมลรู้สึกภาคภูมิใจแทนคณะทำงานที่ได้มีโอกาสมาพบพระธิดาของพลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ หรือพระองค์วรรณ ท่านทรงมีบทบาทด้านการต่างประเทศมาก สมัยที่พระองค์ท่านยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ จึงอยากจะกราบเรียนถามท่านผู้หญิงวิวรรณในฐานะที่เป็นพระธิดา ในแง่คุณธรรมว่าท่านประทับใจเกี่ยวกับพระบิดาอย่างไรบ้าง
ท่านผู้หญิง วิวรรณ เศรษฐบุตร พระธิดาของ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มางานเปิดตัวหนังสือครั้งนี้ อันที่จริงแล้วได้เคยมามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อ 50 ปีที่แล้ว คือเคยตามเสด็จพระบิดามา เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งอธิการบดีเป็นระยะเวลา 6 ปี เมื่อครั้นทรงมีพระชนมายุ 80 พรรษา พระพลานามัยไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่ไม่อยากจะลาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แพทย์ต้องทูลขอให้ทรงสละงานทุกอย่างเพื่อสุขภาพ ท่านจึงตรัสว่า “ถึงตัวท่านต้องลาไปจากธรรมศาสตร์ แต่ใจของท่านอยู่กับธรรมศาสตร์ตลอดไป” ในชีวิต มีความประทับใจพระบิดาคือทรงเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรม จริยธรรมทั้งในครอบครัวและกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ท่านได้เคยทรงงานมา ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการต่างประเทศ ทรงเป็นนักหนังสือพิมพ์และนักประชาธิปไตย ท่านทำหนังสือพิมพ์ประชาชาติ เพราะทรงเล็งเห็นว่าควรจะได้มีบทบาทแสดงให้เห็นความยุติธรรมในสังคมคืออะไร ท่านได้เขียนบทความหน้า 5 โดยสอดแทรกคุณธรรมในฐานะนักข่าว กล่าวถึงงานในหน้าที่การทูตแต่แทรกความมีคุณธรรมในคอลัมน์ตลอดมา ท่านมีความสุภาพอ่อนโยน อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ถือพระองค์ ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะทรงงาน ณ ที่ใด ท่านทรงได้เป็นประธานสมัชชาสหประชาชาติ โดยที่เป็นคนไทยคนเดียวที่ได้รับเลือกเป็นเอกฉันท์ และจนบัดนี้ก็ยังไม่มีคนไทยคนไหนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสำคัญเช่นนั้นในสหประชาชาติอีก ในขณะที่ท่านทรงเป็นประธาน มีการถกเถียงกันเรื่องการรบและอาวุธ หัวหน้าคณะผู้แทนของสหภาพโซเวียต คือมิสเตอร์วิเชียนสกี้กำลังถกปัญหานี้อย่างเคร่งเครียด มิสเตอร์วิเชียนสกี้เห็นท่านยิ้ม จึงเข้าใจว่าท่านเห็นด้วยกับข้อเสนอของเขา ท่านจึงทรงตอบว่า ท่านยิ้มอยู่เสมอ ไม่ใช่ว่าเห็นด้วย นี่บทบาทหนึ่งที่เป็นคุณลักษณะของท่าน “You cannot interpret my smile because I always smile.” ตอนที่ท่านทรงดำรงตำแหน่งอธิการบดี ศ. คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรีเริ่มทำงานเป็นอาจารย์แล้ว ท่านทรงดูเกรงขามแต่มีพระเมตตาสูง พยายามไกล่เกลี่ยขณะที่มีความขัดแย้งไม่ว่าจะเป็นงานที่กระทรวงการต่างประเทศ สหประชาชาติหรือแม้กระทั่งที่ธรรมศาสตร์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 