ความเห็น 3009726

ทำไมจึงไม่ควรเรียนจากพระเก๊ตาเปล่า

เขียนเมื่อ 

พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ (ตอนที่ 2)




สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันต่อนะครับ วันก่อนเราได้พูดถึงเรื่องจุดสังเกตแม่พิมพ์ไปแล้ว 3 ข้อ ในแต่ละข้อก็มีจุดพิจารณามากกว่าที่ผมบอกอีกนะครับ เอาล่ะทีนี้ลองมาดูต่อในเรื่องเส้นขอบแม่พิมพ์หรือเส้นบังคับแม่พิมพ์นั้นทำให้เกิดอะไรบ้างกับรายละเอียดที่จะเกิดขึ้น นอกจากนั้นมีอะไรบ้าง

จากเส้นขอบแม่พิมพ์ที่ได้เราได้รู้กันแล้วว่า เส้นด้านซ้าย-ขวาไม่เหมือนกัน ที่ผมได้บอกว่าเส้นขอบแม่พิมพ์ด้านขวามือเรานั้นวิ่งจากบนลงล่างมาชนตรงขอบเส้นซุ้มตรงบริเวณใกล้ๆ กับข้อศอกขององค์พระ และอีกด้านหนึ่งจะวิ่งยาวลงมาจรดขอบของซุ้มครอบแก้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ พื้นที่ชายขอบหรือพื้นที่ของผนังนอกซุ้มครอบแก้ว จะเกิดพื้นที่แตกต่างกันคือ พื้นที่ผนังนอกซุ้มครอบแก้วด้านขวามือเราจะมีพื้นที่น้อยกว่าพื้นที่นอกผนังซุ้มครอบแก้วของด้านซ้ายมือเรา ลองสังเกตดูนะครับ พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่จะเป็นแบบนี้ทุกองค์ ไม่ว่าจะตัดขอบชิดหรือตัดขอบเหลือขอบเกินออกมาอย่างองค์ในภาพก็ตาม ที่ผมเลือกเอารูปพระองค์นี้ เนื่องจากว่าเราจะได้เห็นเส้นขอบแม่พิมพ์ได้ชัดเจน เพราะพระองค์นี้ตัดเกินเส้นขอบแม่พิมพ์ ทำให้เราจะเห็นและเข้าใจในเรื่องของเส้นขอบแม่พิมพ์ได้ชัดเจน

การพิจารณาเรื่องแม่พิมพ์ของพระควรพิจารณาให้ละเอียด จะได้จุดสังเกตมากขึ้น และมีเหตุผลในการสรุปว่าแท้หรือไม่ เส้นซุ้มของพระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ เส้นซุ้มจะหนาอวบ และลองสังเกตดูนะครับ ว่าเส้นซุ้มซ้าย-ขวานั้น เหมือนกันหรือไม่ ลองดูดีๆ อีกครั้ง จะเห็นว่าเส้นซุ้มด้านซ้ายมือเรามักจะโย้ไปทางด้านขวา มากกว่าเส้นซุ้มทางด้านขวามือเรา ซึ่งจะโค้งโย้น้อยกว่า ครับก็เป็นจุดสังเกตของพิมพ์พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ ที่ทุกๆ แม่พิมพ์จะเหมือนๆ กัน วันนี้ผมคงจะไม่ใช้เนื้อที่ในการพูดมากนักนะครับ เนื่องจากผมต้องการให้เหลือเนื้อที่ใช้ในเรื่องของรูปพระให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อท่านผู้อ่านจะได้พิจารณาตามได้ครับ

ครับนี่ก็แค่จุดสังเกตเพียงด้านบนของพระ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ยังมีอีกมากเฉพาะแค่ครึ่งด้านบนขององค์พระ ลองพิจารณาต่อจากครั้งที่แล้วอีกทีนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรูปพระพักตร์ หรือหัวไหล่ ซอกแขนตามที่ผมได้บอกไว้ในครั้งที่แล้ว แล้วครั้งต่อไปเราจะคุยกันในจุดอื่นต่อครับ


(อ่านต่อนะครับ เพิ่มเติมความรู้จากหนังสือของท่านอาจารย์แสวงครับ..)