1 สิงหาคม 2549
ตัดต่อและเรียบเรียงจาก “SLOW FOOD SAVES THE WORLD” ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสาร a day weekly ฉบับที่ 027 19-25 พฤษภาคม 2547 เขียนโดย กรรณิการ์ กิจติเวชกุล
เรียบเรียงโดย สิริลักษณ์ ศรีประสิทธิ์


 

ความย่อ : หากวิเคราะห์เปรียบเทียบ เชื่อว่าบรรยากาศการรังเกียจความแตกต่างทั้งเชื้อชาติ ศาสนา และวิถีปฏิบัติไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะที่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น เพราะนับตั้งแต่ความรุนแรงในภาคใต้เริ่มปะทุ จวบจนหลังเหตุการณ์ที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ข้อความและความรู้สึกที่แสดงออกตามชุมชนอินเทอร์เน็ตในเวบบอร์ด แชตรูม และชุมชนเอสเอ็มเอสหน้าจอทีวีของไทยก็ออกอาการรังเกียจความแตกต่างหลากหลายอย่างสุดขีดเช่นกัน ซึ่งความแตกต่างน่ารังเกียจขนาดนั้นเชียวหรือ?? ทำอะไรเหมือน ๆ กัน เป็นอะไรเหมือน ๆ กันกินเหมือน ๆ กัน เชื่อเหมือน ๆ กันน่าจะดีที่สุดอย่างนั้นใช่ไหม?? คำตอบคือ ไม่น่าจะใช่ กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ขอถือโอกาสนี้พาคุณผู้อ่านไปพบความหลากหลายอันงดงามและอาจจะเป็นทางเลือกที่จะทำให้โลกกลับสู่สันติสุขได้โดยผ่าน…อาหาร

โลกาภิวัตน์แบบแดกด่วน (Fast Food)
ที่ต้องการความเหมือนหนึ่งเดียว

คุณรู้หรือไม่ว่า อุตสาหกรรมเกษตรที่เน้นการผลิตคราวละมาก ๆ ทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อย่างเข้มข้น ใช้ทรัพยากรอย่างไม่จำกัด ถางป่า ขุดภูเขา สร้างเขื่อน จับสัตว์ธรรมชาติอย่างทำลายล้าง ทำให้ ทุกวันนี้ มีพืชเพียง 30 ชนิดที่เลี้ยงประชากรเกือบ 95% ของโลก, ในช่วงศตวรรษที่แล้วพืชผักกว่า 30,000 ชนิดหายไปจากโลกนี้ และทุก ๆ 6 ชั่วโมงจะมีพันธุ์พืชสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ 1 ชนิด, ตั้งแต่เริ่มศตวรรษที่ 20 ความหลากหลายของพืชอาหาร 75% ในทวีปยุโรปสูญหายไป, ช่วงเวลาเดียวกัน 93% ของความหลากหลายของพืชอาหารในสหรัฐอเมริกาสูญหายไป, 33% ของพันธุ์สัตว์ปีกที่หลากหลายทั่วโลกกำลังสูญหาย หรือตกอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ และ 1 ใน 3 ของวัว แกะ และหมูพันธุ์พื้นเมืองส่วนใหญ่สูญพันธุ์ไปแล้ว และที่เหลือกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติใกล้จะสูญพันธุ์

