ศึกษาดูงานที่ C-asean center
โดย ดร.การดี เลี่ยวไพโรจน์
30 เมษายน 2558
ดร.การดี: ความตั้งใจของ C ASEAN เกิดจากภาคเอกชน หน้าที่ของประชาชนที่ทำให้เกิดศูนย์นี้ขึ้นมา มีแรงบันดาลใจจาก UN กำลังคน ความสามารถเพื่อสร้างเสริมการพัฒนาในภูมิภาค
WEF มีแนวโน้มในอนาคตข้างหน้า
เตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นพลเมืองอาเซียนได้ในอนาคต
ผู้ประกอบการขนาดเล็ก มีความฝันและเป็นกลไกของการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ นอกจากเด็กไทยแล้วยังส่งเสริมเด็ก ASEAN สร้าง Platform ในการเชื่อมโยง
10 ประเทศ อาเซียน คือ Base ของ C ASEAN 10 ปี หลังจากนี้ตั้งเป้าให้เป็น C ASEAN ของอาเซียน
มีขั้นตอนในการพัฒนาดังนี้
- -ร่วมมือกันและมีเครือข่าย
- -ให้และได้รับ
- -ข้อตกลงและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
- -การพัฒนาตนเอง
Flagship Project-Startup Runway มี 3 ขั้นตอน
- -คิดเองให้ได้
- -ทำเองให้ได้ มีการจัดการ
- -ขายได้ด้วย การเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่างๆ
Startup Runway เน้นเรื่องธุรกิจ
C ASEAN Academy สิ่งที่เห็นเหมือนกันคือ การมี passion ของคนที่อยากจะเรียนรู้
ทักษะการเรียนรู้ ทักษะของการคิดเป็นระบบ
มีการเรียนรู้เรื่องภาษาและวัฒนธรรม
อะไรที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอนก็จะสอนที่นี่ให้หมด ทั้งonline และ Offline
CAF เกิดจากการรวมตัวของคนที่มีความสนใจคล้ายๆกัน ตั้งส่วนของการวิเคราะห์
Crowdfunding platform มีการทำมานานแล้วตั้งแต่อดีต
เป็นการช่วยระดมทุน ไม่จำเป็นต้องง้อระบบธนาคาร มีบทบาทสำคัญมากในอนาคต เพราะสามารถเข้าถึงเงิน ตลาด ได้
ASEAN Innovation week จุดเริ่มคืออยากสร้างอะไรให้กับประเทศไทย
Intelligence Center ให้กับศูนย์ C-ASEAN ทำวิจัยในส่วนที่คนอยากรู้ เพื่อพยากรณ์ในอนาคต ประกอบด้วย ห้องสมุดแบบสาธารณะ DATABASE ต่างๆ
คำถาม
1. ทำไมเจ้าของเงินถึงได้ทำสิ่งเหล่านี้ อยากถาถึงกระบวนการ
ดร.การดี: ขอบคุณเจ้าของไอเดีย คือ มาจาดคุณฐาปนะ และคุณพิเชษฐ์ มีแนวคิดคือศูนย์อาเซียน และมีโอกาสได้ร่วมคิดในกระบวนการ และมีการพัฒนา มี focus group ขึ้นเรื่อยๆ ทางผู้ก่อตั้งไม่ได้อยากเป็นเจ้าของคนเดียวโมเดลนี้สำเร็จได้ต้องมีคนที่มี passion ในเรื่องเดียวกัน
ภารกิจ มีการทำสิ่งที่ตั้งใจ ในการพัฒนาเชื่อมโยงสิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน
2. C asean จะกลายเป็นมูลนิธิหรือไม่
ดร.การดี: เป็นแนวทาง แต่เพื่อการที่จะสร้างความยั่งยืน จะมองเป็น Business model และมองเป็น Hybrid model ในบางธุรกิจ
3. บุคลากรที่นี้หาอย่างไร
รับสมัครเข้ามาใหม่ทั้งหมด ตอนนี้มีประมาณ 20 คน ร่วมมือกับสถานบันการศึกษา เช่น ม.กรุงเทพ นิด้า กลุ่มที่จับมือมากกว่าเป็น practitioner นอกจากตำราที่เรียนจากมหาวิทยาลัย