ดร. ศักดิ์ ประสานดี ผู้อำนวยการหลักสูตรของสถาบันอาศรมศิลป์ ได้กรุณาชี้แจงดังนี้
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์คุณหมอวิจารณ์ ท่านอธิการบดี อ.สุรพล ที่กรุณาให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ รวมถึง อ.ธีรพล ที่ให้ข้อแนะนำในระหว่างการประชุมด้วย ผมขอน้อมรับคำแนะนำ และจะนำไปดำเนินการต่อไป
เนื่องในระหว่างการชี้แจงของผม ผมไม่ได้เตรียมเรื่องรายละเอัยดรายวิชาแต่ละโมดูล ผมจึงใคร่ขอโอกาสแจ้งมาพร้อมกับจดหมายฉบับนี้ และใคร่ขอรับฟังคำแนะนำเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น (ตามแนบครับ)
1. ผมใคร่ขอรับฟังคำแนะนำเพิ่มเติมในประเด็นความหมายของ "ผู้ประกอบการสังคม"
ผมได้นำเสนอว่า ความแตกต่างจากวิสาหกิจชุมชน, ธุรกิจชุมชน, หนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งชุมชน OTOP, หรือสหกรณ์, ผมได้ชี้แจงว่า คือผู้ประกอบกิจการที่เกื้อกูลต่อสังคม ทั้งในด้านธุรกิจเพื่อสังคม หรือการพัฒนาสังคม, และผมได้อธิบา่ยต่อไปอีก บัณฑิตผู้ประกอบการสังคม จะมีความตกต่างจากบัณฑิตสาขาอื่นๆ คือ เป็นคนที่พัฒนาตนเองจากด้านในด้านการครองสติและความเป็นจิตอาสา ประกอบกิจการเพื่อสังคมที่เป็นสัมมาชีพหรือการพัฒนาชุมชน และมีความสามารถในการขับเคลื่อนชุมชนสังคม และคุณหมอวิจารณ์ยังเพิ่มคำนิยามอีกว่า เป็นคนที่มี่ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ใน 4 ด้านนี้ อาจจะเป็นความหมายของผู้ประกอบการสังคม ในบริบทของหลักสูตรผู้ประกอบการสังคม (คือ1) การพัฒนาตนเองจากด้านใน 2) การประกอบกิจการเพิื่ิิอสังคม 3) การขับเคลื่อนพัฒนาชุมชน และ4) การเรียนรู้ตลอดชีวิต) ความหมายนี้ เป็นความหมายเฉพาะที่ทำให้บัณฑิตของเราแตกต่างจากบัณฑิตสาขาอื่น ๆ และจากสถาบันอื่น
ความจริงแล้ว ผู้ประกอบการสังคม ในหลักสูตรของสถาบันอาศรมศิลป์ เป็นศิลปศาสตร์ ไม่ใช่เป็นบริหารธุรกิจ จึงเป็นส่วนผสมกันระหว่างศิลปศาสตร์กับบริหารธุรกิจ ไม่ใช่บริหารธุรกิจแบบเพียวๆ และไม่ใช่บริหารธุรกิจแบบเพียวๆ ผมจึงคิดว่า ไม่เน้นหนักไปด้านใดด้านหนึ่ง ในขณะที่สาขาการประกอบการ จะอยู่ในบริหารธุรกิจ จึงเน้นที่การประกอบการที่สร้างรายได้อย่างเดียว ซึ่งว่ากันที่จริงแล้ว บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ สาขาผู้ประกอบการ มีจำนวนน้่อยมาก ที่สามารถจะเป็นประกอบการได้ทันทีที่สำเร็จการศึกษาหรือก่อนการสำเร็จการศึกษา ในขณะที่บัณฑิตผู้ประกอบการสังคมของสถาบันอาศรมศิลป์ สามารถเป็นผู้ประกอบการสังคม ก่อนหรือระหว่างการเป็นนักศึกษาด้วยซ้ำ ผมจึงใคร่ขอความเมตตาทืี่จะรับคำแนะนำในแนวคิดและความหมายของผู้ประกอบการสังคม ที่เป็นศิลปศาสตรบัณฑิต
2. ประเด็นสุดท้าย ผมคิดว่า นักศึกษาผู้ประกอบการสังคม แม้จะส่วนใหญ่ ไม่ได้นำใบปริญญาของสถาบันไปหางานทำ แต่เท่าที่ได้แลกเปลี่ยนสนทนา หลายคนเรียนเพื่อเป็นตัวอย่้างแก่ลูกหลาน เรียนเพื่อชดเชยชีวิตตัวเองที่ไม่มีโอกาสได้เรียนในวัยที่ควรจะได้เรียน เรียนเพื่อไม่ให้เงียบเหงานหรืออับเฉา แต่เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า การเรียนไม่ได้จำกัดอายุและวัย แต่การเรียนต้องต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่มีหยุด และทั้งหมด ผมพยายามสื่อสารตลอดเวลาว่า ที่สถาบัน ไม่ต้องการไล่แจกปริญญา ไม่ได้ให้ง่ายๆ ไม่ได้จ่ายเงินครบ หรือทนให้ครบ 4 ปี แล้วก็จะได้รับเอง ทุกอย่างล้วนนักศึกษาต้องแสดงความสามารถในการเรียนรู้ตามที่กำหนด ผมจึงใคร่เรียนให้ผู้บริหารได้มั่นใจในเรื่องนี้
3. สำหรับประเด็นศิลปาจารย์และนักศึกษาผู้ประกอบการสังคม ที่จะต้องฝึกทักษะการตั้งคำถาม การสะท้อน หรีือการไตร่ตรอง เป็นต้น ทางสถาบันได้กรุณาอนุมัติงบประมาณให้ไปจัดกระบวนการเรียนรู้แก่ศิลปาจารย์แล้ว อยู่ระหว่างการเตรียมการและการประสานงานกับพื้นที่ ส่วนนัักศึกษาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาประมาณ 25 คน ได้เตรียมการจัดกระบวนการเรียนรู้ในวันที่ 3 - 4 กรกฏาคม 58 ที่คุรุสติสถานของสถาบัน ที่ทุ่งครุ กทม. เพื่อให้ได้ฝึกการเรียนรู้ตามที่คุณหมอวิจารณ์ให้คำแนะนำ
ผมขอกราบของพระคุณที่ทุกท่านได้กรุณาให้คำแนะนำ ให้ทางสว่างในการเดินไปข้างหน้าอย่างมีำลังใจอีกครั้งครับ
ศักดิ์ ประสานดี