นอกจากนี้ สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ไก่เหลืองพันธุ์พื้นเมืองชั้นดีของฮังการีสูญพันธุ์ไป, สงครามโคโซโว ทำให้หมูดำพันธุ์สโลวาเนียที่ใช้ทำ เซอร์รามี (แหนมฝรั่ง) ที่พิเศษที่สุดชนิดหนึ่งสูญพันธุ์, ก่อนสงครามอัฟกานิสถาน ประเทศนี้มีองุ่นหลากหลายพันธุ์มาก ตั้งแต่องุ่นเขียวไร้เม็ดขนาดเล็กเท่าถั่วดำคุณภาพดีสามารถผลิตไวน์ชั้นเลิศ ไปจนถึงองุ่นสีม่วงเม็ดโตรสพิเศษใช้ทำเป็นลูกเกดรสเลิศ แต่ปัจจุบันนี้หลงเหลืออยู่น้อยมากเพียงไม่กี่สายพันธุ์เท่านั้น และอิสราเอลแย่งชิงทั้งน้ำและที่ดินจากปาเลสไตน์ ต้นมะกอกเก่าแก่หลายพันเอเคอร์ก็ถูกรถรบของกองทัพอิสราเอลกราดทับเรียบราบ

ไม่เพียงแค่นั้น วัวทังโกกุของญี่ปุ่น สู้วัวในฟาร์มอุตสาหกรรมไม่ได้ ทั้งที่ไขมันน้อย ทานได้ทุกวัน, วัวไซบีเรียที่เหมาะกับภูมิอากาศท้องถิ่น ถูกตีตลาดด้วยเนื้อวัวราคาถูกจากต่างถิ่น, ไก่แอฟริกาหลากหลายพันธุ์ที่ออกไข่หลากสีสันตั้งแต่ไข่สีแดงไปจนถึงไข่สีดำ ไข่สีเขียวตามธรรมชาติ และมีลักษณะพิเศษเหมาะกับท้องถิ่น เช่น ขนน้อย ทนอากาศร้อนในทวีปแอฟริกาได้ดี ไขมันน้อย หนังบาง กลับสู้ไก่อุตสาหกรรมเนื้อเละ ๆ ราคาถูก ๆ จากสหภาพยุโรปที่เข้ามาตีตลาดไม่ได้, ชาวประมงจับกุ้งในรัฐหลุยส์เซียนาแทบจะต้องล้มละลาย เพราะกุ้งที่เขาเลือกจับแบบพิถีพิถัน เลือกขนาดที่โตเต็มที่ ไม่ใช้อวนลากอวนรุนกวาดเอาสัตว์น้ำที่ไม่ต้องการติดมาด้วย สู้กุ้งกุลาดำราคาถูกจากนากุ้งที่ถางป่าชายเลนจนเกือบเรียบด้ามขวานไทยไม่ได้

นอกจากนี้ ชีสราคาถูกจากโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้ชีสพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์แต่ละท้องถิ่นกำลังหดหายไป ทั้งที่ชีสจากโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้ทำจากนมด้วยซ้ำไป หลายคนยังไม่กล้ายืนยันว่า มันควรเรียกว่า อาหาร, พืชน้ำมันคาโนลาจีเอ็มโอของบริษัทมอนซานโตและบริษัทเอเวนติส กระจายปนเปื้อนไปยังฟาร์มคาโนลาของเกษตรกรอินทรีย์ที่เมืองสเก็จเชวาน ประเทศแคนาดา ทั้งที่อยู่ในแปลงและในโรงเก็บ ปัจจุบันเกษตรกรอินทรีย์ที่เมืองสเก็จเชวานไม่สามารถทำเกษตรอินทรีย์ขายใครได้อีกต่อไป พวกเขาจึงต้องรวมตัวกันฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก 2 บริษัทนี้

Slow Food Movement

เมื่อ 18 ปีที่แล้ว คาร์โล เพตรินี นักข่าวชาวอิตาเลียน ผู้ก่อตั้ง Slow Food Movement ขึ้นมาเพื่อปกป้องวัฒนธรรมอาหาร เขากล่าวว่า เราถือกำเนิดจากสมาคมคนรักอาหารที่หลงใหลและใส่ใจในอาหารและไวน์ที่กำลังถูกทำลายเพราะวิถีชีวิตอันเร่งรีบ วิถีชีวิตและการผลิตอาหารที่กำลังทำให้รสชาติอาหารเหมือนกันไปหมด และทำลายวัฒนธรรม เรื่องน่าเศร้าที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ เกษตรกรร่ำรวยผลิตอาหารเพื่อคนในประเทศยากจน ส่วนคนจนผลิตอาหารเพื่อคนร่ำรวย ทั้งที่ยังมีหนทางที่ 3 คือ ความเป็นธรรม ราคายุติธรรมและคุณภาพ”

