ออกกำลังกายหลังผ่าตัด (มะเร็ง) เต้านม
สมพัฒน์ จำรัสโรมรัน ที่ปรึกษาด้านการออกกำลังกาย
ปัจจุบันผู้หญิงเป็นมะเร็งเต้านมกันมากขึ้น และมีจำนวนไม่น้อยที่ต้องตัดเอาต่อมน้ำเหลืองบางส่วน หรือตัดเอาเต้านมที่เป็นมะเร็งออกไป ซึ่งการผ่าตัดอาจจะส่งผลให้แขนข้างที่ผ่าตัดไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนปกติ แต่การออกกำลังกายสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้
สาเหตุที่ทำให้แขนข้างที่ผ่าตัดเอาต่อมน้ำเหลืองหรือเต้านมออกไปไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนปกติ ก็เนื่องจากต้องมีการตัดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกบางส่วนหรือทั้งหมดออกไปพร้อมกับเต้านมด้วย นอกจากนี้เส้นประสาทก็อาจจะกระทบกระเทือน จึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณสะบักกับแขนเกิดอาการอ่อนแรง และอาจมีอาการเจ็บร่วมกับอาการชาที่แขนด้วย แต่การออกกำลังกายหลังการผ่าตัด นอกจากจะช่วยให้แขนเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบอื่นๆ จากการรักษาอีกด้วย เช่น ช่วยลดอาการอ่อนล้าจากการได้รับเคมีบำบัด ลดน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น ลดการหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควร รวมถึงลดความวิตกกังวลลงและเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเองด้วย แต่ก่อนเริ่มออกกำลังกายควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำก่อนว่าสามารถทำได้ในระดับใด มากน้อยแค่ไหน และมีข้อห้ามหรือข้อควรระวังอย่างไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย
โดยการออกกำลังกายหลังการผ่าตัดของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ช่วงดังนี้
ช่วงที่ 1-2
หมายถึงหลังจากการผ่าตัดทันทีจนถึงประมาณ 6 สัปดาห์หลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องการคำแนะนำจากแพทย์และนักกายภาพบำบัด รวมถึงยังไม่ควรใช้อุปกรณ์ใดๆ ในการออกกำลังกาย แต่ถ้าจะใช้ อาจใช้ไม้พลองหรือผ้าขนหนูเบาๆ สำหรับช่วยในการเคลื่อนไหว หรือเพื่อรักษาระดับการเคลื่อนไหวของหัวไหล่และแขนไม่ให้เกิดการรั้งและยึดติด รวมถึงช่วยลดอาการปวดและบวมด้วย เนื่องจากกล้ามเนื้อแขนอาจเกิดการอ่อนแรงขึ้นได้ในช่วงนี้ จึงควรใช้แขนข้างที่เป็นปกติช่วยจับหรือนำในการเคลื่อนไหว
ตัวอย่างท่าการออกกำลังกายสำหรับช่วงนี้ก็อย่างเช่น นอนหงายแล้วยกแขนขึ้นไปเหนือศีรษะด้วยไม้พลอง เมื่อยกจนสุดแล้วอาจจะค้างไว้ประมาณ 10-30 วินาที โดยทำประมาณ 1-2 เซต เซตละ 5 ครั้ง ซึ่งท่านี้จะช่วยในการเคลื่อนไหวของหัวไหล่
อีกท่าคือประสานมือไว้ที่ท้ายทอย แล้วกดศอกลงให้แนบกับพื้น เป็นต้น ซึ่งเป็นท่าที่ทำได้ตลอดเวลา หรืออาจจะทำประมาณ 2-3 รอบในแต่ละวันก็ได้
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ในช่วงที่ 1-2 นี้ ผู้ป่วยยังควรเน้นการเคลื่อนไหวของหัวไหล่และแขนด้วยการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น การอาบน้ำ หวีผม แต่งตัว หรือหยิบจับช้อนส้อมเวลารับประทานอาหาร เป็นต้น
ช่วงที่ 3
อยู่ระหว่างสัปดาห์ที่ 6-10 หลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นช่วงที่แผลเริ่มหายสนิทดี ทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมากขึ้น จึงสามารถออกกำลังกายที่ต้องใช้น้ำหนักมากขึ้นได้ แต่ควรอยู่ที่ประมาณ 1-5 ปอนด์ โดยอาจจะใช้ดัมเบลล์และลูกเมดิซีนบอล หรือใช้อุปกรณ์ที่เป็นสายยางยืด ที่เรียกว่า elastic bands หรือ tubing ก็ได้ ซึ่งการออกกำลังกายในช่วงนี้ยังคงต้องได้รับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดเหมือนในช่วงแรกอยู่
ช่วงที่ 4
หมายถึงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 10 หลังการผ่าตัด ซึ่งยังควรออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวบริเวณหัวไหล่และแขน อย่างต่อเนื่อง โดยค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักเข้าไปในขณะฝึก และใช้อุปกรณ์การออกกำลังกายในลักษณะเดิมได้ ทั้งสายยางยืดและลูกเมดิซีนบอล นอกจากนี้ยังควรออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับส่วนอื่นของร่างกาย และเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานของทั้งระบบหัวใจ การหมุนเวียนของเลือด เช่น การออกกำลังกายแบบแอโรบิกด้วยการเดินเร็ว วิ่งจ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ ซึ่งจะช่วยให้มีการเคลื่อนไหวของหัวไหล่และแขนด้วย