ดิฉันคิดว่า อาหาร มี ๒ ประเด็นที่่น่าสนใจค่ะ
ประเด็นแรก การกินที่เกินพอดี มีผลต่อสุขภาพอย่างมาก ที่ดิฉันเจอทุกวันในคนที่เป็นโรคแล้ว เพราะโรคแทบทุกโรคเกียวโยงกับ อาหาร และออกกำลังกาย
กระทรวงสาธารณสุขพยายามให้ความรู้เรื่องนี้ แต่เกิดการปฏิบัติน้อยมากแม้พวกเขาจะป่วยแล้ว เรามีปัญหาหน้างานเรื่องการลดอาหารแป้งและน้ำตาลในคนไข้เบาหวาน คนไข้ทำไม่ได้ เมื่อเพิ่มยาจนเต็มเพดานแล้ว ผลเสียปลายทางคือไตเสื่อม เป็นภาระทั้งตัวคนไข้เอง ครอบครัวและงบประมาณการดูแล มองในแง่การจัดการดิฉันต้องคิดว่ากระทรวงดิฉันล้มเหลวครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นความรับผิดชอบของผู้ป่วย
โภชนาการกับคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ป่วยนี่ยิ่งน่าห่วงใย อาหารสมัยใหม่มีเส้นใยน้อย เราเจอคนไข้เบาหวานรายใหม่อายุน้อยลงๆ เมื่อวานเจออายุแค่ ๑๙ ที่อ้วนมากมีปัญหาทั้งเบาหวาน และความดันโลหิตสูง นี่เป็นแนวโน้มของโลกที่องค์การอนามัยโลกก็ตระหนัก
ประเด็นที่สอง สารเคมีในอาหาร เพราะเดี๋ยวนี้เราไม่มีอาหารธรรมชาติกินแล้ว เรากินอาหารจากโรงงาน ดิฉันไปต่างจังหวัด ไปซื้อผักในตลาดบ้านนอก ผักในตลาดไม่ต่างจากผักในเมือง ดิฉันถามว่าผักที่ขายมาจากไหน แม่ค้าก็ตอบว่า "มีรถมาส่ง" เกษตรกรที่ปลูกผักขายกินเองในพื้นที่ไม่มีแล้ว
ข่าวไม่กี่วันมานี้คือ พ่อค้าจีนไปกว๊านซื้อผลไม้จากเกษตรกร เมื่อนักธุรกิจเข้าไปถึงไร่ก็แปลว่าพวกเขาหวังผลผลิตมากๆ และผลผลิตที่เก็บรักษาไว้ได้นาน ต่อไปพวกเขาจะเข้าไปแนะนำเกษตรกรว่าปลูกอย่างไรให้ได้ผลไวที่สุด มากที่สุด ความปลอดภัยด้านอาหารจะค่อยๆ หายไป
สามคำนี้ มีผลต่อสุขภาพอย่างมากค่ะ