คงใช่ครับ

KIDs    ความรู้ที่ค้นพบโดยคนๆหนึ่ง   พอพูดออกมา ตีพิมพ์ออกมา   เป็นข้อมูล

เราเอาข้อมูล ของเขามา  แต่ หลงว่า ได้ความรู้มา

จนกว่าเราจะเอาไปทำ นั่นแหละ  เราก็ เจอ และ ร้องว่า ใช่เลย  ที่สอนมา บอกมา ใช่เลย

ตัวอย่าง

พระพุทธเจ้า ทรงค้นพบพระธรรม ( ไม่ได้ทรงสร้าง)   จากนั้น   ก็ทรง สอน  บอกพวกเรา

พวกเรา บางกลุ่ม ก็เอาไปท่อง เอาไปจำ เอาไปสอบ จนได้ เปรียญ  ได้ปริญญา กันมา   นี่แหละ ได้ "ข้อมูล"   ได้ ใบลานเปล่า

พวกเราบางกลุ่ม  ก็เอาที่ทรงสอนไปทำ ไปลอง   มา ลปรร กัน กับผู้รู้ (ค้นพบ ตามที่ พระพุทธเจ้าทรงสอนแล้ว)    ทำไปเรื่อย  จน ค้นพบ   ก็จะร้อง  "เป็นจั้งซี่ "  

ตัวอย่าง

การแต่งงาน  หญิงคนหนึ่งแต่งงานแล้ว  ก็พยายาม จะสอน  ลูกสาวว่า แต่งแล้วเป็นไงบ้าง   ลูกสาวไม่เข้าใจ  เพราะ  ที่แม่สอน มันเป็นแค่ "ข้อมูล"     จนวันหนึ่ง แต่งงานจริง จึงบอกแม่ว่า เข้า "ใจ" แล้ว   เมื่อก่อนมันแค่ เข้า "สมอง"

จริงๆ  พวกเรียน หมอ   ก็เรียนแบบ ทำจริง ของจริง มีการ ลปรร  กันนะ    หมอ มี กระบวนการเรียนรู้ที่ดีมาก  เพียง  แต่  อะไรบางอย่างหายไปจากชีวิตหมอเท่านั้นเอง   สำคัญยิ่งยวดสะด้วย  ฮ่าๆๆๆ ( คิดเอง หาเอง ก็แล้วกัน)  

วิศวะ  ก็เคยมีระบบเรียนรู้ แบบทำจริง  ลปรร  ฯลฯ   แต่  พอ  งกๆ เค็มๆ  รับ นักศึกษา เยอะ ปานนี้    อะไร อะไรที่ดีๆ  ก็พังไป พร้อม กันเร่งรีบ แบบเสพนิยม  หมดสิ้น    ----->  กลายมาเป็น ปริญญาแบบ "ข้อมูล"  มากกว่า  "ความรู้"

พวกเยอรมัน  พวกเบลเยี่ยม   เรียน วิศวะ กัน ๘ ปี  ทั้ง ทำงานจริง ทั้งเรียน     พวกกรมอาชีวของไทย เราก็มี ทวิภาคี  นะ    แต่  วิศวะ  ยังชอบ  สอนแบบสุกี้  (ลวกๆ )  ---->  ห่วง แต่ จะผลิตให้ทัน ๔ ปี    ไม่คิดต่อ ว่า "ทำไม ๔ ปี น่ะ   เอา เวลามา ล้อมกรอบตนเอง"

พวกฟินแลนด์   และ หลายแห่งใน USA มี โรงเรียนสาย เทตโนโลยี  สายการตลาด  ที่สอนแบบ Team academy  ( คลิกหาดูใน google / yahoo)   เรียนแบบ Constructivism  เต็มๆเลย   เน้นโครงงาน ทำเป็นทีม  ทำกับลูกค้าด้วย  จ๊าบมากๆ