วัฒนธรรมองค์กร และการบริหารการเปลี่ยนแปลง
โดย ศาสตราจารย์ ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่
ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์
29 เมษายน 2558
ศาสตราจารย์ ดร.ชาติชาย: การปรับตัวเท่าทันการเปลี่ยนแปลง คือ รู้ เห็น และเลือกทำสิ่งใหม่ที่ดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต
Allan: กล่าวว่า สรรพสัตว์ปรับตัวได้ด้วยการเกาะกลุ่มและเรียนรู้ร่วมกัน
1. มีความคิดริเริ่ม/พฤติกรรมใหม่
2. การแผ่กระจายความคิด/พฤติกรรมใหม่
3. การเคลื่อนย้ายไปตามที่ต่างๆ
(Allan Wilson, Zoologist, U.C. – Berkeley)
(Titmice V.S. Red Robins)
องค์กรส่งเสริมความคิดใหม่ และมีแรงต่อต้านภายใน สามรถขัยเคลื่อนได้หรือไม่
หลังลีกวนยูเสียชีวิต ประเทศสิงคโปร์เริ่มมองว่าทางการศึกษาต้องทำอย่างไร
- -เรียนเพื่อนำไปปฏิบัติได้ ที่ทำได้ดีกว่าคนดี
- -เรียนเพื่อให้ปรับตัวได้เองตลอดชีวิต
- -มหาวิทยาลัยนันยางมีการวัด เพื่อวัด CQ คือ ความปรีชาชาญทางวัฒนธรรม
- -ปรับโรงเรียนไม่ได้ให้มีมิติเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ต้องรื่นรมย์ทางศิลปวัฒนธรรมด้วย
- -การปรับเปลี่ยนทัศนคติของคน
มีองค์กรเกิดขึ้นเรียกว่า HYBRID Enterprise เน้นการปรับตัว มีแนวโน้มว่าบริษัทห้างร้านมองธุรกิจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องจัดการสังคมด้วย หนังสือของ Peter drucker ชี้ให้เห็นว่าผู้บริหารต้องบริหารสังคมให้เก่งเพื่อให้สังคมอยู่รอด โลกทุนนิยมเปลี่ยนความคิดของคน สร้างความเหลื่อมล้ำ เกิดความคิด CSR( Corporate Social Responsibilities ) และเปลี่ยนเป็น CSV (Creating Shared Value)
CSV คนไม่ค่อยเข้าใจว่าใช้ได้จริงหรือไม่ มองว่าบริษัทต้องดูตลาดใหม่ที่ผู้บริโภค strong เกิดแนวคิดเรื่อง The bottom of the pyramid theory คนกลุ่มนี้มีกำลังบริโภคขนาดใหญ่ ตลาดล่างสำคัญมาก บริษัทได้ผลกระทบคือ The disruptive Innovation model คือ การแยกแยะคนกลุ่มหนึ่ง ต้องทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันด้วย
Value Creating System (Value Constellation)
Co-Value creation
Co-dependency and co-evolution ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนและระบบนิเวศน์
Co-learning การสื่อสารแลกเปลี่ยน แชร์ความรู้
Co-Invention คิดเรื่องใหม่ๆ
Co-Existence การอยู่ได้กับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
Formulating New Business model
Value preposition เราเป็นธุรกิจที่ให้ประโยชน์กับใคร และสอดคล้องกับช่วงเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
Value Constellation ชุดหรือกลุ่มของคุณค่าที่ต้องแชร์กับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเรา
Value Constellation สร้างชุดของคุณค่าและมูลค่า นำไปสู่โมเดลเรียกว่า
Social Business model
