เปรียบเทียบการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ในผู้ป่วย ชายที่คาสายสวนปัสสาวะโดยใช้ น้ำยาทำความสะอาดและ การทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์โดยใช้สบู่
หลักการและเหตุผลผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะและผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือเอง(ไม่ได้คาสายสวนปัสสาวะ)ถ้าไม่ได้รับการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์อย่างถูกต้องมีโอกาสเกิดการติดเชื้อในโรงพยาบาลระบบทางเดินปัสสาวะได้การใช้น้ำยาเซฟลอนทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ในผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะและผู้ป่วยที่ไม่ได้คาสายสวนปัสสาวะ(ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้) ที่ผ่านมาทำให้เกิดอาการปลายPenisแห้งผิวหนังลอกและอาการคันผู้ป่วยไม่สุขสบายนอกจากนี้ยังมีโอกาสเกิดการติดเชื้อจากความแข็งแรงของผิวหนังรอบๆอวัยวะสืบพันธ์ได้ลดลงในผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้การเตรียมญาติที่ดูแลผู้ป่วยขณะกลับไปอยู่บ้านโดยใช้น้ำนาที่เหมาะสมจะสามารถป้องกันอาการระคายเคืองที่เกิดจาการใช้น้ำยาเซฟลอนดังนั้นการใช้น้ำสบู่ที่ผู้ป่วยใช้อาบน้ำทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์นอกจากป้องกันการติดเชื้อในร่างกายยังทำให้ลดอาการเหล่านี้ได้<p>วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบการใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ในผู้ป่วยโดยการใช้น้ำยาทั้งสองชนิด</p>วิธีการศึกษา แบ่งกลุ่มผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ (ไม่ได้คาสายสวนปัสสาวะ ) และมีผู้ป่วยที่มีญาติช่วยดูแลอย่างต่อเนื่อง 10 คน กำหนดให้กลุ่มนี้ได้รับการทำความสะอาดโดยใช้น้ำสบู่ถูตัวทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ กับกลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้(ไม่ได้คาสายสวนปัสสาวะ) และใช้น้ำยาเซฟลอนทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ 10 คน , กลุ่มที่คาสายสวนปัสสาวะ(ได้รับการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์โดยใช้น้ำสบู่)10 คน , กลุ่มผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะที่ได้รับการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์โดยใช้น้ำยาทำความสะอาด10 คน ผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มได้รับการสอนและติดตามประเมินผลการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์อย่างเป็นระบบ เก็บข้อมูลในช่วงเดือน มีนาคม ถึง เดือน เมษายน 2550 ติดตามการปฏิบัติของญาติโดยใช้แบบบันทึกการปฏิบัติการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ในแต่ละวันโดยใช้น้ำสบู่ และชุดทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ความพึงพอใจของผู้ป่วยด้านความสะอาด ความสบายหลังการใช้น้ำยาทำความสะอาด ด้านตัวบุคคลที่ต้องการให้ทำความสะอาดให้ ทำวิเคราะห์ข้อมูล โดยการใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และอัตราการติดเชื้อครั้งต่อการใส่คาสายสวนปัสสาวะ 1000 วันนอนผลการศึกษา ญาติผู้ป่วยสามาถทำความสะอาดอวัยวะได้ถูกต้องทั้ง 4 กลุ่ม ด้านความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ผู้ป่วยทั้ง4 กลุ่มไม่มีความแตกต่างกันแต่กลุ่มผู้ป่วยที่ใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ปลาย penisจะแห้งและแสบร้อยละ 70 แต่กลุ่มที่ใช้น้ำสบู่ไม่พบปัญหาปลาย penis แห้ง และผู้ป่วยต้องการให้ญาติของตนเองทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์มากกว่าให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดให้ร้อยละ 90 นอกจากนี้ไม่พบการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะทั้งสองกลุ่ม สรุปผลการศึกษา ผู้ป่วยที่ใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ทั้งสองชนิดไม่พบการติดเชื้อทั้งสองกลุ่ม ปัจจุบันในโรงพยาบาลมีการใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำสบู่ในการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์แทนน้ำยาเซฟลอน จะช่วยป้องกันอาการระคายเคืองผิวหนัง ปลาย penis แห้งจากการใช้น้ำยาทำความสะอาด ซึ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแสบ บ่งบอกถึงความอ่อนแอของชั้นผิวที่ปกป้องการติดเชื้อตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจที่ให้ญาติทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ให้มากกว่าบุคลากร ซึ่งคนไทยยังอายบุคคลอื่น ดังนั้นการติดตามการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ซึ่งจะช่วยประเมินญาติในการช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้ เละยังเป็นการเตรียมผู้ป่วยเพื่อกลับไปดูแลที่บ้านอย่างมีคุณภาพ <p>เปรียบเทียบการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ในผู้ป่วยหญิงโดยใช้ น้ำยาทำความสะอาดและ การทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์โดยใช้สบู่