มูลนิธิสโลว์ฟู้ด เริ่มจากการเสาะหาอาหารท้องถิ่นคุณภาพเยี่ยมที่กำลังจะสูญหาย ให้การสนับสนุนเพื่อรื้อฟื้นให้คืนกลับมาในนามโครงการ The Ark of Taste เปรียบเหมือนเรือของโนอาห์ที่พยายามรวบรวมสัตว์ทุกชนิดก่อนที่น้ำจะท่วมโลก พวกเขายังมีโครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นในการดำรงการผลิตทั้งอาหารที่มีคุณค่ากับวัฒนธรรม ในชุมชมท้องถิ่นอีกด้วย

Slow Food หมายความถึงการเพาะปลูก การผลิต ที่เคารพธรรมชาติ เคารพภูมิปัญญาท้องถิ่น และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ฉะนั้น ทุก 2 ปี มูลนิธิสโลว์ฟู้ดจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน เพื่อให้คนในเมืองได้สัมผัสกับรสชาติอาหารที่แท้จริง ที่ไม่ได้ออกจากโรงงานอุตสาหกรรมแดกด่วน

แซค โกลด์สมิธ บรรณาธิการของดิ อิโคโลจิส เจ้าภาพจัดงานเทศกาลชิมอาหารสโลว์ ฟู้ดในมหานครลอนดอนเพื่อต้านพืชและอาหารจีเอ็มโอเมื่อต้นปี กล่าวว่า ปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รายได้ของแมคโคนัลด์ลดลง และอาหารอินทรีย์กำลังเป็นกระแสความต้องการหลักของผู้บริโภค เกลียดอาหารฟาสต์ฟู้ด เพราะผลิตจำนวนมาก มีพลังอำนาจที่จะทำลายชีวิตทั้งคนและสิ่งแวดล้อม การผลิตเชิงเดี่ยวเพื่อป้อนอุตสาหกรรมอาหารทำลายวิถีชีวิตของเกษตรกรทุกที่บนโลก”

สโลว์ฟู้ดจะเป็นทางออกที่ช่วยกอบกู้โลก”

 

Terra Madre แผ่นดินแม่

ปีนี้(2547)เป็นปีแรกที่มูลนิธิสโลว์ฟู้ดหาญกล้าจัดงานใหญ่ Terra Madre ซึ่งหมายถึงแผ่นดินแม่เพื่อเป็นการประชุมระดับโลกของชุมชนอาหารทั่วโลก มีคนมาร่วมงานถึง 4,888 คน มาจาก 1,202 ชุมชนของ 128 ประเทศทั่วโลก มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ 61 ห้อง มีตั้งแต่เรื่องเมล็ดพันธุ์ ข้าว น้ำ เนื้อ ชีส ไวน์ น้ำผึ้ง การค้า การตลาด การศึกษา และการทำความเข้าใจกับผู้บริโภค เพื่อช่วยกันค้นหาทางออกสำหรับวิกฤติอาหารและวัฒนธรรมของโลก

การประชุมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเมือง ภาค และกระทรวงเกษตรและป่าไม้ของอิตาลี ที่ออกทุนเชื้อเชิญชุมชนอาหาร มาจากทั่วโลก ชุมชนอาหารในที่นี้หมายถึงทั้งผู้ผลิต เกษตรกร ชาวประมง คนเลี้ยงสัตว์ ผู้ผลิตอาหาร ตลอดจนผู้บริโภค ซึ่งในที่นี้เรียกว่า ผู้ผลิตร่วม (co-producer) เพราะไม่ต้องการให้ผู้บริโภค บริโภคอย่างไม่คิดอะไรเท่านั้น แต่ควรต้องตระหนักถึงบทบาทของตัวเองในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ทรัพยากร และชีวิตชุมชนด้วย

