สรุปโดยทีมงานวิชาการ Chira Academy
นำเสนองานกลุ่ม : สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการศึกษาดูงานและแนวทางการปรับใช้ให้เกิดคุณค่าที่คณะแพทยศาสตร์ ม.อ.
วันที่ 17 กันยายน 2558
เกริ่นนำ โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้กล่าวถึงการไปศึกษาดูงานในแต่ละที่นั้นว่ามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้แบบ Chira way เนื่องจากในแต่ละที่เคยมีบุคลากรที่ได้เรียนกับ ดร.จีระ กันมาแล้ว ซึ่งการฝึกตามแนว ดร.จีระ ที่แนะนำคือ C-U-V คือหมายถึง ไม่ใช่แค่ Copy เท่านั้นแต่ต้อง Understand และนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย
ดร.จีระ ได้กล่าวถึงความไม่เหมือนกันคือความสำเร็จ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกันจึง สามารถก่อให้เกิดคุณค่าจากความหลากหลาย หรือเรียกว่าเป็น Value Diversity เป็นคุณค่าที่จับต้องไม่ได้ อย่าง ดร.จีระ มองในมุมของ Happiness Capital แต่คนอื่นอาจเรียกว่า Happiness at work เป็นต้น
ดังนั้นในการนำเสนองานกลุ่มเช้านี้ จึงอยากให้เกิดการปะทะกันทางปัญญา คือเมื่อเสนออะไรแล้วให้แสดงความเห็น หรือที่เรียกว่าเป็นลักษณะการเรียนรู้แบบ 4 L’s ได้แก่
- Learning Methodology คือ กระตุ้นให้คิด
- Learning Environment คือ มีบรรยากาศการเรียนที่ดี เช่นดอกไม้สด
- Learning Opportunities คือ มีโอกาสในการปะทะกันทางปัญญาและสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ดร.จีระ พูด 1,2,3,…, คนอื่นต้องพูด 4,5,6,… ทุกคนต้องเปิดทัศนคติ และเปิดใจให้กว้าง ถ้าโลกเปลี่ยน เราก็เปลี่ยน Moment ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะค่อย ๆ เกิด ไม่เกิดโดยทันทีและบางครั้งอาจเกิดโดยไม่รู้ตัว ให้ลองไปศึกษาดูว่า Moment ไหนที่ทำให้เราเกิดพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลง
- Learning Communities คือการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
กลุ่มที่ 1 สรุปการดูงานบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)
Brand
การบินไทยมุ่งเน้นคือการสร้าง Brand ใช้หลัก 3 D ของ Walt Disney คือ Dare Dream Do กล้าฝัน และกล้าทำ
และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเฉดสีจากเดิมม่วงแดง เปลี่ยนเป็นม่วงน้ำเงินเพื่อความทันสมัย
คณะแพทยศาสตร์ มอ. เป็นสัญลักษณ์พระราชทาน
สัญลักษณ์
การบินไทย เป็นดอกกล้วยไม้
คณะแพทยศาสตร์ มอ. การเปลี่ยนรูปลักษณ์อาจทำได้ในลักษณะเฉดสี เช่นใช้สีของดอกศรีตรัง
การรักษาภาพลักษณ์
การบินไทย เน้นเรื่อง Good News มีการส่งต่อภาพลักษณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทำอย่างไรให้เกิดความรู้สึกที่ดี ในการสร้างภาพลักษณ์การบินไทย เน้นการส่งเสริมสังคม สิ่งแวดล้อมและให้คนภายนอกรับทราบ
CSR – การช่วยเหลือสังคม ส่งเสริมสนับสนุนสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น นำเด็กจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปเที่ยว
เรื่อง Bad News - “ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียตังค์”การบินไทยจะมีวิธีการที่ทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด
การดูแลลูกค้า มีการดูแลเมื่อเกิดผลกระทบทางด้านวิกฤติ มีการส่งกลับ ยกเว้นค่าธรรมเนียมเป็นต้น
คณะแพทยศาสตร์ มีความรู้สึกของการเป็นลูกพระบิดา จึงมองที่ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
การกำหนดวิสัยทัศน์
การบินไทย เน้นเรื่อง คน เน้นการซึมลึก มีวิสัยทัศน์ คือ The First choice Carier with touches of Thai เป็นสายการบินที่ลูกค้าเลือกเป็นอันดับแรก ให้บริการดีเลิศด้วยเสน่ห์ความเป็นไทย คือเลือกบินโดยเสน่ห์หา