<hr><p> </p></p>
ผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือเองได้และที่ไม่ได้คาสายสวนปัสสาวะถ้าไม่ได้รับการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์อย่างถูกต้องมีโอกาสเกิดการติดเชื้อในโรงพยาบาลระบบทางเดินปัสสาวะได้การใช้น้ำยาเซฟลอนทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ที่ผ่านมาเป็นการทำความสะอาดโดยเจ้าหน้าที่และญาติที่ได้รับการสอนอย่างเป็นระบบแต่ยังเกิดปัญหาคือ</span></font></span></font>ผิวหนังรอบๆแคมใหญ่และแคมเล็กแดงจาการระคายเคืองผู้ป่วยเกิดความไม่สุขสบายและมีโอกาสติดเชื้อในโรงพยาบาลระบบทางเดินปัสสาวะจากผิวหนังบริเวณนี้อ่อนแอไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อตามธรรมชาติได้และการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ด้วยน้ำยามีโอกาสเกิดการระคายระคายเคืองได้นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมญาติที่ดูแลผู้ป่วยสำหรับกลับไปอยู่ที่บ้านดังนั้นการใช้น้ำสบู่ที่ผู้ป่วยใช้อาบน้ำทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์จะทำให้ลดอาการระคายเคืองและสามารถป้องกันการติดเชื้อได้เหล่านี้ได้<p>วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบการใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ในผู้ป่วยโดยการใช้น้ำยาทั้งสองชนิด</p>วิธีการศึกษา แบ่งกลุ่มผู้ป่วยรู้สึกตัวดีแต่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เป็นผู้ป่วยที่มีญาติช่วยดูแลอย่างต่อเนื่อง 15 คน กำหนดให้กลุ่มนี้ได้รับการทำความสะอาดโดยใช้น้ำสบู่ถูตัวทำความสะอาด อวัยวะสืบพันธ์เช้าเย็น และทุกครั้งที่ถ่าย กับกลุ่มผู้ป่วยหญิงที่มีญาติดูแลอย่างต่อเนื่องใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ เช้า เย็นและทุกครั้งที่ถ่าย โดยญาติทั้งสองกลุ่มจะได้รับการสอนและสาธิตและติดตามการปฏิบัติการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ทุกราย ในช่วงเดือน มีนาคม ถึง เดือน เมษายน 2550 โดยกำหนดให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ เช้าเย็นและทุกครั้งที่ถ่าย ประเมินผลโดยใช้แบบบันทึกการปฏิบัติการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ในแต่ละวันโดยใช้น้ำสบู่ และชุดทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ,ความพึงพอใจของผู้ป่วยด้านความสะอาด ความสบายหลังการใช้น้ำยาทำความสะอาด ด้านตัวบุคคลที่ต้องการให้ทำความสะอาดให้ ความพึงพอใจญาติในการทำความสะอาดผู้ป่วย ทำวิเคราะห์ข้อมูล โดยการใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และอัตราการติดเชื้อครั้งต่อการใส่คาสายสวนปัสสาวะ 1000 วันนอนผลการศึกษา ญาติสามารถปฎิบัติได้ถูกต้องทั้ง 2 กลุ่ม และความสะอาดของการใช้น้ำยาทั้ง2กลุ่มไม่แตกต่างกัน ผู้ป่วยพึงพอใจในการให้ญาติของตนเองทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์มากกว่าให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดให้ร้อยละ 100 ญาติมีความพึงพอใจในการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ร้อยละ 70 นอกจากนี้ไม่พบการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะทั้งสองกลุ่ม สรุปผลการศึกษา ผู้ป่วยที่ใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ทั้งสองชนิดไม่พบการติดเชื้อทั้งสองกลุ่ม และผู้ป่วยมีความพึงพอใจที่ให้ญาติทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ให้มากกว่าบุคลากร ซึ่งคนไทยยังอายบุคคลอื่นที่เปิดเผยให้บุคคลอื่นเห็น และยังมีญาติผู้ป่วยที่คิดว่าเป็นหน้าที่ของบุคลากรในการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ซึ่งการทำความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมญาติในการดูแลผู้ป่วยเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านเป็นบทบาทที่มีความสำคัญบทบาทหนึ่งของบุคลากรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อในร่างกายของผู้ป่วย ดังนั้นการติดตามการปฏิบัติของญาติในการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ จะทำให้ญาติปฏิบัติได้ถูกต้องป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะและ ลดการใช้น้ำยาทำความสะอาด งบประมาณจัดซื้อได้ <p> </p>
น้องผู้ช่วยพยาบาลที่สร้างสรรมาอยากแงปัน กันเพราะเราเพิ่งเตาะแตะ
น้องไก่ และน้องพงษ์
</span></font></span></font></strong><p> </p>
</span></font>