ชุมชนอาหารทำหน้าที่ทางยุทธศาสตร์ที่จะสร้างความเท่าเทียมกันของสังคม เพราะชุมชนเกษตรกรรมคือชุมชนของความเป็นพี่เป็นน้อง ปราศจากซึ่งความเห็นแก่ตัว ทุกคนร่วมใจกันปกป้องรักษาดำรงวัฒนธรรมและพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ของเรา เชื่อมประสานทั้งความรู้เก่าและใหม่ ถือเป็นหน้าที่สำคัญของคนที่เลี้ยงดูโลก เป็นสัญลักษณ์ระหว่างคน ธรรมชาติ และชีวิต อาหารจากทุกที่ ข้าวจากเอเชีย ฟูฟูจากแอฟริกา จาปาตีจากอินเดีย พาสตาจากอิตาลี ขนมปังในยุโรป ฯลฯ แสดงถึงความหลากหลายและแสดงถึงเศรษฐกิจที่ต่อต้านความอดอยาก”

“อย่างไรก็ตามความสำคัญของสิ่งเหล่านี้ กำลังถูกทำลายโดยการบงการและครอบงำของกลุ่มทุนที่แสวงหากำไรเพื่อคนส่วนน้อย เอารัดเอาเปรียบแรงงาน ทำลายสิ่งแวดล้อม การต่อสู้เพื่อปกป้องความหลากหลายจึงเป็นความสำคัญของเกษตรกรทั่วโลก สำหรับเราที่เป็นคนผลิตเพื่อแผ่นดินแม่ เพื่อสิทธิเสรีภาพและอธิปไตย เรามีสิทธิที่จะจัดการทรัพยากรของเราเอง และต่อต้านบรรษัทข้ามชาติที่ผลิตจีเอ็มโอและสารเคมีเป็นการผลิตที่ค้านกับธรรมชาติ”

“ชุมชนเดียวไม่สามารถต่อสู้ได้โดยลำพัง เพราะมันมีทั้งการล็อบบี้ กดดัน และทำลาย เราจึงต้องรวมตัวกันกระจายข้อมูลข่าวสารแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อรักษามรดกแผ่นดินไว้ ผู้บริโภคจะมีชีวิตที่ดีได้ก็ต่อเมื่อผู้บริโภคตระหนักถึงการเป็นผู้ผลิตร่วมของตัวเอง เพื่อความพอใจ คุณภาพ สิทธิชุมชน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เราจึงจะฝ่าวิกฤตินี้ไปได้ ขอให้เราใช้ความเป็นพี่น้อง เพื่อนำไปสู่อิสรภาพและความเท่าเทียม” คาร์โล เพรตินี ประธานมูลนิธิสโลว์ฟู้ด กล่าว

Terra Madre ให้ความสำคัญกับคนเล็กคนน้อยในจุดต่าง ๆ ของการผลิต และยังเรียกผู้บริโภคว่าผู้ร่วมผลิต เพราะการบริโภคมีนัยยะแห่งการทำลายล้าง ไม่สนใจโลก ไม่สนใจสิทธิมนุษยชน ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งทุกวันนี้สิ่งที่ถูกเรียกว่าอาหาร มันไม่ใช่อาหาร แต่เป็นของเหลือจากสงครามสารเคมี มันเป็นสงครามต่อต้านเกษตรกรและต่อต้านโลก ทางเลือกที่เรากำลังสร้างอยู่นี้ เป็นพลังเพื่อนำไปสู่สันติสุข สันติภาพสำหรับทุกวัฒนธรรม ทุกวันนี้ คนมักจะกลัวความหลากหลาย แต่ถ้าคุณมาที่นี่ คุณจะรู้ว่า เราอยู่ร่วมกันได้แม้จะมีความแตกต่างกัน