50 ปีที่แล้ว มีความเสรีในตนมาก ท่านทรงสอนว่า ท่านรักนักศึกษาและเข้าใจ เพราะท่านเห็นว่า เมื่อมาเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความคิดเห็น ความคิดเห็นที่ต่างกันนั้นขอให้เป็นความคิดเห็นด้วยความสันติและความสุขุม ท่านสนทนากับนักศึกษาอย่างเป็นกันเอง แต่สอนให้รักสันติ ความคิดต่างไม่เป็นไร เคยที่มีความขัดแย้งระหว่างคณะ ท่านจึงทรงเตือน 2 คณะให้ใจเย็น ท่านสนับสนุนการที่มีความคิดเห็นกันแต่ขออย่าให้ถึงขึ้นมีเหตุการณ์รุนแรง นักศึกษาฟังท่านแล้วเลิกรากันไป ท่านทรงเป็นคนเรียบง่าย สมถะ เป็นนักวิชาการ ท่านอบรมสั่งสอนครอบครัวให้อยู่กับความพอเพียง ท่านใฝ่ในการเรียน ท่านโปรดทรงพระอักษรเป็นที่สุด อ่านและเขียนหนังสือ และบัญญัติศัพท์ ท่านได้ทรงบัญญัติศัพท์ไว้เป็นจำนวนมากทั้งศัพท์ธรรมดาและศัพท์วิชาการ เดือนสิงหาคมพ.ศ. 2559 ถ้าท่านทรงมีพระชนม์ชีพอยู่จะทรงมีพระชนมายุครบ 125 พรรษา ท่านผู้หญิง วิวรรณจึงทำหนังสือศัพท์ที่ท่านได้ทรงบัญญัติไว้ทุกสาขาไว้เป็นที่ระลึกในโอกาสดังกล่าว ท่านทรงเคร่งครัดในพระพุทธศาสนา สอนครอบครัวและนักศึกษาให้ยึดหลักธรรมของพระพุทธเจ้าในการดำเนินชีวิต ท่านได้ทรงบำเพ็ญกุศลสร้างศาลาวรรณ-สุพิณ ที่ วัดธาตุทอง ท่านทรงเป็นองค์ประธานสร้างวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ทรงเป็นองค์ประธานสร้างวัดไทยที่ประเทศศรีลังกา ท่านได้ทูลเกล้าถวายองค์สภานายิกาสภากาชาดไทยในการสร้างตึกนราธิปพงศ์ประพันธ์-สุพิณ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รักษาคนไข้ฝ่ายรังสีวิทยา สำหรับคนไข้สามัญทั่วไป ซึ่งเวลานี้รับคนไข้อย่างน้อยปีละ 10,000 คน คติธรรมที่ท่านทรงกล่าวไว้ตลอดพระชนม์ชีพที่เป็นแนวทางส่งเสริมพลังคุณธรรม จริยธรรมและมีความหมายยิ่งสำหรับสังคมในปัจจุบันนี้ คือ การดำเนินชีวิตโดยวิชาการอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ต้องอาศัยหลักศีลธรรม จรรยามาประกอบด้วย หากขาดความยั้งคิด หรือนำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบมิควร ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นอันตรายต่อสังคม
อาจารย์สุภวัส วรมาลี กล่าวว่า ด้วยความที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงมีความภูมิใจอยู่แล้ว วันนี้ได้ฟัง ก็ยิ่งภูมิใจมากกว่าเดิม ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล แม้ในปัจจุบันนี้ คำพูดของท่านเหล่านั้นยังคงทันสมัย
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล กล่าวว่า จากการที่ได้ฟัง ท่านผู้หญิง วิวรรณ จะเห็นได้ว่า วิสัยทัศน์ของผู้นำแม้จะเป็นในอดีต ก็สามารถนำมาใช้ในปัจจุบันได้ สามารถนำความสง่างามของประเทศไทยไปใช้บนเวทีโลกโดยที่ใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตน อ่อนโยน มีเสน่ห์ ทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากต่างๆมาได้