คณะแพทยศาสตร์ เป็นคณะแพทยศาสตร์ชั้นเลิศ ระดับนานาชาติ เพื่อสังคมไทย ประเด็นจึงอยู่ที่เรื่องการสร้างความเข้าใจในทุกระดับ
การสื่อสาร
การบินไทย ดูแลข่าวสารทุกด้าน ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ Social Media เน้นเรื่องภายนอกและภายในต้องเท่าเทียมกันเสมอ และพนักงานต้องทราบข่าวอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ รวมถึงในตัวผู้ลงทุนด้วย เน้นการส่งข้อมูลที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการบินไทย การทำงานเน้นการเชื่อมโยงกันระหว่าง Branding&Marketing ตลอดเวลา เน้นการส่งข้อมูลที่ไม่ก่อให้เกิดความสูญเสีย
คณะแพทย์ศาสตร์ สื่อตามสายบังคับบัญชา และติดป้ายตามคณะต่าง ๆ
Marketing
การบินไทยเน้นเรื่องภาพลักษณ์ที่ดี High touch World Class Thai touch เน้น Personality เป็นดอกกล้วยไม้ ลายไทย ผ้าไทย ความเป็นไทย เน้นเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ยั่งยืน
คณะแพทย์ศาสตร์ เน้นเรื่อง TQCSM (Team Quality Customer Safety Moral) เป็นค่านิยมหลัก 5 ประการ ที่คณะแพทยศาสตร์มุ่งเน้น ไม่มีการตลาดเนื่องจากเป็นหน่วยงานของรัฐ
การจัดการภาวะวิกฤติ
การบินไทย เมื่อเกิดเหตุจะมีการประสานงานอย่างใกล้ชิด รายงานตรงต่อกรรมการผู้จัดการใหญ่และทำงานร่วมกัน มีการสื่อสารต่อประชาสัมพันธ์องค์กร เขียนข่าวเป็น core masses sent to การบริหารจัดการเรื่องการบินตามตาราง รวมถึงดูแลพนักงานที่ต้องทำงาน เช่นกรณีน้ำท่วมใหญ่
คณะแพทยศาสตร์ มีการจัดทำแผนรองรับ โดยกำหนดแนวทางการปฏิบัติอย่างชัดเจน แผนในทุกเรื่อง มีการประสานงานใกล้เคียงการบินไทย แต่มีความแตกต่างคือเป็นหน่วยตั้งรับให้บริการภายนอก เป็นที่พึ่งพิงของภายนอก จัดสถานที่และอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
แผนการดำเนินงาน 4 ขั้นตอน
การบินไทย กับ คณะแพทยศาสตร์ มีความใกล้เคียงกัน
- Reduction :
- Readiness :
- Reaction :
- Recovery :
การบินไทย มีการคาดการณ์ จัดเตรียมขั้นตอนวิธีการเพื่อลดผลกระทบ
คณะแพทยศาสตร์ มีการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนจากภายในองค์กร รวมทั้งโอกาสและอุปสรรคซึ่งส่งผลกระทบจากภายนอก (SWOT Analysis) ทุก 5 ปี และนำมาทบทวนทุกปี
การบินไทย การจัดทำตามแผนที่ได้กำหนดไว้ หากมีผลกระทบ
คณะแพทยศาสตร์ มีการวางแผนการดำเนินการและซ้อมแผนในทุกปี
การบินไทย การควบคุม การตอบสนองต่อภาวะวิกฤต
คณะแพทยศาสตร์ การประสานงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร การสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายเพื่อผลกระทบ
การบินไทย กู้สถานการณ์เมื่อเกิดเหตุการณ์ / การใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์
คณะแพทยศาสตร์ การปรับปรุงแผนจัดการให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
ตัวอย่าง : การแก้ปัญหาในช่วงเวลาวิกฤต
การบินไทย มีการเตรียมแผนอุบัติเหตุ อุบัติการณ์ทุกรูปแบบ
คณะแพทยศาสตร์ มีการจัดทำแผนรองรับและทบทวน อาทิ ไฟไหม้ น้ำท่วม อุบัติเหตุหมู่ ขู่วางระเบิด โรคอุบัติใหม่ ถูกร้องเรียน
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้กล่าวว่าสิ่งที่การบินไทยเน้นย้ำคือเรื่องการสร้าง Branding และ Crisis ทำให้เรียนรู้ถึงวิธีการในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และการที่จะแข่งขันกับสายการบินอื่น ๆ การบินไทยจึงจำเป็นต้องสร้าง Branding ให้ดี
การที่คณะแพทยศาสตร์ เน้น โปรโมททางด้าน TQCSM นั้นดีมาก และคณะแพทยศาสตร์ควรให้ความสำคัญที่ต้องเรียนรู้ด้านการจัดการ Crisis ให้ดี เช่น กรณีภาคใต้
กลุ่มที่ 2 สรุปผลการศึกษาดูงานที่ กฟผ.