มิเกล อัลทีอะรี นักวิชาการจากชิลี กล่าวว่า การรวมตัวของชุมชนอาหารครั้งนี้ ถือเป็นการท้าทายกระบวนทัศน์เกษตรกระแสหลัก ที่ชี้นำโดยประเทศร่ำรวยและเป็นรากฐานของความอดอยาก ไม่ใช่อาหารไม่พอ แต่เราใช้ปัจจัยภายนอกมากไป มีแต่ผู้ผลิตรายใหญ่เท่านั้นที่อยู่รอด เราต้องต่อต้านพืชตัดต่อพันธุกรรมที่อ้างว่าเพิ่มผลผลิต เพราะภัยร้ายแรงจากการปนเปื้อนนั้นรุนแรงกว่าที่คิด

และข้ออ้างที่ว่าการตลาดและเกษตรสมัยใหม่ช่วยเกษตรกรนั้นไม่เป็นความจริง แต่จะยิ่งทำให้เกษตรกรยากจนลง ฉะนั้นจึงต้องมีการเชื่อมผู้ผลิตกับผู้บริโภค หนทางที่จะนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารคือ ให้เกษตรกรมีที่ดินทำกิน ผู้ผลิตรายใหญ่ไม่ทุ่มตลาด เกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ มีเงินทุนให้เกษตรกรได้กู้ยืม ให้ลดการผูกขาด ให้มีการทำวิจัยสนับสนุน ต้องไม่มีจีเอ็มโอ และต้องไม่มีสิทธิบัตรสิ่งมีชีวิต ทั้งนี้แบบแผนเศรษฐกิจที่ถูกต้อง ต้องเริ่มจากเกษตรรายย่อย ไปสู่การปฏิรูประบบเกษตรอย่างแท้จริง สู่ตลาดท้องถิ่น พัฒนาอุตสาหกรรม ไม่ใช่ระบบที่ใช้การเปิดเสรี แล้วมาสร้างผลกระทบต่อทุกส่วน เพราะในที่สุด ประเทศจะเป็นแค่ที่ดินราคาถูก แรงงานราคาถูก ถูกแย่งชิงทรัพยากรก็เท่านั้น

ชุมชนอาหารทั่วไทย

งานครั้งนี้ “ชุมชนอาหารทั่วไทย” มีตัวแทนจากเครือข่ายเกษตรทางเลือกของไทย 5 กลุ่มเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ค้นหาความยั่งยืนของโลก โดยกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ ภาคเหนือ ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 200 ครอบครัว เกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตจากการปลูกเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรอินทรีย์ เน้นการปลูกพืชท้องถิ่น เหลือจึงขาย ขณะนี้มีการตั้งตลาดสีเขียวเพื่อเป็นการพบปะกับผู้บริโภคโดยตรงใจกลางเมืองเชียงใหม่ทุกสัปดาห์ ทุกวันนี้ แม้ไม่มีเงินเหลือเก็บมากมาย แต่ก็สามารถยืดอกได้ว่าไม่มีหนี้

ชุมชนผู้ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ จังหวัดสุรินทร์ เริ่มปรับเปลี่ยนมาปลูกข้าวอินทรีย์ตั้งแต่ปี 2535 มีสมาชิกกว่า 700 คน สามารถเชื่อมต่อกับองค์กรปกครองท้องถิ่นระดับจังหวัดให้มีนโยบายและงบประมาณมาสนับสนุนเกษตรทางเลือก สามารถส่งออกสินค้าผ่านโครงการ Fair Trade จุดยืนของกลุ่มนี้ชัดเจน ไม่ขายข้าวให้บริษัทเกษตรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ตอนนี้กำลังโดดลงมาแย่งชิงตลาดอินทรีย์ด้วย (แต่เป็นอินทรีย์?? แบบใช้สารเคมี 30%)