อาจารย์สุภวัส วรมาลี กล่าวว่า ท่านผู้หญิง วิวรรณได้กล่าวถึงศ.คุณหญิงนงเยาว์หลายครั้งซึ่งได้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ต่างๆ ขอเรียนถามว่า บุคคลทั้ง 4 ท่านมีบทบาทสำคัญอย่างไรในมุมมองของคุณหญิง
ศ. คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี กล่าวว่าวันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาพบกัน คณะวิทยากรได้เคยพบกันเมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว หนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนคิดในใจว่าโลกหรือบ้านเราในปัจจุบันนี้ วุ่นวายสับสนมาก ไม่รู้อะไร ดี ถูก ผิด สิ่งที่เรามองว่าเป็นความไม่ดีอย่างยิ่งในสมัยก่อน กลายเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นสำหรับคนสมัยนี้ โลกเปลี่ยนไปแล้ว เราจะฝืนไม่ได้ สังคมเราสมัยนี้มีความเจริญค่อนข้างมากขึ้น แต่คุณธรรม จริยธรรมตกต่ำลง ทั้งสื่อต่างๆและสัมมนาก็กล่าวถึงคุณธรรมจริยธรรม แต่ก็ไม่ได้ทำให้จริยธรรมดีขึ้น มีข่าวฆ่ากัน ไม่มีข่าวดีสำหรับประเทศไทยเลย เรามักใช้ชีวิตไปตามความเจริญของประเทศ หนังสือของพระอาจารย์ อารยะ วังโส วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย์ ได้ให้คำตอบว่า ประเทศเจริญแล้วแต่ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมตกต่ำลง เราต้องหันมาดูว่าจะแก้ไขอย่างไรให้อยู่ได้ในสังคมปัจจุบัน อย่าไปเปลี่ยนสังคม ต้องไปกับสังคม แต่มีหลักเกณฑ์ พระอาจารย์ อารยะ วังโสกล่าวว่า มนุษย์ในปัจจุบันเป็นมนุษย์เผ่าพันธุ์ใหม่
ด้วยอำนาจการปรุงแต่งที่ผิดธรรมชาติทางสายพันธุ์เทคโนโลยี มีจำนวนน้อยที่เป็นแบบนี้แล้วไปอยู่ป่า แต่ไม่ได้เป็นตัวขับเคลื่อนสังคมประเทศชาติ ผู้ที่ผลักดันสังคมคือพวกเราที่จะต้องช่วยกัน
มนุษย์เผ่าพันธุ์ใหม่มีลักษณะดุจดัง
เข้าใจความจริง แต่ไม่ยอมรับความจริง
พูดคุยดุจมีศรัทธา แต่แท้จริงไม่มีศรัทธา
กล่าวพรรณนาคุณของศีลอย่างรู้ค่า แต่เป็นผู้ทุศีล
กล่าวพรรณนาธรรมดุจพหูสูตร แต่ไม่เคยสดับตรับฟังสิ่งใด
เป็นผู้มีความตระหนี่ แต่พูดจาสร้างภาพ ดุจเป็นผู้มีจาคะ
กระทำตนพูดคุยดุจบัณฑิต แท้จริงเป็นคนพาลอับปัญญา
ลักษณะบุคคลแบบนี้มีมากในสังคม สถาบันทรัพยากรมนุษย์จำเป็นต้องล้างสมองพวกนี้ให้หมด ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คนเราต้องเจอตลอดเวลา ควร "ฟังสักครึ่งหู เก็บไว้สักหูครึ่ง" ไม่ใช่ฟังหู ไว้หู อย่างแต่ก่อน คือฟังให้รู้ แต่อย่าเชื่อ ต้องนำมาคิดและวิเคราะห์ จะทำให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมปัจจุบันได้ ควรตรวจสอบตนเองตามแนวกรรมบถ 10 ถ้าตนเองเป็นคนดี และทุกคนเป็นคนดี ก็จะสามารถช่วยสังคมได้
กรรมบถ 10 ทางกายมี 3 คือ
1.ไม่ฆ่าสัตว์
2.ไม่ลักทรัพย์
3.ไม่ประพฤติผิดในกาม
ทางวาจามี 4 คือ
1.ไม่พูดปด
2.ไม่พูดคำหยาบ
3.ไม่พูดส่อเสียดยุยงให้เขาแตกร้าวกัน ไม่นินทา
4.ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล
ทางใจมี 3 คือ
1.ไม่คิดอยากได้ทรัพย์สมบัติของบุคคลอื่น โดยไม่ชอบธรรม
2.ไม่จองล้างจองพลาญใคร คือ ไม่พยาบาท
