Bad News!
In this post I have (somewhere in the middle):
http://mews.onep.go.th/default.aspx reports a national summary:
รวม 159 ระบบ งบประมาณ 18,381 ล้านบาท ปริมาณขยะมูลฝอย(ตัน/วัน): ที่เกิดขึ้นจริง 50,229 เข้าระบบ 105,192 (209.43%)
(Note the budget and we don't know why more rubbish 'เข้าระบบ' than 'เกิดขึ้นจริง')
Now I have this to explain why there is more rubbish comes into a system:
หวั่น!ขยะเข้า ครม.สัญจรเป็นแค่หัวข้อแต่ทำจริงไม่ได้
http://www.thairath.co.th/content/508173 วันที่ 28 มิ.ย.
...นายกเทศบาลตำบลเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ถือว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่มีความรู้เกี่ยวกับปัญหาขยะเชียงใหม่ ได้ออกแสดงความคิดเห็นผ่านไปถึงรัฐบาลที่มาประชุม ครม.ที่เชียงใหม่ว่า ขยะเชียงใหม่มีปัญหามาตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งมีการพยายามแก้ไขมาตลอด มีการสร้างโรงงานขยะที่โซนเหนือ อ.ฝาง โซนกลางที่ อ.ดอยสะเก็ดโซนใต้ ไม่ได้ทำเพราะมีปัญหาเรื่องการชุมนุมต่อต้านของชาวบ้าน ตอนนี้ที่ อ.ฝาง มีปัญหาถูกปิด และที่ดอยสะเก็ดก็มีปัญหา ในโซนกลางถูกชาวบ้านปิดอีก ตนเห็นว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาไม่ถูกจุด การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดจริงๆแล้วปัญหาขยะเกิดขึ้นที่ไหน ก็น่าจะให้ทางเทศบาลหรือ อบต.ในพื้นที่แก้ปัญหาเอง โดยรัฐบาลไม่จำเป็นต้องจัดสรรเงินให้เทศบาลหรือ อบจ.ไปทำที่เดียวแล้วเอาขยะไป โดยใช้งบจำนวนมากในแต่ละแห่ง แต่แนวทางแก้ปัญหาง่ายๆน่าจะจัดงบประมาณให้แก้ปัญหาเทศบาลหรือ อบต.ละ 2-3 ล้านบาทเพื่อนำงบประมาณไปทำเตาเผาขยะ หรือทำขยะแบบครบวงจร โดยให้แต่ละที่ทำกันเอง ชาวบ้านมีส่วนร่วมดังนั้นกลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นตรงนี้จะไปโทษใครไม่ได้เพราะเป็นกลิ่นขยะของตัวเอง ขณะที่มหาวิทยาลัยวิจัยเห็นว่าควรจะทำอย่างไรที่จะเหมาะสมในพื้นที่น่าจะทำเช่นนี้ดีกว่าจะเสนอสร้างโรงงานเป็นพันๆล้าน และเกิดม็อบต่อต้านขึ้นมา เพราะใครก็ไม่อยากจะให้ขยะที่อื่นเข้ามาในพื้นที่ตัวเอง จึงเชื่อว่าขยะในชุมชนตัวเอง ทางเทศบาลแต่ละแห่งสามารถทำตรงนี้ได้
“การที่จะใช้บ่อดินยักษ์ฝังกลบนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะในอนาคตมันก็จะเกิดน้ำเสียและเกิดอะไรขึ้นอีกมากในอนาคตใครจะรับผิดชอบ เหมือนกับที่เกิดหลายแห่งในเชียงใหม่ ตนจึงเห็นว่าขยะใครขยะมันต้องรับผิดชอบกันเอง และหากจะใช้งบประมาณแต่ละแห่งก็ไม่มาก ดีกว่าจะใช้สร้างด้วยงบประมาณนับพันล้านแต่ถูกต่อต้าน ดังนั้นเตาเผาขยะไร้มลพิษที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีนำมาใช้ และได้ผลก็น่าจะมีการนำเสนอเป็นแบบอย่างที่ควรจะนำไปทำในท้องที่แต่ละท้องที่ เพราะต้นทุนไม่สูงมาก ติดตั้งเพียง 2-3 ล้านบาท จึงฝากรัฐบาลน่าจะแนวทางตรงนี้บ้านใครบ้านมันให้แก้เหมือนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บอกว่าขยะบ้านใครก็ให้แก้ปัญหากันเอง ดังนั้น รัฐน่าจะจัดสรรงบประมาณตัวนี้มาให้ทางเทศบาลและ อบต.ในการจัดการกับขยะในท้องถิ่นตัวเอง โดยทำประชาพิจารณ์ในเขตตำบลหมู่บ้านของตัวเอง ตนเชื่อว่าเมื่อแก้ไขปัญหาบ้านใครบ้านมัน ไม่มีใครต่อต้านแน่ แต่ปัญหาการต่อต้านที่เห็นอยู่เอาขยะจากบ้านอื่น เทศบาลอื่น อำเภออื่นมาทิ้งที่ตำบลเขา หมู่บ้านเขา ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี จนมีการต่อต้านให้เห็นตลอด”...