กลุ่มประมงขนาดเล็ก จังหวัดตรัง ชาวประมง 13 หมู่บ้านเริ่มตั้งวงพูดคุยกันถึงประสบการณ์และปัญหาที่เกิดจากเรือประมงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และจำนวนปลาที่ลดลงจากการใช้เครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง ตั้งแต่ปี 2536 ทุกวันนี้พวกเขายังมุ่งมั่นที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้มีต่อทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน

เครือข่ายเกษตรทางเลือก ภาคใต้ ชุมชนที่พยายามรักษาระบบการผลิตแบบดั้งเดิมที่เน้นความหลากหลายของต้นไม้ คงพันธุ์พืชผลไม้ท้องถิ่นให้รอดพ้นจากการรุกรานของสวนยางพารา และพวกเขายังพิสูจน์คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน

ส่วน ชุมชนผู้อนุรักษ์พันธุกรรมข้าวพื้นบ้านอีสาน ตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 เพื่ออนุรักษ์พันธุ์พื้นเมืองที่สูญหายไปนับจากที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งการปลูกข้าวเพื่อการส่งออก ข้าวพันธุ์พื้นเมืองแต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะและเหมาะแก่การทำอาหารแต่ละชนิด ไม่ใช่ข้าวชนิดเดียวทำอาหารทุกชนิด

ยังไงก็ไม่เอาจีเอ็มโอ

เอ็นโซ คีโก ประธานภูมิภาคพีมอนเต ไขข้อข้องใจนี้ว่า หลายปีที่ผ่านมานี้ เมืองตูริน อิตาลีเป็นศูนย์กลางความต่อสู้และเคลื่อนไหวทางการเมืองและวัฒนธรรม เพื่อปกป้องอาหารปลอดภัยให้กับพลเมืองในภูมิภาค เพราะปีนี้จะเป็นปีที่การประกาศห้ามปลูกจีเอ็มโอของสหภาพยุโรปจะหมดอายุ ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้องสิ่งแวดล้อม ภูมิภาคพีมอนเตซึ่งเป็นหน่วยปกครองของรัฐจึงสนับสนุนเกษตรกรประกาศให้ ภูมิภาคพีมอนเตเป็นภูมิภาคปลอดจีเอ็มโอ

ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประชาชนพยายามหาหนทางที่จะปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวิถีชีวิตชนบท พร้อมไปกับการสร้างทางเลือกให้คนรุ่นใหม่ การต่อสู้นี้อาจถูกตีความเหมือนขบวนการเกษตรกรล้าหลังคร่ำครึ แต่แท้ที่จริงแล้วมันเป็นการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ”ไม่เพียงแค่ภูมิภาคพีมอนเตที่ลุกขึ้นมาประกาศไม่เอาจีเอ็มโอ ภูมิภาคทัสคานีที่อยู่ใต้ลงไปก็ต่อสู้เข้มข้นไม่แพ้กัน

เพราะนับตั้งแต่ 2503 เป็นช่วงเร่งปฏิวัติอุตสาหกรรมของอิตาลี แต่ปรากฏว่าคนยากจนลง ตกงานมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่ผลผลิตมากขึ้น ทำให้มีคนเริ่มคิดหนทางไปสู่ความยั่งยืน ที่ผูกพันกับฟาร์มขนาดเล็ก วัฒนธรรม ประเพณี และสิ่งแวดล้อม

ในที่สุด เมื่อปี 2543 ภูมิภาคทัสคานี ได้ออกกฎหมายฉบับแรกที่ปกป้องสิทธิเกษตรกรในเมล็ดพันธุ์ ส่วนกฎหมายฉบับที่ 2 เป็นการปกป้องสิทธิชุมชนในความหลากหลายทางพันธุ์พืช เพื่อป้องกันเกษตรกรจะถูกฟ้องจากการปนเปื้อนจีเอ็มโอ เพื่อให้ประชาชนสามารถปลูกได้ แลกเปลี่ยน และเก็บเพื่อขยายพันธุ์ต่อได้