สิ่งที่คาดหวังว่าจะได้รับจาการศึกษาดูงานที่ กฟผ. คือ การได้สัมผัสบรรยากาศและสภาพแวดล้อมของการเรียนรู้การทำงานที่ดี ศึกษาโครงสร้างการทำงานและบริหารทีมงาน เรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีและสามารถนำมาปรับใช้งานต่อไป
สิ่งที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน
- องค์กรและสภาพแวดล้อมของ กฟผ. มีโครงสร้างที่มีสายบังคับบัญชาชัดเจน มีการมอบหมายอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบให้แก่บุคลากรอย่างเหมาะสม กำหนดนโยบาย ข้อบังคับ ระเบียบปฏิบัติครอบคลุมการปฏิบัติงานทุกด้าน มีนโยบายและระเบียบเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างชัดเจน ยึดถือปฏิบัติ สนับสนุนส่งเสริมให้มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบงานบัญชีและการเงิน รวมถึงระบบงานเพื่อการบริหารอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ
- การบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัย มีการกำหนดนโยบายบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการทั่วทั้งองค์กร โดยมีการจัดการอย่างเป็นระบบและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จัดให้มีคณะกรรมการ บริหารความเสี่ยง ทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงในภาพรวม กำหนดโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ กำหนดนโยบายและการดำเนินงานเพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงทั้งหมดที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งในระดับองค์กร ระดับสายงาน และระดับฝ่าย มีจัดทำคู่มือการบริหารความเสี่ยงเพื่อใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงาน
2.การควบคุมปฏิบัติงาน กำหนดให้มีการแบ่งแยกหน้าที่งานเพื่อก่อให้เกิดระบบการควบคุมระหว่างกัน กำหนดข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง และแนวทางปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ มีการควบคุมระบบสารสนเทศที่เหมาะสม และ มีการตรวจสอบงานโดยผู้บริหารระดับต่าง ๆ รวมทั้งการตรวจสอบการปฏิบัติงานโดยผู้ตรวจสอบภายใน
3.ระบบสารสนเทศและการสื่อสาร จัดระบบข้อมูลที่สำคัญสำหรับคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างเพียงพอและทันเวลา ทั้งข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลด้านอื่น ๆ มีการสื่อสารข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึง ติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานภายนอกองค์กรเพื่อรับข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และมีการกำหนดระเบียบ วินัย ให้บุคลากรทุกคนยึดถือปฏิบัติ โดยทำการสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับรับทราบ ยึดมั่นในการปฏบัติด้วยความซื่อสัตย์ และมีจริยธรรม
