วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้รับการขนานนามว่า "จอมมาร ยุคใหม่"เขาขึ้นสู่อำนาจด้วยการกวาดขยะที่เรียกว่า the family ออกไปจากรัสเซียจากทีว่า ไม่มีใครในโลกนี้ขาวบริสุทธิ์และดำสนิท ทุกคนมีข้อดีและข้อเสียในตัวเอง"ไม่มีนักการเมืองคนไหนดี คนไหนเลว เกมส์การเมืองเป็นเรื่องการแพ้-ชนะ ผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์ ส่วนผู้แพ้จะถูกกวาดลงหลุมโดยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ..จาก the prince"

บทเรียนที่ดี ปูตินเป็นผู้นำที่ดี จนอยากให้บ้านเรามีคนแบบนี้ซักคน กำจัดพวกโกงกิน พูดจริงทำจริง ไม่กลับกลอก มีการทูตแบบตรงไปตรงมา ไม่เล่นลิ้นเล่นคำจนไร้ความจริงใจ แม้ว่าสถานการณ์จะย่ำแย่แค่ไหน ก็ออกมาพูด ออกมายอมรับ ไม่หาข้ออ้าง ไม่มีคำแก้ตัว ไม่คิดจะก้มหัวยอมแพ้คิดแค่จะทำยังไงเพื่อแก้ไขไปในทางที่ประเทศจะไม่เสียประโยชน์ ทำทุกอย่างเพื่อประเทศของตัวเองจะเห็นความเป็นหนึ่งเดียว รวดเร็ว และปกครองง่ายบางครั้งเราก็ต้องยอมรับกันว่าระบอบประชาธิปไตยตอบโจทย์บางอย่างไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจประเทศก้าวไปอย่างรวดเร็ว

บทเรียนที่ไม่ดี ปูตินถือได้ว่าเยือกเย็นอำมหิต กำจัดคนที่ขวางทางเจริญของรัสเซียแบบไม่แคร์สายตาชาวโลก ทำทุกอย่างเพื่อประเทศโดยไม่แคร์วิธีการ กับการปกครองที่ก้ำกึ่งระหว่างประชาธิปไตยและเผด็จการ การมองประเทศด้านเดียวโดยไม่มองด้านอื่นคิดว่าประเทศมีน้ำมันมากเป็นมหาอำนาจแล้วจึงพึ่งแต่ด้านพลังงานด้านเดียว ทั้งที่ทางด้านIT ก็มีคนเก่งเยอะ คนจนคนรวยมีช่องว่างด้านรายได้ต่างกันมาก

บทเรียนที่ควรนำมาปรับใช้กับการทำงานของกฟผ. คือ จะเห็นว่าปูตินใช้แรงบันดาลใจจากความเป็นชาตินิยมมากโดยการสร้างคนรุ่นใหม่ ให้มีส่วนร่วมมากขึ้นเพราะการสร้างชาติไม่สามารถบรรลุในเวลาอันสั้นเราต้องใช้การปลุกระดมความเป็นหนึ่งเดียวใน กฟผ.โดยการละลายพฤติกรรมที่เป็นไซโลในสายงานต่างๆที่เป็นอยู่โดยการใช้วิธีการแบบไม่เป็นทางการการเรียนรู้ข้ามสายงานให้ทราบว่ากฟผ. มีงานอื่นอีกมากมายจะได้ให้ความช่วยเหลืออื่นๆกันได้ ทิศทางการทำงานไปทางเดียวกันเพราะกฟผ.มี 10 สายรองทำอย่างไรให้สามารถร้อยเป็นหนึ่งเดียวงาน กฟผ. ไม่มีแค่ผลิตไฟฟ้าอย่างเดียว อาจมองงานอื่นที่เกี่ยวเนื่อง หรือออกนอกบริบท กฟผ. เลยก็อาจเป็นได้ คิดงานใหม่เข้าใจเข้าถึงปฎิบัติได้ นอกกรอบแบบสร้างสรรค์