สรุปบทเรียนวันที่ 30 กันยายน 2558

- Cructial conversation ในมุมมองของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อ.พิชญ์ภูรี

เรื่องเล็ก ๆจากการสนทนา ถ้าได้รับการฝึกฝน และมีการปรับตัวก็จะกระเด้งไปสู่เรื่องใหญ่

การสื่อสารมีหลายวิธี เป็นแบบทางการ และไม่เป็นทางการ รวมถึงท่าทางการพูดและฟัง (verbal) คือการใช้น้ำเสียง การสื่อสารที่ดีบางครั้งบางจังหวะ คือไม่สื่อสาร คือรู้จังหวะและกาลเทศะ (Rhythm and Speed) การสื่อสารต้องรู้จักควบคุมอารมณ์อย่างให้หลุด ให้ใช้ 5 K's คือ Emotional Intelligence

การสื่อสารที่ดีต้องใช้ 2 I's คือ Inspiration (สร้างแรงบันดาลใจ) และ Imagination (สร้างจินตนาการ)

ปัญหาเรื่้อรังที่มักเกิดขึ้นจากการสนทนา คือ การไม่คุยกัน

กล้าหาญแต่ไม่มี skill อาจตายได้ ต้องฝึก skill ในการพูด พูดอย่างไรให้ save

กล้าหาญไม่พอ ต้องฉลาดในการพูดด้วย


สรุปบทเรียนวันที่ 1 ตุลาคม 2558

-กิจกรรมรักษ์ใจ รักษ์กาย โดย ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม

สิ่งที่ทำให้คนยุคนี้เครียดที่สุด เพราะต้องดิ้นรนอยากได้ในสิ่งเหล่านี้

1. มั่งมีเงินทอง (wealthy) ไม่เคยหยุดต้องคอยหาเพิ่ม(กลัดกลุ้ม รุ่มร้อน)

2. มีชื่อเสียงและคนรู้จัก (famous) ไม่เคยหยุดต้องสร้างภาพ (อิจฉาตาร้อน)

3. ได้เลื่อนยศ ตำแหน่งสูง (Prestige) ไม่เคยหยุดต้องดิ้นรน (หวั่นไหว คอยระแวง)

4. อำนาจ มีอภิสิทธิ์ (power) ไม่เคยหยุดต้องเอาชนะ (แก่งแย่ง ก้าวร้าว)

5. สวย หล่อ มีเสน่ห์ทางเพศ (sexy) ไม่เคยหยุดไปทำศัลยกรรม ไสยศาสตร์ (หวาดกลัว ย้ำคิด ย้ำทำ)

กุญแจสำคัญในการบริหารความเครียด คือ การรู้จักปรับอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมการกระทำของตนเองให้สมดุลกัน รวมทั้งการสมดุลกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว


สรุปบทเรียนวันที่ 2 ตุลาคม 2558

- วัฒนธรรมองค์กร การบริหารการเปลี่ยนแปลง / ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์

สิ่งที่หยุดเราไม่ให้เราเปิดใจ กั้กๆ ไว้ ประนีประนอม ขาดการสื่อสารแบบเปิดใจคุยกัน ซึ่งการสื่อสารแลกเปลี่ยนมีความสำคัญมาก มาจาก

-ความเกรงใจ (Kreng Jai)

-หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง Conflict Avoidace

- รักษาหน้า (Face Saving)

เราใช้สัดส่วนในการเรียนรู้จากงาน 70% เรียนรู้จากคนอื่น 20% และ เรียนรู้จากห้องเรียน 10%

เวลาเกิดปัญหา เราใช้เวลาในการไปหาคนผิดมากกว่า ทั้งๆที่รู้ว่าใครทำ

วัฒนธรรมองค์กร คือ จิตวิญญาณ ความเชี่ื่อ ค่านิยม และวิธีที่คนในองค์กรแสดงออกมา

ทั้งหมดมีผลกระทบต่อ brand ขององค์กร

หน้าที่ของหัวหน้างาน ต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง โค๊ท ลูกน้อง (จากการสนทนา การโค้ท คุยกัน)

จะมีการให้ข้อมูลไปข้างหน้า ไม่ใช้ feedback ซึ่งจะถอยหลัง ถ้าเปิดใจคุยกันจะเกิดการ learning เกิดการ sharing และแลกเปลี่ยน เกิดจากรายบุคคลจนกลายเป็นทีม และเกิดการเรียนรู้ หัวหน้างานต้องออกแบบการสนทนาได้ ต้องเปิดโอกาสให้ลูกน้องพูด


สรุปบทเรียนวันที่ 3 ตุลาคม 2558

ทฤษฎีกระเด้ง..จากห้องเรียนผู้นำ รุ่น 2 และรุ่น 3 สู่ก้าวอนาคตแบบ 3 V

เป็นการสร้างบรรยากาศพูดคุยระหว่างรุ่นพี่ และรุ่นน้อง มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การนำสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ไปปรับใช้ในการทำงาน และชีวิตประจำวัน โดยการใช้หลักการแนวคิด 3 V นำมาปรับใช้ เพื่อการพัฒนาคณะแพทย์ของเราต่อไป