4.ระบบการติดตาม มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน และประเมินประสิทธิผลของการควบคุมภายในโดยหัวหน้าหน่วยงานระดับต่าง ๆ ในระหว่างการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ มีการติดตามประเมินผลปีละ 1 ครั้ง โดยการประเมินตนเองของหน่วยงาน มีการตรวจสอบและประเมินผลโดยฝ่ายคณะกรรมการตรวจสอบภายใน มีหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบที่ชัดเจนเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
สรุปที่เน้นคือ กฟผ. มุ่งเน้นการพัฒนาด้านคนและทุนมนุษย์ ดังความเชื่อที่ว่า “คนเป็นทรัพยากรมีค่ามากที่สุดขององค์กร” ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่ขับเคลื่อนให้ กฟผ.เติบโตไปอย่างยั่งยืนเพราะคนเป็นตัวจักรสำคัญนอกเหนือจากระบบ
การใช้ประโยชน์เหมือนความรู้นอกห้องที่ได้มาฟังบรรยาย แล้วนำมาปรับใช้ให้ดียิ่งขึ้น การศึกษาดูงานจึงเป็นเหมือนการศึกษาและเติมเต็มให้ดียิ่งขึ้น
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้กล่าวว่าถ้าเทียบกฟผ.กับ การบินไทย การวิเคราะห์กฟผ. ต้องดูให้ดีเนื่องจากที่กฟผ. เป็น Structure ใหญ่ ถ้าพูดให้คนทั่วไปฟังจะมีคนชื่นชมเขา แต่ถ้าพูดให้ กฟผ.ฟังเองอาจมีสิทธิ์โดนโจมตีได้ ข้อเสียของ กฟผ.คือเป็น Engineeringที่ผลิตไฟฟ้าแต่ในอนาคตอาจไม่ได้ผลิตไฟฟ้า สิ่งสำคัญในอนาคตคือต้องเตรียมรองรับคนให้พร้อมการเปลี่ยนแปลง อย่างเช่นการสร้างโรงไฟฟ้าที่กระบี่ ชาวบ้านไม่ยอม สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือ กฟผ.มีวิศวะกว่า 2,000 คน ซึ่งถือเป็นองค์กรที่แข็งมาก ดังนั้นการจะขับเคลื่อนองค์กรไปได้อย่างไร กฟผ.ต้องใช้ปัญญา
ทำไมคณะแพทยศาสตร์ เอาคนระดับกลางมาเรียน จริงๆ แล้ว ความสามารถของคนถ้านาน ๆ ไปจะเท่ากัน ทำไมเราถึงไม่พัฒนาตัวเองขึ้นมา เราต้องทำให้คนกระเด้งขึ้นมา เพราะศักยภาพคนมีมหาศาล
กฟผ. เป็น Silo Base มาก และวันนึงเขาต้องจัดการกับนักการเมือง NGOs และ Financeให้ได้ จึงอยากให้เขาพัฒนาและปรับตัวทางด้านนี้
HR กับ Non-HR ถ้าไม่ไปด้วยกันจะไปสู่ความเป็นเลิศได้อย่างไร ทำอย่างไรให้คนมีคุณภาพ มี Outcome จัดการกับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ และทำให้สำเร็จ เราต้องเรียนรู้การจัดการในบริบทเขาว่าเขาสามารถจัดการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ เช่น วิศวะ2,000 คน เก่งสร้างโรงไฟฟ้า แต่ปัจจุบันไม่ให้สร้างไฟฟ้าจะทำอย่างไร ต่างกับคณะแพทยศาสตร์ ที่อุปสรรคที่เจอเป็นอุปสรรคภายในคือความไม่เข้าใจ ที่คณะแพทยศาสตร์เป็นอย่างเดิมดีอยู่แล้วแต่ที่ต้องทำเพิ่มคือต้องให้สังคม ยอมรับด้วย
กลุ่มที่ 3 การศึกษาดูงานที่ TCC Land
ก่อนอื่นคือ TCC Group เริ่มจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีเครือข่ายธุรกิจต่าง ๆ โครงการเอเชียทีคส์ เดอะรีเวอร์ฟร้อนท์ เกิดมาภายใต้แนวคิด Festival Market and Living museum ที่แต่เดิม TCC Land มีที่ดินอยู่ แต่คิดว่าจะทำอะไรต่อไป ซึ่งถ้าทำแบบเดิมอย่างที่เคยทำธุรกิจอยู่แล้ว หรือจะทำเป็นห้างสรรพสินค้าคงคิดว่าไม่น่าจะได้ เพราะคงไม่สามารถแข่งขันได้ จึงคิดสร้างจุดเด่นผ่านการศึกษาข้อมูลบริเวณนี้ สู่การจัดทำโครงการ เอเชียทีค รีเวอร์ฟร้อนท์ โดยแบ่งเป็นโซน ๆ