3. มีความเห็นถูกคือ สัมมาทิฏฐิ มีความเห็นตรงตามที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่คัดค้าน
หนังสือพลังแห่งคุณธรรม จริยธรรมมีความรู้มากมาย เป็นเรื่องที่คุณหญิงนงเยาว์สนับสนุน ที่มีการสอนวิชาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วิชาบุคลากร มันล้าสมัยเพราะความคิดของคนเปลี่ยน หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ความคิดก้าวหน้าอยู่ในสังคมก็ได้ พูดกับคนอื่นรู้เรื่อง
ตอนที่เป็นนักศึกษา ยังไม่รู้อะไร เรียนเพื่อสอบเอาปริญญา ไม่ได้คิดถึงส่วนรวม รู้แต่ว่าไม่ทำบาป รู้แต่ความรู้ที่ครูสอน พอเข้ามาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ได้รู้ว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่เหมือนกับที่อื่น ไม่เหมือนโลกที่เคยรู้จัก เป็นโลกที่คิดถีงประเทศชาติ ไม่จำเป็นต้องอยู่ธรรมศาสตร์ แต่อยู่ที่ไหนก็ตามก็ต้องมีอุดมการณ์ ถ้าไม่มีอุดมการณ์ ก็ไม่ใช่คน เช่น อย่าทำตัวเป็นมารสังคม ทำทุกอย่างไม่มีผลกระทบต่อส่วนรวมที่ทำให้ส่วนรวมเสียหาย ในฐานะที่เป็นนักศึกษา ปัญญาชน ก็ต้องรู้จักวิเคราะห์ก่อนที่จะทำอะไร นี่คือสิ่งที่ได้จากธรรมศาสตร์ สมัยนั้นเป็นสมัย 5 อธิการบดีคือพระองค์วรรณ จอมพลป. พิบูลย์สงครามจอมพลถนอม อาจารย์สัญญา แต่จอมพลสองท่านก็ดีต่อธรรมศาสตร์มาก จากยุคอาจารย์สัญญา ก็มายุคอาจารย์ป๋วย เป็นโชคดีที่ได้อยู่ในสมัยของท่านเหล่านี้ ทำให้เห็นสิ่งที่ดีและไม่ดีในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์ป๋วยกล่าวว่า ถ้านำภาษีประชาชนมาใช้ ก็ต้องรับใช้ประชาชน นี่เป็นอุดมการณ์ของเรา จึงยึดถือเป็นหลักว่า จะทำอะไร ให้ยึดถือประชาชน ได้รับอุดมการณ์จากอาจารย์สัญญามาก ท่านมีคุณธรรม เมตตา สิ่งที่ได้รับจากอาจารย์สัญญาคือความกตัญญูรู้บุญคุณ และความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ อาจารย์ปรีดีมีบุญคุณมากต่อธรรมศาสตร์ เป็นผู้เปลี่ยนแปลงแนวคิดมาก เป็นผู้มีความคิดก้าวหน้า อาจารย์ปรีดีกล่าวว่า มหาวิทยาลัยนี้อุปมาประดุจบ่อน้ำบำบัดความกระหายของราษฏร ผู้สมัครแสวงหาความรู้อันเป็นสิทธิและโอกาสที่ควรมีควรได้ตามหลักเสรีภาพของการศึกษา คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับ สมัยนั้น การศึกษายังด้อยกว่านี้มาก ท่านเปิดโลกและเปิดโอกาสให้ อาจารย์ปรีดีจึงถือเป็นบุคคลต้นแบบสำหรับคุณหญิงนงเยาว์ คุณหญิงนงเยาว์ กลัวพระองค์วรรณมาก สมัยที่ท่านเป็นอธิการบดี ตอนนั้นคุณหญิงนงเยาว์ แล้วเริ่มเป็นอาจารย์ตอนเรียนจบปริญญาโทใหม่ๆ วันหนึ่งก็ต้องไปหาท่าน จึงกังวลเรื่องราชาศัพท์ แต่ก็ปรึกษาครู หาหนังสืออ่าน และขอให้อาจารย์ผู้ใหญ่พูด พระองค์วรรณทรงช่วยไกล่เกลี่ยนักศึกษาตีกัน ท่านทรงมีเมตตามาก นักศึกษาที่เรียนกับคุณหญิงนงเยาว์ไปร้องเรียนต่อท่านวรรณว่า คุณหญิงนงเยาว์ให้ทำงานมากจนไม่มีเวลาทำกิจกรรม ตอนนั้นคุณหญิงนงเยาว์คิดจะลาออก เมื่อท่านวรรณทรงเรียกพบ แต่ท่านไม่เรียกไปพบ ท่านเป็นครูที่สมบูรณ์แบบ ถ้าอยู่ในสังคม ควรทำตัวแบบนี้เป็นคนดีจริงจะได้เป็นพลังต่อสังคมจริง ไม่ต้องให้คนอื่นทำ