- -Value proposition
- -Social Profit equation
- -Value constellation
- -Economic profit equation
เช่น IKEA มาเมืองไทยเป็นที่รวมของบริการต่างๆนอกจากเฟอร์นิเจอร์ รับบริการออกแบบบ้าน รับจ้างบริหาร มีร้านอาหาร ที่ทุกคนได้ประโยชน์
เช่น Lyonnaise des Eaux และ VEOLIA เป็นบริษัทมีความเก่งเรื่องบริหารการเงิน กฎหมาย ทำอย่างอื่นได้นอกเหนือจากการขายน้ำ
สิ่งสำคัญคือการปรับตัว แต่องค์กรที่ใหญ่และโดยธรรมชาติของมนุษย์ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ความไม่อยากเปลี่ยนเป็นตัวสำคัญที่ต้องทะลาย จึงเป็นเหตุให้ต้องมีเรื่องการจัดการกับการเปลี่ยนแปลง
ทำอย่างไรถึงจะให้สร้างความสามารถของทุกคนเพื่อให้เกิดการ Anticipate future issues หน้าที่ของผู้บริหารคือ จัดการเรื่องอดีตให้เร็ว เพื่อจัดการเรื่องอนาคตโดยต้องหา Being business partner ที่สำคัญเมื่อคิดได้ วางคนได้แล้วเราต้องให้เขาและเราเปลี่ยนไปพร้อมๆกัน โดยสร้างคนที่เรียกว่า Change Facilitators จึงจะมี result เกิดขึ้นที่ทุกคนรู้สึกว่า win
การต้องมี Sustained excellence และมีกระบวนการที่ Success in adding values
ขั้นตอนสู่ความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลง มี 8 ขั้นตอน ดังนี้ (Kotter)
1. การกระตุ้นให้ผู้คนเคลื่อนไหวสร้างเป้าหมายจุดประสงค์ที่เป็นจริง (Establishing a greater sense of urgency)
2. สร้างทีมงานที่เข้มแข็ง (Creating the guiding coalition) โดยการนำคนที่เหมาะสม มีความเชี่ยวชาญ มีอารมณ์ร่วมกับงานและมีความสามารถฝีมือที่จะเข้ามาทำงานที่ได้รับมอบหมาย
3. มีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง (Developing a vision and strategy) นำพาทีมงานมาร่วมกำหนดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการทำงาน และควรที่จะตั้งมั่นบนความรู้สึกและสิ่งสร้างสรรค์เพื่อที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะก่อให้เกิดประสิทธิผล
4.การสื่อสารต้องมีการให้คนเข้ามามีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด(Communicating the change vision) สื่อสารในสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้ใจความเข้าใจง่ายและตอบสนองความต้องการของผู้คน
5. ให้อำนาจในการตัดสินการกระทำ (Empowering others to act) โดยการกำจัดอุปสรรคที่ขัดขวาง ต้องทำให้เกิดผลตอบรับและได้รับการสนับสนุนจากผู้นำ ต้องมีผลตอบแทนเมื่อสำเร็จและการรับรู้ต่อความคืบหน้าและสิ่งที่ประสบผลสำเร็จ
6. ต้องสร้างชัยชนะในระยะสั้น (Creating short-term wins) กำหนดเป้าหมายที่สามารถบรรลุได้ง่าย ต้องมีการเริ่มบริหารสิ่งใหม่ๆและต้องประสบผลสำเร็จให้ได้ระดับหนึ่งก่อนที่จะไปเริ่มทำสิ่งใหม่เป็นอันดับต่อไป
7. ต้องสร้างแรงบันดาลใจและมีความเพียรพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง(Consolidating gains and producing even more change) มีการสนับสนุนให้ทำรายงานความก้าวหน้า
