ความเห็น 3009319

ทำไมจึงไม่ควรเรียนจากพระเก๊ตาเปล่า

เขียนเมื่อ 
(การพูดคุยถึงพิมพ์ของพระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ ตอนที่ 1)

สวัสดีครับ ท่านผู้ท่านที่รักทุกท่าน เราได้คุยกันถึงเรื่องการศึกษาและสะสมพระเครื่อง ในแบบวิธีที่มีมาตรฐานสากล และมีมูลค่ารองรับ ซึ่งสิ่งที่ผมจะนำมาพูดคุยในวันนี้ ไม่ใช่ว่าผมจะบอกว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดนะครับ หรือต้องเป็นแบบนี้ เพียงแต่เป็นสิ่งที่ผมได้ศึกษามาและก็ได้ผลโดยมีมูลค่ารองรับ แล้วจึงนำมาเล่าสู่กันฟัง

ในเรื่องการศึกษาเกี่ยวกับการพิจารณาว่าแท้หรือไม่อย่างไร ที่สังคมยอมรับ และมีความเห็นตรงกันโดยมีมูลค่ารองรับ จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับพิมพ์เป็นอันดับแรก ตามที่ผมได้ศึกษาจากท่านผู้ใหญ่หลายๆ ท่านในสังคมผู้นิยมพระเครื่อง ท่านก็ได้ให้คำชี้แนะมาโดยตลอด ทำให้ผมพอที่จะพิจารณาพระเครื่องได้พอสมควรนั้น ผู้ที่ช่วยสั่งสอนผมท่านหนึ่งก็คือ ท่านอาจารย์วิโรจน์ ใบประเสริฐ หรือในสังคมพระเครื่องจะเรียกท่านว่า "เธ้า ท่าพระจันทร์" ท่านเป็นผู้ชำนาญการพิจารณาพระเบญจภาคีที่สังคมยอมรับ และท่านก็เป็นผู้ที่ซ่อมพระเครื่องที่เก่งมากท่านหนึ่งในสังคมสมัยนั้น ท่านได้กรุณาชี้แนะเกี่ยวกับเรื่องแม่พิมพ์ของพระให้ผมได้เข้าใจได้โดยมีเหตุและผล มีหลักวิธีอย่างละเอียด

ครับผมยกตัวอย่างเกี่ยวกับพระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ขึ้นมาพูดคุยกันก่อนนะครับ ในสมัยนั้นผมเองก็สนใจพระสมเด็จฯ กับเขาเหมือนๆ ท่านอื่นๆ แต่ก็พยายามศึกษามาเรื่อยๆ แต่ก็มีโอกาสน้อยที่จะได้ชมองค์จริงๆ ก็ได้พยายามหารูปถ่ายของพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ มาศึกษาพิมพ์ของพระ โดยนำรูปพระองค์ที่สังคมยอมรับและมีมูลค่าทางการตลาด ได้ซื้อรูปมาเก็บอยู่หลายองค์ เมื่อมีปัญหาก็ไปถามผู้ใหญ่ถึงเรื่องตัวแม่พิมพ์ ก็ได้รับรู้ว่ามีอยู่หลายแม่พิมพ์ เนื่องจากบางองค์เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างเหมือนกัน แต่บางอย่างก็แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ก็ได้รับคำตอบว่ามีแม่พิมพ์อยู่หลายแม่พิมพ์ เช่น พิมพ์เกศทะลุซุ้ม และพิมพ์เกศไม่ทะลุซุ้ม ผมก็มาสังเกตดู ก็ยังมีอื่นๆ อีกที่แปลกแยกออกไปอีก จนนำคำถามมาปรึกษาอาจารย์วิโรจน์ เมื่อท่านเห็นว่าผมสนใจจริงที่จะศึกษาท่านก็กรุณาสอนให้โดยในลำดับแรกท่านให้ผมหาข้อแตกต่างของพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ วัดระฆังฯ ซึ่งศึกษาจากองค์เดียวก่อน โดยท่านให้ศึกษาจากรูปที่ผมมีและท่านเลือกรูปให้ และให้สังเกตดูว่าโดยการแบ่งกึ่งกลางรูปจากบนลงมาล่าง ให้สังเกตหาข้อแตกต่างระหว่างซ้ายกับขวา ว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร แล้ว กลับมาบอกกับท่าน เมื่อผมกลับมาก็ใช้เวลาอยู่หลายวันมาหาข้อแตกต่าง แล้วก็เห็นว่ามีอยู่หลายจุด ก็จดจำไว้และจดเป็นข้อๆ หลังจากนั้นก็นำคำถามไปปรึกษาท่านใหม่

