เห็นด้วยครับ แต่ทุนนิยมที่พูดถึงในบทความน่าจะเป็นทุนนิยมในยุคก่อนกำแพงเบอลินถูกทำลาย หลังจากกำแพงเบอลินถูกทำลายอะไรๆมันก็เปลี่ยนไป เงินไม่ได้กระจุกอยู่กับคนที่ครอบครองโรงงานอุตสาหกรรมอีกต่อไป
การศึกษาในยุคปัจจุบันถูกสร้างมาเพื่อป้อนแรงงานเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม ซึ่งหมดยุคไปแล้วหละครับ
ยุคหลังกำแพงเบอลินถูกทำลายคือยุคข้อมูลข่าวสาร และก็มีคนประตัวได้ย้ายเงินมาอยู่กับตัวเอง เช่น บิล เกต ,วอเรน บับเฟต ,ริชาร์ต แบรนสัน แล้วก็คนอื่นอีกมากมาย ยุคของ เฮนรี่ฟอร์ต ,โทมัตเอดิสัน เริ่มที่จะถดถอยลงทุกวัน
คนที่หลุดพ้นแนวคิดยุคอุตสาหกรรมมาได้ก็กลายเป็นคนที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินเดือน สร้างรายได้ด้วยข้อมูลข่าวสาร เช่น มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก ,สตีฟ จ๊อบ ,เลลรี่ เพจ ,คนไทยก็มีมากมาย เช่น คุณทักษิณ ชินวัตร,คุณวิสุทธิ์ แสงอรุณเลิศ ,คุณสุรบถ หลีกภับ ,คุณชาติชกาศ วัยกวี เป็นต้น

ออลืมไปครับ นอกเรื่องไปไกลเลย ผมว่าการศึกษาสมัยใหม่ควรมุ่งเน้นไปในแนวทางที่เสริมสร้างการ การเท่าทัน และความสร้างสรรค์ ตัดการปิดกั้นทางความคิดที่กระทรวงศึกษาทำอยู่ออกไป ให้อิสรในการคิดเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญให้เด็กได้ทดลองทำผิดมากๆ เรียนรู้การแก้ปัญหามากๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างไม่สิ้นสุด การศึกษาทุกวันนี้ ทำโทษคนทำผิด ให้รางวัลคนที่ผิดพลาดน้อยที่สุด ทำให้เด็กไม่กล้าผิดพลาด จนโตมาไม่กล้าสร้างสรรค์ ไม่กล้าลงมือทำอะไรใหม่ๆ
สุดท้าย ความรู้ทางการเงินสำคัญ ให้ความรู้ทางการเงินกับเด็กด้วย แต่จะเป็นไปได้ไงในเมื่อครู ร้อยละเก้าสิบเก้าก็ยังมีปัญหาทางการเงินอยู่เลย