8. ต้องสร้างวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลง (Institutionalizing changes in the culture) ต้องมีการตอกย้ำค่านิยมของความสำเร็จจากการเปลี่ยนแปลงผู้นำใหม่ โดยการตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมขององค์กร
คำถาม
ปัจจุบันกฟผ.คุ้นกับ CSR แต่ CSV ไม่คุ้นเคย อยากถามว่าความแตกต่างคืออะไร
ปัจจัยทีขับเคลื่อน CSV คืออะไร
ศ.ชาติชาย: CSV เป็นสัญลักษณ์ ให้เกิดเป็นความหวงแหน มูลค่าทางการเงินเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ศ.ดร.จีระ: เราเป็นองค์กรที่แข็ง จัดองค์กรเป็นแนวลึก ในทางทฤษฎีเป็น networking organization ต้องมีการ share value เรียนรู้สิ่งที่มากกว่าวิศวะ เราต้องมีเรื่องเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เราต้องเป็นเครือข่ายของคนที่เรียนหนังสือร่วมกัน
ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์:
การบริหารการเปลี่ยนแปลง
- -การสร้างความผูกพันกับองค์กร แต่ปัญหาคือ หัวหน้าไม่เคยดูแลลูกน้อง ไม่เคยใช้กระบวนการการเป็นพี่เลี้ยง การให้ feedback ต่างๆ เพราะคนไทยยังติดอยู่กับ การเกรงใจ รักษาหน้า
- -โค้ช เป็นบทสนทนา พฤติกรรมของโค้ชที่สำคัญคือต้องเป็นบทสนทนา
- -ระบบ performance management เป็นระบบที่สำคัญมาก จะเป็นระบบที่พัฒนาคนในองค์กรที่จะให้สำเร็จตาม KPI
ศ.ดร.จีระ: ทุกองค์กรคิดว่า KPI จะกำหนดเป้าหมายทางการเงินอย่างเดียว แต่กระบวนการในการสร้างคนเป็นเรื่องสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของการใฝ่รู้ ในเรื่องงานเป็นหน้าที่ของทุกคน
ดร.ศิริลักษณ์: ปัจจุบันคนในองค์กรทำงานในความกลัว โลกปัจจุบันธุรกิจเปลี่ยนไป โลกต้องมีการปรับตัว
ตัวอย่าง ค่านิยมสู่การปฏิบัติ
ค่านิยม คืออะไร
ทำไมจึงมีความสำคัญต่อองค์กร
พฤติกรรมเชิงบวก ต้องการเห็นอะไร
พฤติกรรมเชิงลบ ไม่ต้องการเห็นอะไร
ความขัดแย้ง (ที่ลงตัว)
ปัญหาของการเปลี่ยนแปลง
1. อุปสรรคของการเปลี่ยนแปลง
2. องค์กรยังขาดความสามารถ
3. การเปลี่ยนแปลงมักจะเกี่ยวข้องกับคนระดับสูง แล้วคนระดับล่างๆไม่ทราบเรื่อง
ความเชื่อมโยงของแนวคิดกับค่านิยม (GE 1980-1990)
ค่านิยม
เคารพผู้บริหารระดับสูง
ยึดมั่นกระบวนการ
กำหนดงบประมาณที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่กำหนดไว้
เชื่องช้า ระเบียบวิธีการทำธุรกิจ
ซ่อนความขัดแย้งไว้ใต้โต๊ะ ไม่ต้องการให้มารบกวนความมั่นคง
หลังจากนั้นเป็นแนวคิดของ Jack welch GE ปี 1992
โดยมีแนวคิด
ปรับเปลี่ยนกิจการเก่าๆหรือโตเต็มที่
ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่เติบโตเร็วและธุรกิจใหม่
กระจายอำนาจระหว่างส่วนกลางและหน่วยงาน
ให้แต่ละธุรกิจกำหนดกลยุทธ์ของตนเอง
13 ธุรกิจหลัก ไม่ใช้หน่วยธุรกิจย่อย
ค่านิยม
ความเร็ว (Speed)
ความเรียบง่าย (Simplicity)
