เรียนอาจารย์หมอประวิทย์ค่ะ

มานะ นั้นมีคำแปลว่าความแข็ง ความพยายาม ความกล้า ความตั้งใจ ความสำคัญใจ ใจ ดวงใจ จิตใจ การนับ การวัด เครื่องชั่ง เครื่องตวง เครื่องนับ เครื่องวัด ประมาณ การบูชา การเคารพ ความเคารพ ความนับถือ ความถือตัว ความสำคัญตน

มานะมี 7 ชนิด คือมานะ อติมานะ มานาติมานะ โอมานะ อธิมานะ อัสมิมานะ และ มิจฉามานะ โดยที่แต่ละชนิดมีความหมายอย่างนี้ค่ะ

มานะ คือ ความถือตัว ความสำคัญตนว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ โดยเปรียบเทียบกับคนอื่นในแง่ต่างๆ คือ สำคัญตนว่าดีกว่าเขา หรือ เสมอเขา หรือต่ำกว่าเขา แต่ละลักษณะยังแยกได้อีก 3 โดยนัยเดียวกัน (เช่น ตนเสมอเขาก็สำคัญตนว่าดีกว่าเขา ตนเสมอเขาก็สำคัญตนว่าเสมอเขา ตนเสมอเขาก็สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา) จึงมีมานะทั้งหมด 9 ลักษณะ ซึ่งความสำคัญตนไปต่างๆมีเหตุมาจากหลายๆเรื่อง เช่น ความสมบูรณ์ของรูปร่าง ความงามของหน้าตา ความสูงของเรือนร่าง การศึกษา ทรัพย์ ชาติตระกูล ชื่อเสียง ฯลฯ

อติมานะ คือ การดูหมิ่นคนอื่น เห็นความสำคัญในแง่ต่างๆของตนแล้วจึงหยิ่งผยองว่าไม่มีใครเป็นอย่างเรา

มานาติมานะ คือ ดูหมิ่นด้วยความทะนงตัว คือเกิดถือตัวว่า คนนี้เมื่อก่อนก็เป็นเหมือนเรา แต่ตอนนี้ต่ำกว่าเรา

โอมานะ คือถือตัวว่าตนเป็นคนเลว

อธิมานะ คือ ถือตัว หยิ่ง ว่าเราบรรลุสัจธรรม 4 ซึ่งไม่มีผู้บรรลุเลย อธิมานะนี้เกิดกับปุถุชนผู้มีศีลบริสุทธิ์ ไม่ประมาทในกรรมฐาน กำหนดนามรูป ไม่ลังเลสงสัยเพราะสามารถกำหนดปัจจัยได้ ยกขึ้นู่พระไตรลักษณ์ พิจารณาสังขาร ปรารภวิปัสสนา ไม่เกิดแก่ผู้อื่น

อัสมิมานะ คือถือเรา คือความสำคัญว่ามีเราอยู่ในขันธ์ทั้ง 5

ในมหาสุญญสูตร ตรัสอธิบายกับพระอานนท์ถึงการละอัสมิมานะไว้ว่า

"[๑๙๑] อานนท์ อุปาทานขันธ์ ๕ นี้ เป็นธรรมที่ภิกษุผู้พิจารณาเห็นทั้งความเกิดความดับว่า 'อย่างนี้รูป อย่างนี้ความเกิดขึ้นแห่งรูป อย่างนี้ความดับแห่งรูป'

อย่างนี้เวทนา ฯลฯ

อย่างนี้สัญญา ฯลฯ

อย่างนี้สังขาร ฯลฯ

อย่างนี้วิญญาณ อย่างนี้ความเกิดแห่งวิญญาณ อย่างนี้ความดับแห่งวิญญาณ'

ภิกษุนั้นผู้พิจารณาเห็นทั้งความเกิดและความดับในอุปาทานขันธ์ ๕ นี้อยู่ย่อมละอัสมิมานะในอุปาทานขันธ์ ๕ ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น ภิกษุย่อมรู้ชัดอัสมิมานะที่ละได้แล้วนั้น อย่างนี้ว่า 'อัสมิมานะในอุปาทานขันธ์ ๕ นี้ เราละได้แล้วนั้น ด้วยอาการอย่างนี้"

ม.อุ.(แปล) .๑๔/๑๙๑/๒๒๙

มิจฉามานะ คือ ความสำคัญผิด

ขออภัยค่ะที่เรียนมาค่อนข้างช้านะคะ