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล กล่าวว่า สำหรับคุณธรรม จริยธรรมข้อกตัญญู ศ. คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ได้กล่าวไว้ ในฐานะที่อาจารย์พิชญ์ภูรีได้ใกล้ชิดศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ท่านกล่าวถึงศ. คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรีเสมอ คือท่านได้เปิดโอกาสให้ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ได้ทำงาน สิ่งที่คุณหญิงนงเยาว์ได้กล่าวถึงมีประเด็นที่น่าสนใจคือ สังคมเปลี่ยนไปแล้วตามโลก จะฝืนไม่ได้ ท่านมองทุกอย่างจากสายตาผู้ทรงคุณวุฒิที่มีสายตากว้างไกล ขอเรียนถาม รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ว่าคุณธรรม จริยธรรมสำคัญต่อสังคมไทยและสังคมโลกหรือไม่อย่างไร
รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ กล่าวว่า อะไรคือพลังแห่งคุณธรรม จริยธรรม จากการอ่านหนังสือเรื่อง Homo sapiens คำว่า Homo sapiens แปลว่าสัตว์ประเสริฐ ส่วนอีกแนวทางหนึ่งที่ได้อ่านคือปรัชญาอริสโตเติล และเซนต์ออกัสติน รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ได้เคยตั้งคำถามว่า ทำไมประเทศทั่วโลกมีปัญหาทั้งนั้น บางประเทศอาจจะมีปัญหาน้อย Homo sapiens ให้คำตอบว่า มนุษย์มาจากสัตว์ เพราะฉะนั้นมนุษย์มี DNA ตรงกับสัตว์ประมาณ 98% กว่า มนุษย์แยกจากสัตว์ประมาณ 2 แสนปี เพราะฉะนั้นมนุษย์จึงมีสองด้าน คือ ความเป็นสัตว์และอีกด้านหนึ่งคือประเสริฐ 1% ของ DNA ของมนุษย์ที่ต่างจากสัตว์ทำให้เกิด Perceived Reality มนุษย์รับรู้ความจริงคือ เห็นด้วยตา และผ่านสมองเข้ามา แต่สัตว์ไม่มี Perceived Reality มนุษย์แบ่งเป็น 2 พันธุ์ คือ พันธุ์ที่ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งถือเป็นปัญหามาก เป็นมนุษย์ที่คล้ายสัตว์คือมองจากมุมแคบหรือมองจากมุมตนเอง สัตว์มักจะมองจากลูก จะไม่มีวันมองจากมุมผู้อื่นเลย มนุษย์เป็น Perceived Reality คำว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐมี 2 ความหมาย
1.มนุษย์ประเสริฐเพราะหาความรู้ตลอดเวลา นักศึกษาที่ดีต้องได้รับการสอนให้หาความรู้ตลอดเวลา และควรได้รับการสอนวิธีคิด Perceived Reality ให้หาความรู้ตลอดชั่วนิรันดร์ พวกนี้จะไม่รังแกคนเพราะมีความสุขกับการหาความรู้
2.อริสโตเติลกล่าวว่า จริยธรรมคือ พฤติกรรมที่ดี คุณธรรมคือธรรมชาติที่ดี อริสโตเติลได้แยกให้เห็นว่ามนุษย์ที่ประเสริฐคือผู้ที่มองจริยธรรมจากมุมของผู้อื่น จึงกลายมาเป็นคำพูดของเซนต์ออกัสติน 2 ประโยค “จงทำคนอื่นในสิ่งที่อยากให้คนอื่นทำกับเรา จงหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆกับผู้อื่นในสิ่งที่ไม่อยากให้ผู้อื่นทำกับเรา” จริยธรรมในความหมายนี้จึงชัดมาก มนุษย์ที่ประเสริฐจะรักลูกเมีย เพราะรู้ว่าจงทำคนอื่นในสิ่งที่อยากให้คนอื่นทำกับเรา มนุษย์จะไปสู่ความประเสริฐได้ต้องละอัตตา (Ego) ส่วนในเรื่องคุณธรรม อริสโตเติลเรียกว่า Virtue นำไปสู่จริยธรรม คุณธรรมคือความพอดี มีความกล้าที่อยู่ความบ้าระห่ำกับความขี้ขลาด คุณธรรมตรงกับคุณสมบัติ 3 ประการคือ
