ครูต้องอยู่กับนักเรียน เหมือนเพาะปลูกไม้ผล ที่ต้องเอาใจใส่ดูแลแก้ไขให้ไม้ผล ปลอดภัยจากศัตรู หรือจะให้ครูเป็นวิศวกรทางจิตวิญญาณ ที่จะสรรสร้างให้วิญญาณเด็กมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง พร้อมที่เผชิญกับปัญหาสังคมมากมาย

รัฐมักจะมอบนโยบายจากบนลงล่าง แต่ไม่สร้างเครือข่ายจากล่างขึ้นบน รัฐต้องสนใจ"ใจ"ครู อบรมครูผู้สอน อำนวยการด้านการศึกษา ถ้าครูมีศักยภาพพร้อม ผลจะตกที่นักเรียน ถ้ารัฐเอาใจเด็กเช่น เด็กนิยม คือซื้อแท๊บเลตให้ ซื้อสื่อให้ เด็กกำลังหลงทางว่า ตนเป็นผู้เรียกร้องมากกว่า เป็นผู้เรียนรู้

อนิจจา! เด็กไทยใจกำลังกระเจิงตามสื่อ จนมือหงิกกกก หน้ามืด หูหนวก สายตากำลังจะสั้น ปัญญาจะอ่อน และปัญหาทั้งหมดไปกระจุกที่ครูประจำชั้น และผอ.รร. แต่สังคมกลับไม่รับรู้ว่าเด็กเช่นนี้ จะแก้อย่างไร อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน พระสงฆ์ จงอนุเคราะห์กัน อย่าปล่อยให้รร. แก้ปัญหาอย่างเดียว ได้ยินไหมหนอผู้ใหญ่ในรัฐครับ