- ย่านโรงงาน (Factory District)
- ย่านริมน้ำ มีร้านอาหารนานาชาติ และลานกิจกรรม พาโนรามาวิว
- ย่านเจริญกรุง ขายของที่ระลึก ของตกแต่งที่ไม่เหมือนที่อื่น
- ย่านกลางเมือง เป็นร้านอาหารนานาชาติ และมีลานกลางแจ้งที่สามารถจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้
ประเภทลูกค้า ได้แก่กรุ๊ปทัวร์ ครอบครัว Gen Y
Core Value
TCC Land เป็นลักษณะ Public Caring มีการทำ CSR กับชุมชน เคยมีปัญหาตอนแรกคือชุมชนเดินทางไม่สะดวก รถติด มีการปรับชุมชนตรงนั้นให้มีร้านค้า และการประกอบธุรกิจเสริม ในการให้มาเที่ยว มีท่าเรือในการไปรับไปส่ง
ทางด้านคณะแพทยศาสตร์ ควรเน้นเรื่องการพัฒนาคน ชุมชน และการทำ CSR ให้มากขึ้น อาจนำแนวคิดจาก TCC Land มาปรับใช้
ประเด็นการเรียนรู้ที่นำมาปรับใช้กับคณะแพทยศาสตร์
- ต้องศึกษาเอกลักษณ์หรือจุดเด่นที่มี และเริ่มโปรโมท
- การทำ CSR กับชุมชน
- ดึง Partners เข้ามาช่วยหรือมีส่วนร่วม
- การสร้างเครือข่าย
- มีช่องทางในการเข้าถึงการบริการ อย่างเอเชียทีค มีรถรับส่ง มีท่าเรือรับส่ง แต่ คณะแพทยศาสตร์ ต้องปรับให้เข้าถึงได้ง่ายกว่านี้
- การให้สวัสดิการ อย่าง TCC Privilege card และการพัฒนาคน มีเรื่องการบริหารจัดการและให้ความรู้ในการทำธุรกิจ มีการหา Packaging ดีๆ
- Create new benchmark
- ดึง Partners ที่มีศักยภาพเข้ามามีส่วนร่วม
- CSR คืนสู่สังคม ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
- ร้านค้าบริการ / จำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ราคาถูก
- ระบบการขนส่ง ระหว่างอาคารจอดรถกับโรงพยาบาล
- การใช้สื่อประชาสัมพันธ์โครงการ
การปรับใช้กับ Sritrang complex
- ดึง Partners ที่มีศักยภาพเข้ามีส่วนร่วม
- ถือประโยชน์ส่วนตน เป็นกิจที่สอง ประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
- ร้านค้าบริการ
- การประชาสัมพันธ์โครงการ
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ กล่าวเสริมว่า เจ้าของของ TCC Land ทำธุรกิจเบียร์ช้าง แล้วกระจายไปสู่ธุรกิจ Real Estate การกระจายไปสู่ชุมชนเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ สังเกตได้จากห้องที่ต้อนรับตอนศึกษาดูงาน ยังไม่สามารถรองรับได้เพียงพอ ต้องมี Business Motive มากขึ้น สิ่งที่ได้จาก TCC Land คือ Creativity & Innovation ซึ่งจะกระเด้งไปสู่ Value Creation , Value Diversity ได้อย่างไร ถ้าจะเอาประโยชน์ของ TCC Land มาสู่คณะที่ใช้ประโยชน์ จะต้องรู้จัก 2 R’s ก่อน เช่นยังเป็นข้าราชการอยู่ แต่ทำเรื่อง ศรีตรังคอมเพล็กซ์ได้หรือไม่ เราต้องยอมรับว่าเราต้องมีความคิดสร้างสรรค์ หรือ Innovation หรือไม่ HR ไม่ได้ปลูกและเก็บเกี่ยวเท่านั้น แต่จะจัดการเอาชนะอุปสรรคและทำให้สำเร็จได้หรือไม่
สิ่งที่ได้จาก TCC Land คือ เป็นองค์กรธุรกิจที่มีเงินมหาศาล มีที่ดินมหาศาล การนำเสนอ จึงต้อง Comment เยอะ ๆ ต้องยอมรับว่าถ้าจะไปทาง Real Estate ต้องดู Constrain ให้ดี
กลุ่มที่ 4 โครงการอัมพวา-ชัยพัฒนานุรักษ์