1. ใฝ่หาความรู้ชั่วนิรันดร์ (ปัญญา)
2. มองคนอื่นไม่ได้มองจากมุมตัวเราเอง (อัตตา)
3. มีความกล้า / พอดี ไม่บ้าระห่ำ และไม่ปอดแหก (คุณธรรม)
อธิการบดีทั้ง 4 ท่าน มีคุณสมบัติทั้ง 3 ประการ คือ
1.เป็นผู้ใฝ่หาความรู้
อาจารย์ป๋วยเป็นคนจีน ยากจนมาก ท่านเรียนกลางคืนจนจบกฎหมาย แล้วได้ทุนไปเรียนต่อ หลังจากเรียนจบ ก็หาความรู้ตลอดชีวิต
ดร.ปรีดีมาจากอยุธยา เรียน เรียนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังไม่พอ ก็ไปต่อเศรษฐศาสตร์
พระองค์วรรณใฝ่รู้อย่างจริงจัง เรียนจบที่อังกฤษแล้วไปเรียนต่อฝรั่งเศส เป็นนักอักษรศาสตร์ นักประวัติศาสตร์ นักกฎหมาย นักรัฐศาสตร์
ท่านสัญญาเรียนจบที่เมืองไทยแล้วไปเรียนต่อต่างประเทศเพราะฉะนั้น คุณสมบัติหลังจากที่ทั้ง 4 ท่านกลับมา ก็หาความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด คนเหล่านี้จะไม่รังแกคนเพราะมีความสุขกับความรู้
2. เรื่องอัตตา
ทั้ง 4 ท่านไม่มีอัตตา ยอมเสียสละเพื่อทำให้สังคมมีความสุข
พระองค์วรรณรับใช้ประเทศชาติ เสียสละมาก สิ่งที่ประทับใจมากคือความพอดี แต่ต้องมีหลักธรรม เช่น ท่านบอกว่า “Do not interpret smile! Thais always smile.” ท่านไปทำข้อตกลงกับฝรั่งเศส ใช้ความนิ่มนวลกับหลักการทำให้ไทยได้เส้นแบ่งเขต
อาจารย์ป๋วยมีหลักการ แม้จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ขอให้เป็นรัฐมนตรี ก็ไม่ยอมรับตำแหน่ง
3.ความกล้า
ทั้ง 4 ท่านมีความกล้า
อาจารย์ป๋วยต้องรับ 4 คณะในช่วงวิกฤติ
ท่านวรรณต้องมีความกล้าในการเจรจา
อาจารย์สัญญาเข้ามาในช่วงวิกฤติ
ท่านปรีดีได้แสดงความกล้าหลายครั้ง
หนังสือเล่มนี้สะท้อนพลังของคุณธรรม คุณธรรมจริยธรรม สามารถอธิบายได้เป็นรูปธรรมจากประวัติทั้ง 4 ท่าน
อาจารย์สุภวัส วรมาลี กล่าวว่า เราได้เรียนรู้เรื่องราวของคุณธรรม จริยธรรม ผ่านบทบาทของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์อย่างนี้ จะขอกลับมาสู่ปัจจุบันบ้าง มุมมองอาจารย์สุขุมในการติดตามข่าวสารและในฐานะนักรัฐศาสตร์ บทเรียนที่ได้รับคืออะไร
รศ.สุขุม นวลสกุล กล่าวว่า ได้เคยมีโอกาสเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ช่วงพ.ศ. 2506-2507 ไม่มีคำว่า ปรีดี พนมยงค์ ไม่มีรูปในหนังสือต่างๆของธรรมศาสตร์ เมื่อศึกษาประวัติท่าน จะรู้ว่าท่านต้องเหน็ดเหนื่อยในการกล้าทำสิ่งที่ล้ำสมัย บางทีคนในสังคมสมัยนั้นมองว่าสร้างความเสียหายให้แก่สังคม รศ.สุขุมได้เคยมีโอกาสรู้จักดร.ป๋วยสมัยตอนที่เรียนที่คณะรัฐศาสตร์ ตอนนั้น ดร.ป๋วยเป็นคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ รศ.สุขุมประทับใจท่านที่รับ 2 ตำแหน่งคือ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตอนนั้นกฎหมายกำหนดให้รับตำแหน่งเดียว แต่ท่านเลือกรับเงินเดือนคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ซึ่งเงินเดือนน้อยกว่าผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รศ.