ความมั่นใจในตนเอง (Self-Confidence)
ความยืดหยุ่น (Stretch)
ไม่มีขอบเขต (Boundarylessness)
ทฤษฎี Kotter เป็นเรื่องการวางแผน แต่ต้องสร้างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในการดึงศักยภาพของคน
เรื่องความผูกพันนั้น หากหัวหน้าสามารถคุยกับลูกน้องทุกเรื่อง จะเกิดการผูกพันเอง
แนวทางการทำงานถ้าทุกคนมองเรื่องมุ่งธุรกิจสร้างรายได้มากขึ้น ผู้บริหารจะรู้จักกันในงานอย่างเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน ต้องให้ผู้บริหารระดับสูงเป็นตัวนำ เพื่อให้รู้กระบวนการการเปลี่ยนแปลง
ลูกน้องในทีมทำวิจัย ทำนโยบาย ทุกกลุ่มต้องไปค้นคว้า สัมภาษณ์ ดูงานในบริษัทชั้นนำ ต้องสามารถให้คำแนะนำที่อยู่บนข้อเท็จจริงที่สามารถมาใช้ได้ในองค์กร
สิ่งสำคัญต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ กระบวนการของการถ่ายทอดและพัฒนา อาจจะออกมาเป็นรูปแบบของการทำ workshop ทุกคนต้องเข้าหลักสูตรตามมาตรฐาน
ต้องมีการ rethinking
Organization capabilities
Leading to strong culture
Business
- -Business strategy
- -Business model
- -Business process
- People
- -Leadership
- -Performance management ถ้าให้ feedback ลูกน้องบ่อยๆจะมีจริยธรรมในตัวเอง
- -Learning and development
- เพื่อไปสู่การ
- -Collaboration
- -Engagement
- -Learning culture
- -Adaptability
- -Ethics/code of conduct
คนที่เป็น Mentor ต้องเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี
เราสามารถคุยกับลูกน้องได้ตลอด ไม่ได้เป็นผู้นำในการทำงานเท่านั้น ต้องเป็นผู้นำทางจิตใจ
Rethinking องค์กร
สิ่งที่เราต้องทำคือ
- -Structure
- -Systems
- -Processes
- -Practices
- สิ่งที่ต้องรู้คือ
วัฒนธรรมองค์กรตอนนี้จุดแข็ง และจุดอ่อนตรงไหน
- -จุดแข็งคือ บุคลากรที่เชี่ยวชาญในธุรกิจที่ทำมา 50 ปี แต่ธุรกิจยังไม่มีของใหม่
- -จุดอ่อน คือ ต้องปรับเปลี่ยน mindset การสร้างโค้ชเป็นส่วนน้อยมากในองค์กร เราจะทำให้เปลี่ยนได้อย่างไร ทั้งวิธีการจะทำอย่างไร
- -จุดแข็ง คือ ความเชี่ยวชาญของตัวเอง
- -จุดอ่อน คือ Mindset
ดร.ศิริลักษณ์: พนักงานที่เป็นลูกน้องต้องรู้เรื่องด้วย เพราะเป็นเรื่องของพฤติกรรม ที่ต้องให้ feedback ซึ่งกันและกัน ถ้าหัวหน้ารู้ฝ่ายเดียว ว่าเป็นพฤติกรรมที่ดี แสดงว่ายังไม่บรรลุเป้าหมาย การพูดกับลูกน้องถ้ายังไม่เกิดผลในครั้งแรกอย่าเพิ่งถอดใจ ให้พูดไปเรื่อย ๆ
สิ่งที่คาดหวังจะใช้ town hall ให้คนรู้จักกันมากขึ้น ให้รางวัลคนที่ทำดี ต้องใช้กระบวนการหรือวิธีการที่แข็งแรงเพื่อให้คนเปลี่ยน mindset ได้
ให้ค้นหาว่ามีพฤติกรรมไหนบ้างที่สำคัญ เพื่อให้คนของเราทำอะไรแตกต่างกันออกไปจากเดิม
มีความภาคภูมิใจและมีความผูกพันในองค์กร
พัฒนาตัวเองให้เป็นนักเล่าเรื่อง โดยเล่าเรื่องแห่งความสำเร็จ
การจะเปลี่ยนอย่างมีประสิทธิภาพคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน