ไม่ร่วมไม่ได้ ไม่สำเร็จ
ปฏิบัติการกวาดล้าง(UTI)การติดเชื้อในโรงพยาบาล ใครทำ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นพ อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง · 24 มิ.ย. 2550
beeman 吴联乐 · 24 มิ.ย. 2550
จารุวัจน์ شافعى · 24 มิ.ย. 2550
สุธี · 24 มิ.ย. 2550
JJ · 24 มิ.ย. 2550
small man · 24 มิ.ย. 2550
ใครนะช่างหาญกล้ารู้จัก KM ดี
เปล่าเล้ย เราไม่เคยรู้เลยว่า KM คืออะไร
นึกในใจอาจารย์ตั้งใจพูดถึงKFC หรือเปล่าเนี่ย
Far คุณ ลิขิต คุณอะไรต่อมิอะไรเราไม่รู้เลย แต่พวกเราก็พัฒนา ปรับปรุงการทำงานร่วมกันกับแพทย์ อาจารย์แพทย์ที่ให้ความรู้ คำชี้แนะ พยาบาล พนักงานการแพทย์ คนงาน งานจ่ายกลาง หน่วยควบคุมโรคติดเชื้อ และที่สำคัญหัวหน้างานบริการพยาบาลที่ท่านเห็นความสำคัญมุ่งมั่นพัฒนางานป้องกันการติดเชื้อมาเป็น10ปี จนวันนี้ทีมงานเข้มแข็งที่จะกวาดล้างไป อย่างน้อยเราตั้งเป้าติดเชื้อ ไม่ถึงหนึ่ง ฮิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านผู้รู้ทั้งหลายที่ได้อบรมจนเชี่ยวชาญช่วยแนะนำตักเตือนชี้แนะด้วย
ขอบคุณค้า
เหนื่อยล้ากันบ้างไหม?
เหนื่อยใจบ้างไหมหนอ
เคยท้อกันหรือเปล่า
เคยก้าวแต่กลับถอย
ทำยังไงถึงสร้างอารามณ์ให้คงที่สร่างผลงานได้ต่อเนื่องตลอด
อยากรู้ว่าทำอยางไรให้แพทย์เห็นความสำคัญและมาร่วมมือค่ะ
เคยส่งคำถามPost เข้าไปใน ชุมชนนักปฏิบัติการCope อยู่ค่ะแต่ไม่ได้คำตอบเลย อยากรู้ว่าผ้าอนามัยที่ซึมซับได้ดีกว่ามีผลต่อการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะไหทคะ?
ก็สนใจเรื่องที่ป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลเหมือนกันค่ะเพราะเป็นward ศัลย เคยไปอ่านในKMMED ของคณะแพทย์ติดตามตลอดแต่ก็เข้ายากมากเหมือนกันมาอยู่ที่นีจจะได้หากันง่ายๆวันหลังจะมาแชร์ความรู้ค่ะ
เห็นว่าที่wardให้ทุกคนมีส่วนร่วมตั้งแต่แพทย์ถึงคนงาน อยากเห็นจังค่ะว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ผลลัพท์ออกมาเป็นยังไง ชื่นชมค่ะเอามาลงให้ด้วยนะคะ จะติดตามค่ะ
เข้ามาใหม่ค่ะอยากเห็นการทำงานจังเลย เดาว่าคงทำงานสนุกสนานไม่เช่นนั้นคงดึงคนมาทำงานร่วมกันไม่ได้ ยังไงก็ชื่นชมค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณพยาบาล และป้าอ้วน
เคยมาเฝ้าคุณแม่ที่ 3ข.ค่ะจำได้ไหมค่ะ และที่เข้ามาอ่านจำได้ว่าคุณพยาบาลได้แนะนำให้รู้จักCope ของมหาลัยขอนแก่นสนใจมากๆค่ะที่สำคัญตอนมาเฝ้าคุณแม่ได้รับการรดูแลอย่างดี และที่ขอบคุณจนติดใจก็พี่คนงานเขาน่ารักมากค่ะ เรื่องความสะอาด สายนั่นสายนี่ช่วยดูแลนะคะ ดูยังไงก็บอกง่ายๆฟังสบาย ที่สำคัญจริงใจค่ะ พอดีคุณแม่ต้องสวนปัสสาวะทิ้งเป็นครั้งคราวนะคะตอนนี้ก็พยายามหาข้อมูลเคยโทรไท่ตึกด้วยค่ะได้รับคำแนะนำดีมาก แต่ก็อยากหาข้อมูลด้วยตนเองด้วย ดีใจค่ะที่เจอ ward ที่คุณแม่เคยอยู่ ป้าไพเตียง 12 ค่ะ
มาเยี่ยมค่ะ
อย่าลืมไปดูท่านๆนะคะ ที่นี่
http://gotoknow.org/file/kmmedkku/view/87518
ขออนุญาตที่ถูกพาดพิง ขอบคุณคุณนิภามากที่นึกถึง 3ข.
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะคือเราอยากเห็นทุกระดับได้ทำงานร่วมกันแต่เราไม่ได้เปิดห้องพูดคุยกันบ่อยค่ะ ก็ใช้เครื่องมือสื่อสาร เพราะต่างคนต่างทำงาน ก็วางแผนว่าผู้ป่วยและญาติต้องมีส่วนร่วมในการดูแล 100% ก็อยากทำอะไรอีกมากมายที่จะช่วยให้ผู้มารับบริการได้ประโยชน์เต็มที่ค่ะ
ถ้ามีทุนก็จะทำ 5 นาทีชีวีปลอดการติดเชื้อ เอาง่ายๆว่างั้นค่ะ แต่ป้าอ้วยต้องเป็นนางเอกนะขอบอก 55555
ขอบคุณที่โทรมาให้เข้ามาอ่านเพื่อนก็กำลังKmเข้มแข็ง เรื่องUTI เหมือนนายแหละถ้าส่ง Full paper มาให้ก็ดีแลกเปลี่ยนกัน แต่ก็จะให้ โฮม เข้ามาแลกเปลี่ยนกับนายด้วย ขอบคุณมาก แล้วจะเข้ามาใหม่นะเพื่อน
เข้ามาเยี่ยชมกระทู้ของเพื่อน เราทำงานกับชุมชนที่ทำอยู่ก็มีบ้างที่เจอปัญหาพวกแม่บ้านที่ติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะก็ปัสสาวะขัด อือเรื่องทำความสะอาดสำคัญจริงเพราะคนที่ไม่รู้ก็ทำไม่ถูก ที่ทำงานยังไม่เปลี่ยนจ้า ขอบคุณมากที่ทำให้เพื่อนได้พบกันทางนี้ เบอร์เดิมโทรได้ตลอด มีอะไรดีๆก็บอกเพื่อนได้จ้า
เข้ามาเป็นกลุ่มมากๆ เพราะโทรเมือนแชทเลย เวสลาออกก็ออกไปเป็นกลุ่ม
พอเพื่อนเขียนก็ตอบเลย
พี่ๆมาอีกที่ตอนนี้แหละพี่อยู่บ่ายใช่ใหม?มาคุยกันหน่อยเรื่องติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ทำไมไม่ใช้สบ่ทำความสะอาดทั้งหมดเลยหล่ะ หรือว่ามีปัญหาด้านเทคนิคช่วยตอบด้วย อ้อ ธีรพงษ์ที่จะนำเสนอจะไปฟังด้วย เพราะอยากรู้มากจ้ะ
พี่ต้อมเห็นภาพยายหมายแล้วจ้ะดีใจด้วยมากๆ ที่ยายหมายทำได้เด้อ
เปรียบเทียบการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ในผู้ป่วย ชายที่คาสายสวนปัสสาวะโดยใช้ น้ำยาทำความสะอาดและ การทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์โดยใช้สบู่
หลักการและเหตุผลหลักการและเหตุผลผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะและผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือเอง(ไม่ได้คาสายสวนปัสสาวะ)ถ้าไม่ได้รับการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์อย่างถูกต้องมีโอกาสเกิดการติดเชื้อในโรงพยาบาลระบบทางเดินปัสสาวะได้การใช้น้ำยาเซฟลอนทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ในผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะและผู้ป่วยที่ไม่ได้คาสายสวนปัสสาวะ(ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้) ที่ผ่านมาทำให้เกิดอาการปลายPenisแห้งผิวหนังลอกและอาการคันผู้ป่วยไม่สุขสบายนอกจากนี้ยังมีโอกาสเกิดการติดเชื้อจากความแข็งแรงของผิวหนังรอบๆอวัยวะสืบพันธ์ได้ลดลงในผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้การเตรียมญาติที่ดูแลผู้ป่วยขณะกลับไปอยู่บ้านโดยใช้น้ำนาที่เหมาะสมจะสามารถป้องกันอาการระคายเคืองที่เกิดจาการใช้น้ำยาเซฟลอนดังนั้นการใช้น้ำสบู่ที่ผู้ป่วยใช้อาบน้ำทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์นอกจากป้องกันการติดเชื้อในร่างกายยังทำให้ลดอาการเหล่านี้ได้<p>วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบการใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ในผู้ป่วยโดยการใช้น้ำยาทั้งสองชนิด</p>วิธีการศึกษา แบ่งกลุ่มผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ (ไม่ได้คาสายสวนปัสสาวะ ) และมีผู้ป่วยที่มีญาติช่วยดูแลอย่างต่อเนื่อง 10 คน กำหนดให้กลุ่มนี้ได้รับการทำความสะอาดโดยใช้น้ำสบู่ถูตัวทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ กับกลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้(ไม่ได้คาสายสวนปัสสาวะ) และใช้น้ำยาเซฟลอนทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ 10 คน , กลุ่มที่คาสายสวนปัสสาวะ(ได้รับการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์โดยใช้น้ำสบู่)10 คน , กลุ่มผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะที่ได้รับการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์โดยใช้น้ำยาทำความสะอาด10 คน ผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มได้รับการสอนและติดตามประเมินผลการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์อย่างเป็นระบบ เก็บข้อมูลในช่วงเดือน มีนาคม ถึง เดือน เมษายน 2550 ติดตามการปฏิบัติของญาติโดยใช้แบบบันทึกการปฏิบัติการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ในแต่ละวันโดยใช้น้ำสบู่ และชุดทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ความพึงพอใจของผู้ป่วยด้านความสะอาด ความสบายหลังการใช้น้ำยาทำความสะอาด ด้านตัวบุคคลที่ต้องการให้ทำความสะอาดให้ ทำวิเคราะห์ข้อมูล โดยการใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และอัตราการติดเชื้อครั้งต่อการใส่คาสายสวนปัสสาวะ 1000 วันนอนผลการศึกษา ญาติผู้ป่วยสามาถทำความสะอาดอวัยวะได้ถูกต้องทั้ง 4 กลุ่ม ด้านความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ผู้ป่วยทั้ง4 กลุ่มไม่มีความแตกต่างกันแต่กลุ่มผู้ป่วยที่ใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ปลาย penisจะแห้งและแสบร้อยละ 70 แต่กลุ่มที่ใช้น้ำสบู่ไม่พบปัญหาปลาย penis แห้ง และผู้ป่วยต้องการให้ญาติของตนเองทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์มากกว่าให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดให้ร้อยละ 90 นอกจากนี้ไม่พบการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะทั้งสองกลุ่ม สรุปผลการศึกษา ผู้ป่วยที่ใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ทั้งสองชนิดไม่พบการติดเชื้อทั้งสองกลุ่ม ปัจจุบันในโรงพยาบาลมีการใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำสบู่ในการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์แทนน้ำยาเซฟลอน จะช่วยป้องกันอาการระคายเคืองผิวหนัง ปลาย penis แห้งจากการใช้น้ำยาทำความสะอาด ซึ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแสบ บ่งบอกถึงความอ่อนแอของชั้นผิวที่ปกป้องการติดเชื้อตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจที่ให้ญาติทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ให้มากกว่าบุคลากร ซึ่งคนไทยยังอายบุคคลอื่น ดังนั้นการติดตามการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ซึ่งจะช่วยประเมินญาติในการช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้ เละยังเป็นการเตรียมผู้ป่วยเพื่อกลับไปดูแลที่บ้านอย่างมีคุณภาพ <p>เปรียบเทียบการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ในผู้ป่วยหญิงโดยใช้ น้ำยาทำความสะอาดและ การทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์โดยใช้สบู่
<hr><p> </p></p>
ผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือเองได้และที่ไม่ได้คาสายสวนปัสสาวะถ้าไม่ได้รับการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์อย่างถูกต้องมีโอกาสเกิดการติดเชื้อในโรงพยาบาลระบบทางเดินปัสสาวะได้การใช้น้ำยาเซฟลอนทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ที่ผ่านมาเป็นการทำความสะอาดโดยเจ้าหน้าที่และญาติที่ได้รับการสอนอย่างเป็นระบบแต่ยังเกิดปัญหาคือ</span></font></span></font>ผิวหนังรอบๆแคมใหญ่และแคมเล็กแดงจาการระคายเคืองผู้ป่วยเกิดความไม่สุขสบายและมีโอกาสติดเชื้อในโรงพยาบาลระบบทางเดินปัสสาวะจากผิวหนังบริเวณนี้อ่อนแอไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อตามธรรมชาติได้และการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ด้วยน้ำยามีโอกาสเกิดการระคายระคายเคืองได้นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมญาติที่ดูแลผู้ป่วยสำหรับกลับไปอยู่ที่บ้านดังนั้นการใช้น้ำสบู่ที่ผู้ป่วยใช้อาบน้ำทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์จะทำให้ลดอาการระคายเคืองและสามารถป้องกันการติดเชื้อได้เหล่านี้ได้<p>วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบการใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ในผู้ป่วยโดยการใช้น้ำยาทั้งสองชนิด</p>วิธีการศึกษา แบ่งกลุ่มผู้ป่วยรู้สึกตัวดีแต่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เป็นผู้ป่วยที่มีญาติช่วยดูแลอย่างต่อเนื่อง 15 คน กำหนดให้กลุ่มนี้ได้รับการทำความสะอาดโดยใช้น้ำสบู่ถูตัวทำความสะอาด อวัยวะสืบพันธ์เช้าเย็น และทุกครั้งที่ถ่าย กับกลุ่มผู้ป่วยหญิงที่มีญาติดูแลอย่างต่อเนื่องใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ เช้า เย็นและทุกครั้งที่ถ่าย โดยญาติทั้งสองกลุ่มจะได้รับการสอนและสาธิตและติดตามการปฏิบัติการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ทุกราย ในช่วงเดือน มีนาคม ถึง เดือน เมษายน 2550 โดยกำหนดให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ เช้าเย็นและทุกครั้งที่ถ่าย ประเมินผลโดยใช้แบบบันทึกการปฏิบัติการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ในแต่ละวันโดยใช้น้ำสบู่ และชุดทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ,ความพึงพอใจของผู้ป่วยด้านความสะอาด ความสบายหลังการใช้น้ำยาทำความสะอาด ด้านตัวบุคคลที่ต้องการให้ทำความสะอาดให้ ความพึงพอใจญาติในการทำความสะอาดผู้ป่วย ทำวิเคราะห์ข้อมูล โดยการใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และอัตราการติดเชื้อครั้งต่อการใส่คาสายสวนปัสสาวะ 1000 วันนอนผลการศึกษา ญาติสามารถปฎิบัติได้ถูกต้องทั้ง 2 กลุ่ม และความสะอาดของการใช้น้ำยาทั้ง2กลุ่มไม่แตกต่างกัน ผู้ป่วยพึงพอใจในการให้ญาติของตนเองทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์มากกว่าให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดให้ร้อยละ 100 ญาติมีความพึงพอใจในการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ร้อยละ 70 นอกจากนี้ไม่พบการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะทั้งสองกลุ่ม สรุปผลการศึกษา ผู้ป่วยที่ใช้น้ำยาทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ทั้งสองชนิดไม่พบการติดเชื้อทั้งสองกลุ่ม และผู้ป่วยมีความพึงพอใจที่ให้ญาติทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ให้มากกว่าบุคลากร ซึ่งคนไทยยังอายบุคคลอื่นที่เปิดเผยให้บุคคลอื่นเห็น และยังมีญาติผู้ป่วยที่คิดว่าเป็นหน้าที่ของบุคลากรในการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ ซึ่งการทำความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมญาติในการดูแลผู้ป่วยเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านเป็นบทบาทที่มีความสำคัญบทบาทหนึ่งของบุคลากรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อในร่างกายของผู้ป่วย ดังนั้นการติดตามการปฏิบัติของญาติในการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ จะทำให้ญาติปฏิบัติได้ถูกต้องป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะและ ลดการใช้น้ำยาทำความสะอาด งบประมาณจัดซื้อได้ <p> </p>
น้องผู้ช่วยพยาบาลที่สร้างสรรมาอยากแงปัน กันเพราะเราเพิ่งเตาะแตะ
น้องไก่ และน้องพงษ์
</span></font></span></font></strong><p> </p>
</span></font>
เข้ามาแชร์ค่ะ งานประชุมICที่หัวหิน 2-6กค 2550 มีคนไปเยอะมาก แล้วก็ชื่นชมทีมศรีนครินทร์จริงๆนะคะ เขาทำงานร่วมกันดีมาก คือพี่อยากบอกว่าตอบเนื่อหาในงานตัวเองได้ดีค่ะ พี่ไปดูเรื่องใช้ขวดน้ำเกลือมาบ้สน้ำลาย ไอเดีย ดีค่ะ ขอให้กำลังใจ อยากบอกทีมดาวกระจายว่า เข้า คอบของหนูไม่ได้คิดว่าสมาชิกเข้าไปชมมาก ไว้วันหลังพี่จะแวะมาให้กำลังใจค่ะ
ร่วมแจมค่ะ เรื่องการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเนี่ยเป็นปัยหาเดิมๆ แต่ถ้าร่วมมือกันจริงๆแก้ได้ ไอเดียดีนะพี่ วันหลังจะเข้ามายามใหม่เด้อ