ตั้งอยู่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นโครงการในพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพฯ โดยการใช้ที่ดินของคุณประยงค์ นาคะวะรังค์ ซึ่งเป็นผู้น้อมเกล้าถวาย มาดำเนินการเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชาวชุมชนอัมพวา
วัตถุประสงค์
1. พัฒนา และอนุรักษ์วัฒนธรรมวิถีชีวิต รวมถึงสืบสานภูมิปัญญาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของชุมชนอัมพวา
2. ช่วยสร้างรายได้และส่งเสริมอาชีพให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน
3. นำการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาถ่ายทอดความรู้ให้กับคนทั่วไป
4. เป็นการร่วมมือกันพัฒนาทั้งทางภาครัฐและเอกชน
โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์
จัดสรรพื้นที่ออกเป็น 5 ส่วน คือ
- พื้นที่สวนชัยพัฒนานุรักษ์ เป็นสวนผลไม้ดั้งเดิม ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตท้องถิ่นของอัมพวาในด้านการเกษตร
- ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ เป็นลานเอนกประสงค์สำหรับจัดกิจกรรมและส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น ช่วยสร้างรายได้ และการมีส่วนร่วมของชุมชน
- ร้านค้าชุมชนของโครงการฯ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ภัทรพัฒน์ของมูลนิธิชัยพัฒนา
- ร้านชานชาลา ร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม และอาหารว่าง
5.ห้องนิทรรศการชัยพัฒนานุรักษ์ เป็นแหล่งเรียนรู้และประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมของชุมชน
จุดเด่น
- การมีส่วนร่วมระหว่างสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาและชาวอัมพวา
- คำนึงถึงความเหมาะสม และสอดคล้องกับวิถีชีวิต
- นำหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริของพระบามทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ “ภูมิสังคม ”และ “เศรษฐกิจพอเพียง ” เพื่อให้อยู่ได้อย่าง* เข้มแข็ง *เรียบง่าย *ยั่งยืน *มีความสุข **ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของสังคม **
- อนุรักษ์วิถีชีวิตของชาวอัมพวา
- พัฒนาและฟื้นฟู
แนวคิดที่ได้รับจากการดูงาน
- เรื่องวิถีชีวิต
- การส่งเสริมการขาย
- เป้าหมาย คือ ความสงบ ความสมดุล คือ เป้าหมาย
- การอนุรักษ์วัฒนธรรมและส่งเสริมอาชีพให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของ
คนในชุมชน
- การถ่ายทอดภูมิปัญญา
การนำมาประยุกต์ใช้ในคณะแพทยศาสตร์
- การเรียนรู้วัฒนธรรมในองค์กรและการจัดระบบงานให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต
ของคนในองค์กร
- KM
- การนำการท่องเที่ยวมาเป็นเครื่องมือพัฒนา และนำเสนอจุดเด่นเป็นจุดขาย
ขายในสิ่งที่เพื่อนไม่ขาย
- การคิดค้าขายแบบเพื่อนคู่ค้า
การนำมาประยุกต์ใช้ในคณะแพทยศาสตร์
- ค้นหาจุดเด่น ภายในองค์กร เพื่อนำเป็นจุดขาย
- การนำคู่แข่ง มาเป็นเครือข่าย
การนำมาประยุกต์ใช้ในคณะแพทยศาสตร์
ทำงานบนความสมดุลทำงานมีความสุข