สุขุมก็เคยได้มีโอกาสรับ 2-3 ตำแหน่ง เช่น อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ อธิการบดี แต่รับเงินเดือนครึ่งเดียว ในการจะดูว่าใครโกงหรือไม่ ต้องดูตอนมีโอกาส ดร.ป๋วยได้พิสูจน์แล้วว่า ท่านมีโอกาสแต่ท่านไม่ทำ รศ.สุขุมได้อยู่ในช่วงที่พระองค์วรรณเป็นอธิการบดี รู้สึกภูมิใจที่อธิการบดีมีภาพลักษณ์เป็นวิชาการ ตอนนั้นมีวิกฤตินักศึกษาตีกัน ต้องเปิดหอประชุมใหญ่ ต้องให้จอมพลถนอม นายกสภามหาวิทยาลัยสมัยนั้นมาพูด และพานักศึกษาต้นเรื่องไปพบ อาจารย์สัญญาเป็นอธิการบดีในช่วงที่มีเหตุการณ์ 14 ตุลา (ในปีพ.ศ. 2516) ครู อาจารย์ควรไปอ่านจดหมายเปิดผนึกที่อาจารย์สัญญาเขียนถึงนักศึกษาธรรมศาสตร์ไว้ เป็นจดหมายที่สะท้อนวิญญาณครูอาจารย์ชัดเจน ทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่า คุณธรรม จริยธรรมเป็นพลังอยู่แล้ว ครั้งหนึ่งคุณธรรม จริยธรรมเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนเล่นการเมือง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรีได้นาน เพราะท่านนิ่งและไม่โกง มีนักการเมืองรุ่นหลังพยายามสร้างภาพลักษณ์ของตนเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม พอมีคนดีมากๆเข้า คนดีก็น่าเบื่อ จึงเกิดคนเก่ง คนก็นำจุดไม่ดีมาโจมตี จึงเกิดคำกล่าวว่า โกงไม่เป็นไร แต่ขอให้เก่ง คนดีจะต้องมีความเร้าใจ ไม่น่าเบื่อ ควรมีความสามรถในการใช้พลังคุณธรรม จริยธรรม ไม่ใช่เรียกร้องคุณธรรม
อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล กล่าวว่า เห็นสอดคล้องกับรศ.สุขุมว่า คุณธรรม จริยธรรม เป็นสิ่งจริงแท้ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ต้องสอดรับกับสังคมไทยและสังคมโลก ท่านว.วชิรเมธีก็ได้กล่าวกับศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ไว้ว่า เครื่องมือถ่ายทอดคุณธรรม จริยธรรมสู่คนรุ่นใหม่ ต้องเปลี่ยนไปตามความเปลี่ยนแปลงของโลก ต้องมีการถอดบทเรียนกรณีศึกษาคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งก็เป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้ได้รับเกียรติจากพลเอกเปรม ติณสูลานนท์เขียนคำนิยมให้ อธิการบดีทั้ง 4 ท่าน เป็นต้นแบบที่คนรุ่นเก่าเข้าใจ แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เข้าใจ เมื่อท่านว.วชิรเมธีร่วมเขียนด้วยก็ทำให้มีแรงบันดาลใจ ขอขอบคุณทุกท่าน ท่านผู้หญิงวิวรรณเป็นบุคคลที่ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์เคารพรัก อาจารย์นงเยาว์ให้โอกาสมากในการทำงานที่ธรรมศาสตร์ อาจารย์สมชายเป็นเพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันมาที่ธรรมศาสตร์ อาจารย์สุขุมรักธรรมศาสตร์มาก คุณพิชญ์ภูรีก็ทำงานร่วมกับดร.จีระอยู่ คุณสุภวัสเป็นลูกศิษย์ที่ได้ประสานให้ร่วมงานกับท่านว.วชิรเมธี ถ้าหนังสือเล่มนี้มีประโยชน์ จะทำหน้าที่ต่อไป การมีคุณธรรม จริยธรรมน่าเบื่อ ใส่เข้าไปในสมองคนแล้วไม่เกิดพลังขึ้นมา จะพยายามทำให้หนังสือเล่มนี้มีคุณค่าต่อไป