ตัวแทนจากภูมิภาคทัสคานีเล่าให้ฟังว่า ทั้งคณะรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี มีรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและป่าไม้คนเดียวเท่านั้นที่ค้านจีเอ็มโออย่างจริงจัง ทั้ง ครม.ไม่มีใครเอาด้วย แต่ยังเก่งที่สามารถยันเอาไว้ได้ แต่อันที่จริง อิตาลีเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่ประกาศห้ามจีเอ็มโอในอาหารเด็กมานานแล้ว ส่วนประเทศอื่น ๆ เป็นแต่เพียงการบังคับติดฉลากเท่านั้น

เกียอานี อเลมานโน รัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้ของอิตาลีแน่แค่ไหน คำอภิปรายเปิดและปิดงานของเขาน่าจะพอบอกอะไรได้ เป็นครั้งแรกที่เกษตรกรทั่วโลกมาพบกันเช่นนี้ ไม่ใช่แค่นักการเมืองที่มาพูดเรื่องเกษตร เกษตรกรเป็นผู้เชื่อมโลกสมัยใหม่และโลกจารีตประเพณี จึงต้องเป็นผู้พิจารณาเองว่าเทคโนโลยีไหนที่ดีกับเรา เราเคารพการผลิต เคารพผู้บริโภค ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในโลกนี้ที่จดสิทธิบัตรได้”

เราต้องต่อต้านจีเอ็มโอ ตัวเลือกของเกษตรกรต้องมีเท่ากับที่ตัวเลือกของผู้บริโภคต้องคงอยู่ เราต้องไม่ถูกทุ่มโดยสินค้าอุตสาหกรรม และสินค้าที่ถูกทำให้เหมือนกันทั้งโลก เราต้องปกป้องสิทธิของคนและชุมชน เพื่อให้เขาปกป้องพันธุ์พื้นเมืองให้รอดพ้นจากมือโจรสลัดชีวภาพ ที่เอาไปจดสิทธิบัตรจนเราไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ต่อไปได้ ขณะที่เรารักษาก็มีกลุ่มคนที่จะเข้ามาทำลายและแย่งชิง เพื่อขายให้ตลาดโลก ฉะนั้นทุกคนต้องมีสิทธิภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตัวเอง จงภูมิใจที่เป็นเกษตรกรเหมือนที่บรรพบุรุษเคยภาคภูมิใจ”

นักอุตสาหกรรมการเกษตรมักอ้างว่า การตัดต่อพันธุกรรมเป็นหนทางเดียวที่จะเลี้ยงคนทั้งโลกได้ แต่ในความเป็นจริงแม้จะไม่มีเงินลงทุนมหาศาลเท่า เกษตรอินทรีย์ก็ได้พิสูจน์ความสามารถของมัน ดังตัวอย่างในการศึกษาขององค์การอาหารและเกษตรกรรมแห่งสหประชาชาติ การปลูกมันฝรั่งอินทรีย์ในโบลิเวียสามารถเพิ่มผลผลิตจาก จาก 4 เป็น 14 ตันต่อเอเคอร์ ในคิวบา เกษตรอินทรีย์สามารถเพิ่มผลผลิตเท่าตัว ในเอธิโอเปียซึ่งครั้งหนึ่งอดอยากและเกิดทุพภิกขภัย แต่เพราะเกษตรทางเลือก พวกเขาสามารถเพิ่มผลผลิตมันฝรั่งหวานจาก 6 เป็น 30 ตันต่อเอเคอร์ แต่การใช้ระบบเกษตรอุตสาหกรรมเข้าไปแทนที่ระบบเกษตรดั้งเดิมทำลายทุนทั้งทางสังคมและในเชิงความหลากหลายทางชีวภาพ ทำลายอัตลักษณ์วัฒนธรรมที่ยึดโยงกับที่ดิน และพรากมนุษย์ออกจากความสัมพันธ์ที่มีความหมายที่มีต่อธรรมชาติ และอาหารที่พวกเขากิน