คำถามและสิ่งที่ผมพบเห็นข้อแตกต่างที่พบ ก็คือ

1. เส้นซุ้มครอบแก้วของพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่นั้น จะมีเส้นขอบแม่พิมพ์ด้านขวามือเรานั้น จะวิ่งจากขอบด้านบนลงมาและมาชนที่ซุ้มครอบแก้วตรงตำแหน่งใกล้ๆ กับข้อศอกซ้ายขององค์พระ หรือด้านขวามือเรา ส่วนอีกด้านหนึ่งคือเส้นขอบแม่พิมพ์ด้านซ้ายมือเรานั้นจะแตกต่าง โดยจะวิ่งลงมายาวจนถึงขอบฐานซุ้มครอบแก้ว ท่านก็สอนว่า นี่แหละคือจุดสังเกตแม่พิมพ์ของพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ทุกๆ แม่พิมพ์ จะต้องเป็นแบบนี้ แต่ในส่วนของพระที่ตัดชิดขอบแม่พิมพ์ เราจะเห็นว่าด้านขวามือเราจะตัดชิดมาชนซุ้มครอบแก้ว

2. สิ่งที่ผมพบอีกก็คือพระพักตร์ของพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ จะเป็นแบบคล้ายๆ ผลมะตูม แต่ด้านซ้ายขวาก็จะไม่เหมือนกันเป๊ะ คือสังเกตดูด้านซ้ายมือเรา จะป่องโค้งออกมากกว่าด้านขวามือเรา ท่านจึงได้อธิบายว่าถูกต้องแล้ว จะเป็นลักษณะนี้ทุกแม่พิมพ์

3. สังเกตดูที่ไหล่ซ้าย-ขวา หัวไหล่รวมทั้งเนื้อหัวไหล่ รวมทั้งซอกแขนตรงรักแร้ จะไม่เหมือนกันทั้งซ้าย-ขวา พูดง่ายๆ ก็คือ หัวไหล่และซอกแขนของพระเห็นได้ชัดว่าด้านขวามือเรานั้น ซอกรักแร้จะลึกสูงขึ้นไปจนเนื้อที่ของหัวไหล่กิ่วคอด เหลือเนื้อที่หัวไหล่น้อยกว่าอีกด้านหนึ่ง ส่วนที่ด้านซ้ายมือเรานั้นจะมีเนื้อหัวไหล่มากกว่า ซอกรักแร้ไม่ชอนขึ้นไปสูงแบบด้านขวามือเรา ท่านก็ชี้แนะว่าจะเป็นอย่างนั้นทุกแม่พิมพ์ นี่คือจุดสังเกตของพระพิมพ์ใหญ่

ครับวันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ และผมได้นำรูปพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ วัดระฆังฯ มาให้ท่านผู้อ่านได้ลองมองดูจุดสังเกตที่ท่านอาจารย์วิโรจน์ได้แนะนำให้ผมนั้น เป็นอย่างที่บอกหรือเปล่านะครับ แล้วเราค่อยมาคุยกันต่อในวันต่อไปซึ่งยังมีอีกมาก จนถึงแยกจุดสังเกตแม่พิมพ์ออกเป็น 4 แม่พิมพ์อย่างไร

เช่นเคยครับ ขออนุญาตท่านอาจารย์แสวง ลงต่อตอนที่ ๓ ครับ จะได้อ่านต่อเนื่องครับ..