ร่วมแสดงความคิดเห็น
สิ่งที่ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ฝากไว้คือ Value Diversity คือ ทำให้เกิดคุณค่าจากความหลากหลาย และธรรมชาติ ได้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนไทยที่เน้นไปที่ความสมดุลของชีวิต การเดินสายกลาง มีเหตุมีผล และความเสี่ยง และวัฒนธรรม
Cultural Capital ที่คณะแพทยศาสตร์มีที่น่าสนใจและภูมิใจคือ Quality
ปัจจุบันการวัดความสำเร็จ จาก Intangible คือการมีความสุข Engagement มี Positive Psychology จึงขอให้นำสิ่งที่เป็นประโยชน์ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะสิ่งที่เป็น Quality ไปแบ่งปันให้คนอื่นต่อไป
กลุ่มที่ 5 โลหะปราสาท วัดราชนัดดา และนิทรรศรัตนโกสินทร์
โลหะปราสาท มี 3 แห่งในโลกคือที่ประเทศอินเดีย ศรีลังกา และไทย ปัจจุบันเหลือที่เดียวคือที่ประเทศไทย
ยอดปราสาท บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีอาคาร 3 ชั้น สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้รับบูรณาในสมัยรัชกาลที่ 5
สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ
- รัชกาลที่ 3 ทรงแสดงความรักต่อพระราชนัดดา จึงได้สร้างโลหะปราสาทหลังนี้ขึ้นเป็นตัวแทน
- เป็นความพยายามในการสร้าง บูรณะ ศิลปะวัฒนะธรรม และคุณค่า ดูความมุ่งมั่น
นิทรรศรัตนโกสินทร์
เป็นแหล่งเรียนรู้รูปแบบใหม่อยู่ภายใต้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สามารถศึกษาคุณค่าแห่งยุคสมัยถ่ายทอดผ่านสื่อต่าง ๆ เส้นทางการเดินชม มี 2 เส้นทาง 9 ห้อง
อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชนในยุค รัตนโกสินทร์ ผ่านห้องจัดแสดงรวม 9 ห้องนิทรรศการ ประกอบด้วย
1. รัตนโกสินทร์เรืองโรจน์ (เหตุที่มาของการก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์)
2. เกียรติยศแผ่นดินสยาม (ความวิจิตรงดงามของพระบรมมหาราชวัง)
3. เรืองนามมหรสพศิลป์ (เพลิดเพลินไปกับศิลปะการแสดงแขนงต่างๆ)
4. ลือระบิลพระราชพิธี (ความหมายและความสำคัญของพระราชพิธี)
5. สง่าศรีสถาปัตยกรรม (เยี่ยมชมวัง วัด และบ้านในยุครัตนโกสินทร์)
6. ดื่มด่ำย่านชุมชน (ดื่มด่ำกับงานหัตถศิลป์รอบเกาะรัตนโกสินทร์)
7. เยี่ยมยลถิ่นกรุง (เที่ยวรอบกรุงรัตนโกสินทร์ผ่านการ์ตูนอนิเมชั่น)
8. เรื่องรุ่งวิถีไทย (สัมผัสวิถีชีวิตแบบไทย ผ่านพาหนะชนิดต่างๆ)
9. ดวงใจปวงประชา (ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์)
ตัวอย่างการจัดแสดงได้แก่ ส่วนกาแฟหลังวัง มีการให้ถ่ายแบบปกนิตยสาร แผ่นละ 20 บาท
มีร้านทำผม มีแผ่นเสียง ตู้เพลงแบบเก่า การแสดงไปรษณีย์ไทย ผู้เยี่ยมชมสามารถเลือกโปสการ์ดและหย่อน มีการแสดงบ้านทรงไทยแต่ละหลัง และสื่อถึงวัฒนธรรมไทยต่าง ๆ มีประเพณี คลอดลูก โกนจุก เผาศพ มีการฉายสื่อการตูน Animation ให้เห็น เป็นต้น
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเยี่ยมชม นิทรรศน์รัตนโกสินทร์
- การแสดงความเป็นมิตรต่อผู้มาเยือน (อัธยาศัยที่ดีของเจ้าหน้าที่ทุกคน) (เช่นเดียวกับ ด่านหน้าของ รพ.มอ.)
