เห็นแนวคิดนี้แล้วนึกถึงคนหนึ่งครับ เค้าชื่อพี่หนุ่ม นายนิติศักดิ์ โตนิติ ผู้ก่อตั้งสถาบันปัญญาปิติ เคยไปมาหาสู่ตอนช่วงปีที่แล้ว ท่านกำลังสร้างโรงเรียนอยู่ครับ ซึ่งโรงเรียนนี้เป็นของกลุ่มหญ้าแพรกสาละวิน กลุ่มไม่แสวงหาผลกำไรของเยาวชนแถบแนวชายแดนน้ำสาละวิน
ซึ่งมีปรัชญาของโรงเรียนที่น่าสนใจหลายอย่าง แต่ที่ผมจะนำมาพูดคุยในวันนี้เป็นเรื่องของการประเมินของโรงเรียนครับ
แนวคิดเรื่องการประเมินของโรงเรียนนี้คือ ประเมินแบบไม่มีเกณฑ์วัด หมายถึงให้เด็กมีพัฒนาการตามความต้องการของเขาอย่างแท้จริงโดยไม่ไปกะเกณฑ์อะไรกับเขาทั้งสิ้น เพราะมีความเชื่อว่าเมื่อเราไม่ไปกะเกณฑ์ไว้ว่าเด็กจะทำได้ถึงแค่ไหน จะเป็นการทำให้เด็กพัฒนาไปเกินกว่าที่เราคาดคิดคาดการ กะเกณฑ์ ก็เป็นได้
ตัวอย่างเช่น เด็กชาย ก มาเรียน ทางโรงเรียนก็จะพยายามพัฒนาเด็กชาย ก โดยไม่ตั้งเป้าหมายไว้ก่อนว่าเด็กชาย ก ต้องได้คะแนนเท่าใดจึงจะผ่านเกณฑ์ และโรงเรียนจะไม่บังคับว่าเด็กชาย ก ต้องทำคะแนนในวิชาใดต้องผ่านเท่าไร
เด็กชาย ก อาจจะสอบไม่ผ่านเกณฑ์ของโรงเรียนทั่วๆไป แต่เด็กชายก็อาจพัฒนา ไปเป็นแบบ บิลเกต, สตีฟ จ๊อบ, ต๊อบ ถ้าแก่น้อย, ท่าน แอ๊ดคาราบาว, ท่านอาจารย์ถวัล ดัชนีย์, บีโทเฟน, อัลเบิร์ต ไอสไตน์ ก็เป็นได้
ตามแนวความคิดส่วนตัวของผม ปรัชญานี้จะสร้างการเปรียนแปลงหลายด้านดัง(ที่คิดได้ตอนนี้)ต่อไปนี้
๑. แนวความคิดใหญ่ หรือทัศณแม่บท ของเด็กที่ผ่านโรงเรียนนี้ไปจะเปลี่ยนไป จากเรียนเพื่อจบเอาใบประกาศไปสมัครงาน กลายเป็นเรียนเพื่อรู้เรียนเพื่อพัฒนาตนเอง
๒. สร้างเสริมความคิดสร้างสรรค์ เมื่อไม่มีเพดานมาขวางกั้นจินตนาการแล้ว เด็กสามารถคิดโดยไม่มีที่สิ้นสุด คิดโดยไม่ต้องสนว่าจะถูกตามแบบเรียนรึป่าว(ถูกใจผู้สอนรึป่าว)
๓. เสริมสร้างการตัดสินใจ เด็กจะกล้าตัดสินใจในสิ่งต่างๆในชีวิตมากขึ้น เนื้องจากไม่ต้องกลัวผิดพลาด (โรงเรียนทั่วไปสร้างให้เด็กกลัวควาามผิดพลาด แต่ที่นี่ให้เด็กเรียนรู้จากความผิดพลาด)
๔. สร้างวิชาการและการเรียนรู้ใหม่ๆอย่างไม่รู้จบ อาจจะมีวิชาที่เด็กอยากเรียนรู้เพิ่มขึ้นมาในโรงเรียน อย่างเช่นวิชา สมุนไพรศาสตร์ วิชาทอผ้าศาสตร์ วิชาพิธีกรรมศาสตร์ ซึ่งวิชาเหล่านี้จะพานักเรียนเติมโตไปมีความรู้ มีอาชีพ โดยไม่ต้องเข้าไปสู่ระบบอุดสาหกรรม แถมยังสร้างรายได้ เสริมฐานเศรษฐกิจให้มั่นคงอีกด้วย
๕. เกิดการวิจัยแบบบ้านๆขึ้นมากมาย ทำให้เกิดภูมิปัญญาใหม่ๆ เพิ่มขึ้นตลอดเวลา รวมถึงเด็กเรียนจบไปยังนำความรู้ไปประยุคใช้กับการใช้ชีวิต เกิดนวัตกรรมใหม่ๆมากมาย แล้วนวัตกรรมที่เกิดมาพวกนี้จะเกิดมาแบบอัตโนมัติ เกิดมาจากพื้นฐานทางความคิด หรืออาจเรียกได้ว่าเกิดมาแบบอัตโนมัติ