บทสรุป “ขอชีวิตเราคืน

ในระหว่างงาน คุณครูอเมริกันคนหนึ่ง เล่าให้ฟังถึงความพยายามของเธอในการจะปรับพื้นที่ว่างในโรงเรียนมาทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้เด็ก ๆ ในโรงเรียนได้มีอาหารดี ๆ กินกัน ไม่เพียงแต่เด็กที่มองเธออย่างตัวประหลาด แม้แต่บรรดาครูที่เป็นเพื่อนร่วมงานก็ยังหาว่าเธอ…บ้า เพราะจากสารคดี Super Size me ของมอร์แกน สเปอร์ล็อค เขาพาไปชมอาหารกลางวันของเด็กในโรงเรียนมัธยมเอกชนของสหรัฐ ส่วนใหญ่จะให้บริษัทเอกชนรับเหมาเข้ามาจัดการเรื่องอาหารกลางวัน ซึ่งส่วนใหญ่ขายอาหารแดกด่วน เป็นอาหารกึ่งสำเร็จแช่แข็ง

ขณะเดียวกันโรงเรียนมัธยมแอพเพิลตัน ในรัฐวิสคอนซิน ก่อนหน้านี้ เด็กนักเรียนที่นั่นมีปัญหาพฤติกรรมอย่างมาก โรงเรียนจึงหาทางแก้ แต่ไม่ใช่ด้วยการอบรม หรือลงโทษ แต่เป็นการแก้ด้วยการเปลี่ยนอาหาร โดยผู้บริหารโรงเรียนกำจัดตู้ขายขนมถุง ๆ และน้ำอัดลมออกไปทั้งหมด ขณะเดียวกันอาหารกลางวันของเด็กจะเป็นอาหารไขมันต่ำ และน้ำตาลต่ำ เป็นอาหารไม่ผ่านกระบวนการ ไม่เจือสารเคมี ไม่มีสารกันบูด เต็มไปด้วยธัญพืชและผักสด ไม่มีเนื้อวัว ไม่ทอด ใช้การอบ หรือเสิร์ฟสด ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือ เปลี่ยนจากอาหารแดกด่วนมาเป็นอาหารสโลว์ฟู้ด เขาพบว่า เด็กนักเรียนมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น และตั้งใจเรียนมากขึ้นอย่างสังเกตได้ ทั้ง ๆ ที่อาหารของโรงเรียนนี้ก็ราคาเท่ากับโรงเรียนอื่น ๆ

มอร์แกน สเปอร์ล็อคจึงตั้งคำถามว่า ทำไมโรงเรียนอื่นไม่ทำ คำตอบที่ได้คือ อุตสาหกรรมอาหารมีอิทธิพล และการขายอาหารในโรงเรียนเป็นเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะสูญเสีย...แล้วคุณล่ะ มื้อต่อไปกินอะไรกันดี...

ข้อมูลอ้างอิง

พระราชดำรัส สุนทรพจน์ การนำเสนอ เอกสารและข้อมูลในงานการประชุมของชุมชนอาหารทั่วโลก (Terra Madre) ณ เมืองตูริน ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2547

ภาพยนตร์เรื่อง Super Size me โดย มอร์แกน สเปอร์ล็อค

นิตยสาร The Ecologist

ข้อมูลและประสบการณ์จากเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ซึ่งกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน ‘มหกรรมเกษตรกรรมยั่งยืน’ 18-21 พฤศจิกายน 2547 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

http://www.localtalk2004.com/V2005/detail.php?file=1&code=c2_01082006_01