- Teamwork การทำงานที่รวดเร็ว เป็นมืออาชีพ
- เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ซาบซึ้งให้พระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย (เช่นเดียวกับที่เราภูมิใจที่เป็นบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์)
- มีของดีต้องรู้จักนำเสนอสิ่งดีนั้นออกมา ต้องเน้นการประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานต่าง ๆ รับทราบ
สรุป ไม่ได้เป็นแค่แหล่งเรียนรู้ แต่ทำให้รู้สึกในความโชคดี สำนึกรักในความเป็นไทย
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ดร.จีระ หงส์ดลารมภ์ เสริมว่า ประวัติศาสตร์ สำคัญมากในประเทศของเรา การมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ต้องยกย่องเขา อย่างเช่น ลาววัฒนธรรมถ้าแปลงเป็นเงิน เขารวยกว่าเรา เพราะเขายังคงอนุรักษ์ไว้อย่างดี ประเด็นคือประสบการณ์ที่นี่จะมาต่อยอดที่คณะแพทยศาสตร์อย่างไร ต้องมาต่อยอดมากขึ้น
อาจารย์ทำนอง ดาศรี เสริมว่า
กลุ่ม 1 เราต้องมี way อย่าง การบินไทย การทำ Branding ทำอย่างไรให้คนประทับใจ ทำอย่างไรให้อยู่ในใจ หมายถึงปกป้องได้ และต้องให้เห็นว่า มอ.อยู่รอดได้ ภาพลักษณ์ ทำอย่างให้ชื่อเสียงดำรงอยู่ต่อไป Marketing มี 2 ส่วน การบินไทยมีภายนอก แต่ มอ. มีเรื่องภายใน สินค้าดี ราคาดี ต้องจ่ายเงินสูง การสื่อสาร การประสานงาน มอ. เทียบกับการบินไทย การบริการ ที่มอ.มีอยู่เป็นอย่างไร
กลุ่ม 2 พบว่ามีความรู้มากมายที่เรียนรู้ได้
กลุ่ม 3 TCC Land คล้าย มอ.คือ World Class Destination ส่วน มอ.คือมองความเป็นเลิศ
TCC Land มีการทำ Vision ตาม Stakeholders เป็นองค์กรที่สามารถแสวงหากำไร อย่าง มอ. อยากให้เน้นเรื่อง คน Integrity คุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์ เรื่องความกตัญญู ความอดทน ความพยายาม ต้องมุ่งที่ความสำเร็จของงาน
กลุ่ม 4 อัมพวา ขายวัฒนธรรม ความสุข การทำอะไรอยู่บนพื้นฐานวัฒนธรรม สินค้าและบริการนั้นจะยั่งยืน ต้องไม่ทำลายคู่แข่ง แต่คู่แข่งจะหายไป เพราะเมื่อคิดทำลายจะมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า ทำอย่างไรให้ภูมิใจ เพราะเกิดจากความรู้สึกในสินค้านั้น เช่นภูมิใจที่อยู่ที่ มอ.
เรื่อง Teamwork เกิดขึ้นในการแบ่งงานชัดเจน แล้วไปใช้ในข้อ 2 ของ Toyota way คือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ก้าวหน้าเสมอ ให้คนเคารพซึ่งกันและกัน การมีน้ำใจ และการให้บริการลูกค้าด้วยความสุข
ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย เสริมว่า
กลุ่มที่ไป การบินไทยพูดถึง Mass Marketing ต้องพยายามรักษา Status ให้อยู่ในกรอบ ข้างบนจัดสรร ข้างล่างให้ต่อสู้กันเอง
กฟผ. มีหน้าที่ผลิตไฟฟ้า ไม่ใช่สร้างโรงไฟฟ้า มีความหยิ่งยโสแรง
เอเชียทีค พูดเรื่องการลงทุนเรื่องกำไรอย่างเดียว เพราะเป็นทุนที่เกิดจากน้ำเมาจึงต้องทำบุญเยอะ ๆ มองถึงอสังหาริมทรัพย์ และหากำไรจากการลงทุนเท่านั้น
อัมพวา เป็นลักษณะ Local cultural impact มีหลายที่เกิดขึ้นมา และก็พังหลายจุดเช่นคนที่สร้างตลาดน้ำขึ้นมาใหม่ ทุกคนแสวงหากำไรจากการสร้างวัฒนธรรมใหม่ แต่อัมพวาค่อนข้างชัดเจน
นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เป็น Propaganda ที่สร้างได้สมบูรณ์แบบพอสมควร
ทั้ง 5 กลุ่ม ได้แนวคิดว่ารักชาติ แต่อย่าหลงชาติ แบรนด์ของมอ. คือสงขลานครินทร์ มีเรื่องเล่า จึงสามารถนำมาสร้างเรื่องได้ เช่นการเกี่ยวข้องกับนราธิวาสราชนครินทร์ จะสร้างได้อย่างไร สมเด็จพระบิดา พระโอรส พระราชนัดดา ที่ดูแลด้านนี้ สามารถนำมาจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ร้อยเรียงเรื่องราวได้ สิ่งที่ได้จาก 5 แห่งคือความหลากหลาย ที่สามารถนำมาปรับใช้ในการทำศรีตรังคอมเพล็กซ์